เมื่อถึงคราที่ต้องฝังศพ ในสงครามบูร์ พบว่ามีร่างอันไร้ชีวิตของทหารจากสหราชอาณาจักรถึง 70 นายที่โดนยิงตายอยู่ในวิหารทางฝั่งขวา
ท่ามกลางแดดอันแรงกล้าที่ร้อนสุดขีดของทวีปแอฟริกา บรรดาทหารที่เหลืออยู่ก็ต้องพยายามหาอะไรมาปกปิดดวงตาของตัวเอง และต้องคอยระวังตัวจากบรรดาพลซุ่มยิงของ บูร์ (Boer)ที่กำลังเล็งเป้ามาที่พวกเขา
ความร้อนจากแสงแดดบีบให้ทหารหลายคนต้องถอดเครื่องแบบสุดแสนจะแน่นหนาทิ้ง ซึ่งบนชุดเหล่านั้นมันมีการปักชื่อกับตัวเลขระบุตัวตนของพวกเขาเอาไว้ด้วย
การแต่งตัวลักษณะนี้ เหมือนกับตอนอยู่ที่ แลงคาเชียร์ ในเช่วงเดือนมกราคม ซึ่งท้ายที่สุด พวกเขาก็ต้องเสียชีวิตใกล้กับเมือง เลดี้ สมิธ ในช่วงหน้าร้อน
บนเนินสีเขียวที่ห่างออกไป มีสถานที่ที่หนึ่งชื่อว่า สปายอ้อน ค็อป (Spion Kop) กองทัพจักรพรรดิสหราชอาณาจักรกำลังเจอปัญหาในการสู้รบ และร้อยโทหน่วยสายงานข่าววัย 25 ปีที่ชื่อว่า วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill)ก็ถูกส่งกลับไปรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนหน่วยอาสาวัย 30 ปีที่ชื่อ มหาตม คานธี (Mahatma Gandhi) ก็คอยดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
มันเป็นวันที่กองทัพสหราชอาณาจักรเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน เมื่อนายพลชาวอังกฤษคนหนึ่งประกาศยอมแพ้ แต่อีกคนกลับตะโกนออกมาดังลั่นว่า "ไม่ยอมแพ้"
ในตอนที่เสบียงซึ่งเป็นบิสกิตกระป๋องถูกนำมาส่งผ่านเรือเฟอร์รี่ เพราะเหล่าตัวล่อเดิมที่ถูกใช้ลำเลียงเสบียงอาหารค่อยๆ ตายจากอาการอ่อนล้า หรือไม่ก็โดนลูกกระสุนปืนยิงตายไปเสียก่อน
มันเป็นช่วงที่มีคนตายมากมายนับไม่ถ้วน และการต่อสู้ก็เป็นเพียงการรบกันอันเปล่าประโยชน์.. ไม่มีการได้พื้นที่มาแม้แต่นิ้วเดียว สงครามบูร์นี้กินเวลามากกว่า 2 ปี
อังกฤษ ต้องตื่นตระหนก อาณาจักรผู้ดีกำลังสั่นคลอน และ เดอะ ค็อป ก็ถือกำเนิดขึ้น
สถานที่ดังกล่าวถูกเรียกว่า "สุสานของการสังหารหมู่" (The acre of massacre) ในประวัติศาสตร์ของการสงคราม ไม่เคยมีคนเสียชีวิตเยอะขนาดนี้บนพื้นที่เล็กๆ ขนาดนี้มาก่อน เชอร์ชิลล์ ให้คำนิยามถึง ยอดเนินสีเขียว สปายอ้อน ค็อป ว่า "มีขนาดพอๆ กับจัตุรัสทราฟัลการ์ ทหารสหราชอาณาจักรจำนวน 2,000 คนถูกกดดันให้รวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็ก และทั้งหมดต่างหวาดกลัวกับการนองเลือดที่เกิดขึ้น สนามเพลาะแคบๆ เต็มไปด้วยซากศพและคนที่ได้รับบาดเจ็บ"
ถึงแม้กองทัพฝั่ง บูร์ จะมีจำนวนน้อยกว่า แต่พวกเขารู้จักภูมิประเทศและสภาพอากาศดีกว่า
พวกเขารู้ว่าสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝนอันเย็นยะเยือกและหมอกตอนเช้า มันคือภาพลวงตาที่จะกลายเป็นอากาศร้อนระดับ 40 องศาได้อย่าวรวดเร็ว และพวกเขาก็รู้ดีด้วยว่าตัวเองมีอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่เอี่ยมรออยู่ ซึ่งอาวุธที่ว่านี้ ได้มาจากพ่อค้าอาวุธของอังกฤษเอง
สงครามน่ะมันมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ใน แอฟริกาใต้ ดินแดนที่มีเงินและแร่ชั้นยอด ทหารสหราชอาณาจักรถูกสั่งให้มาทำหน้าที่ที่นี่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดเมืองนอน เป็นระยะทางถึง 6,000 ไมล์ พวกเขามาเพราะเรื่องของทองคำ และการที่ บูร์ ต่อกรกับอำนาจของจักรวรรดิ
แม่น้ำทูเจล่า เป็นเหมือนเส้นขีดกันที่ไม่สามารถข้ามได้เด็ดขาด และ บูร์ ก็เคยได้ข้ามไปแล้ว
สปายอ้อน ค็อป หรือแปลเป็นไทยว่า "ภูเขาระวังภัย" ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเทจูล่า และจากบนยอดของ ค็อป นั้น ถือว่าเป็นมุมที่ชวนฝันสุดๆ
เวลาผ่านไป 1 ศตวรรษ แม่น้ำเทจูล่า ที่เคยยิ่งใหญ่ก็แห้งเหือดไปเป็นพื้นที่แห้งแล้งใต้เท้าเรา
เรย์มอนด์ เฮรอน ผู้เป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์เดินได้บนสนามรบ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรง, ความสูญเสีย และผลกระทบของทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้า เขาบอกว่า "พวกผู้มีอำนาจบอกว่ามีทหารสหราชอาณาจักรเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 322 คน งั้นเหรอ นี่มันโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกกันชัดๆ"
เฮรอน ชี้ไปยังปูชนียสถานที่ห่างออกไป 20 เมตร แล้วเอ่ยว่า "นั่นมันกองทหารของ อิมเพเรียล ไลท์ นี่นา พวกเขาบอกว่าเห็นว่ามันมีศพมากกว่า 700 ศพแน่ะ"
ขณะที่ เชอร์ชิลล์ เคยบอกว่าจากจำนวนทหารสหราชอาณาจักรทั้งหมด 2,000 คน มีเกินครึ่งหนึ่งที่ตายหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเข้าใจได้เลยว่าเขา(เชอร์ชิลล์)ท้อแท้ต่อความไร้สามารถของพวกผู้มีอำนาจที่สั่งการลงมาเหลือเกิน
การสู้รบในช่วงเดือนมกราคม ปี 1900 กินเวลามากกว่า 2 วัน และพอถึงวันที่ 3 ทั้งสองฝ่ายก็ทำสัญญาสงบศึกตามขั้นตอนแบบเป็นทางการ เพื่อที่พวกเขาจะได้ฝังศพทหารที่เสียชีวิต และทำการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้งกองทัพ บูร์ และสหราชอาณาจักรต่างมีซากศพทหารกล้าฝังตามสนามเพลาะเต็มไปหมด
คานธี ซึ่งเคยพยายามทำให้คนของจักรวรรดิยอมเคารพต่อความเท่าเทียมกันของชาวอินเดียภายในจักรวรรดิ ก็ได้ช่วยจัดการและขนส่งศพกว่า 1,100 รายระหว่างช่วงสงคราม และนั่นรวมถึงคนอินเดียกับชาวซูลส์ ที่เป็นคนท้องถิ่นด้วย
เดิมทีผู้คนของ คานธี โดนสั่งให้อยู่นอกแนวการรบ แต่ สปายอ้อน ค็อป จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตามคำขอร้องของรัฐบาลสหราชอาณาจักร
"เรื่องที่เกิดขึ้นที่ สปายอ้อน ค็อป ทำให้เราต้องอยู่ในแนวการรบ" คานธี กล่าวใน My Experiments with Truth หนังสืออัตชีวประวัติของเขา
"ระหว่างช่วงนั้นเราต้องเดินทัพเป็นระยะทาง 20-25 ไมล์ต่อวัน โดยที่ต้องแบกเหล่าคนได้รับบาดเจ็บซึ่งนอนอยู่บนเปลเอาไว้ด้วย"
ซึ่งจากคำบอกเล่าของ เฮรอน นั้น จำนวนศพถือว่าเยอะมากๆ แต่พวกเขาเพิ่งได้ทำอนุสรณ์บนยอดเขาเมื่อไม่นานมานี้
คานธี รู้สึกว่าความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นทำให้มันหมายความว่าทัศนคติของคนขาวเหมือนจะเปลี่ยนไป เขาบอกว่าการได้พูดคุยกับทหารหลายพันนายทำให้แนวคิดเปลี่ยนไป
ทหารสหราชอาณาจักรหลายร้อยหลายพันนายถูกฝังตั้งแต่จุดที่พวกเขาเสียชีวิต หรือที่ตรงนั้นคือสนามเพลาะในทุกวันนี้ที่ถูกประดับด้วยหินสีขาว
หลายคนถูกฝังโดยที่ไม่มีใครรู้ชื่อ เพราะพวกเขาทิ้งเครื่องแบบของตัวเองไปแล้ว และก็เหมือนที่บอกเอาไว้ว่า ชื่อกับเลขระบุตัวตน มีอยู่บนเฉพาะเครื่องแบบเท่านั้น ฉะนั้นแล้ว การที่ศพเหล่านั้นไม่มีเครื่องแบบก็ทำให้พวกเขากลายเป็นทหารไร้ชื่อ
อย่างไรก็ตาม ที่สหราชอาณาอาจักรไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "ทหารไร้ชื่อ" เพราะคนที่บ้านเกิดของพวกเขารู้จักชื่อคนเหล่านั้นดีอยู่แล้ว ยามที่มีการไปเคาะประตูบ้านของญาติผู้เสียชีวิตเพื่อแจ้งข่าวเศร้า ในเมือง ลิเวอร์พูล, แบล็คเบิร์น, มิดเดิ้ลเซ็กซ์ และ ฟัลเคิร์ก แล้วนั้น.. ผลสะท้อนของเหตุการณ์ที่ สปายอ้อน ค็อป ก็ถูกพูดถึงมากขึ้น
กองทัพบกและกองทัพเรือกาเซ็ตต์ ระบุว่าชื่อผู้เสียชีวิต ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ในกองทหารลำดับที่สองของ แลนคาสเตอร์ มีนามสกุลอย่าง ฮิวจ์ส, แฟร์คลัฟ และ โมแรน รวมอยู่ด้วย ซึ่งนามสกุลเหล่านี้ต่อมามีความหมายกับ ลิเวอร์พูล ในอีกหลายทศวรรษให้หลัง
ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูล ขึ้นพาดหัวในวันที่ 27 มกราคม ว่า "ความลับของ สปายอ้อน ค็อป" ส่วนสื่อในยอร์คเชียร์มันมีการใส่ประโยคว่า "หายนะแห่ง สปายอ้อน ค็อป" ส่วนสื่อใน ดันดี เลือกใช้ประโยคว่า "ความวุ่นวายแห่ง สปายอ้อน ค็อป"
"สปายอ้อน ค็อป"กลายเป็นคำที่พูดถึงทุกวันอย่างรวดเร็ว มันถูกใช้สื่อถึงพื้นที่บางส่วน อย่างเช่นใน แมนฟิลด์ ก็มีสถานที่ที่ถูกเรียกว่า สปายอ้อน ค็อป ที่ ฮาร์ทลี่พูล ก็มีสุสานที่ถูกตั้งชื่อแบบเดียวกันไม่เพียงแค่สองเมืองนี้ เหมืองถ่านหินใน สกอตแลนด์, สนามม้า, หลุมในสนามกอล์ฟ หรือแม้แต่ร้านดอกไม้ ก็ยังมีการใช้ชื่อ สปายอ้อน ค็อป
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่การทำเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแต่อย่างใด ซัฟโฟล์ค อีฟนิ่ง สตาร์ บอกว่านี่คือ "เรื่องราวอันน่าเศร้าของ สปายอ้อน ค็อป ที่มีบทเรียนอันหลากหลาย"
อารมณ์เศร้าเหล่านั้นเกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่ง แม้กระทั่งใน สนามฟุตบอล
@ ประวัติศาสตร์ สงคราม ลิเวอร์พูล : เหตุใดต้องเรียกว่า "The Kop"
บนเนินสีเขียวที่ห่างออกไป มีสถานที่ที่หนึ่งชื่อว่า สปายอ้อน ค็อป (Spion Kop) กองทัพจักรพรรดิสหราชอาณาจักรกำลังเจอปัญหาในการสู้รบ และร้อยโทหน่วยสายงานข่าววัย 25 ปีที่ชื่อว่า วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill)ก็ถูกส่งกลับไปรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนหน่วยอาสาวัย 30 ปีที่ชื่อ มหาตม คานธี (Mahatma Gandhi) ก็คอยดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ในตอนที่เสบียงซึ่งเป็นบิสกิตกระป๋องถูกนำมาส่งผ่านเรือเฟอร์รี่ เพราะเหล่าตัวล่อเดิมที่ถูกใช้ลำเลียงเสบียงอาหารค่อยๆ ตายจากอาการอ่อนล้า หรือไม่ก็โดนลูกกระสุนปืนยิงตายไปเสียก่อน
มันเป็นช่วงที่มีคนตายมากมายนับไม่ถ้วน และการต่อสู้ก็เป็นเพียงการรบกันอันเปล่าประโยชน์.. ไม่มีการได้พื้นที่มาแม้แต่นิ้วเดียว สงครามบูร์นี้กินเวลามากกว่า 2 ปี
อังกฤษ ต้องตื่นตระหนก อาณาจักรผู้ดีกำลังสั่นคลอน และ เดอะ ค็อป ก็ถือกำเนิดขึ้น
สถานที่ดังกล่าวถูกเรียกว่า "สุสานของการสังหารหมู่" (The acre of massacre) ในประวัติศาสตร์ของการสงคราม ไม่เคยมีคนเสียชีวิตเยอะขนาดนี้บนพื้นที่เล็กๆ ขนาดนี้มาก่อน เชอร์ชิลล์ ให้คำนิยามถึง ยอดเนินสีเขียว สปายอ้อน ค็อป ว่า "มีขนาดพอๆ กับจัตุรัสทราฟัลการ์ ทหารสหราชอาณาจักรจำนวน 2,000 คนถูกกดดันให้รวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็ก และทั้งหมดต่างหวาดกลัวกับการนองเลือดที่เกิดขึ้น สนามเพลาะแคบๆ เต็มไปด้วยซากศพและคนที่ได้รับบาดเจ็บ"
ถึงแม้กองทัพฝั่ง บูร์ จะมีจำนวนน้อยกว่า แต่พวกเขารู้จักภูมิประเทศและสภาพอากาศดีกว่า
พวกเขารู้ว่าสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝนอันเย็นยะเยือกและหมอกตอนเช้า มันคือภาพลวงตาที่จะกลายเป็นอากาศร้อนระดับ 40 องศาได้อย่าวรวดเร็ว และพวกเขาก็รู้ดีด้วยว่าตัวเองมีอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่เอี่ยมรออยู่ ซึ่งอาวุธที่ว่านี้ ได้มาจากพ่อค้าอาวุธของอังกฤษเอง
สงครามน่ะมันมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ใน แอฟริกาใต้ ดินแดนที่มีเงินและแร่ชั้นยอด ทหารสหราชอาณาจักรถูกสั่งให้มาทำหน้าที่ที่นี่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดเมืองนอน เป็นระยะทางถึง 6,000 ไมล์ พวกเขามาเพราะเรื่องของทองคำ และการที่ บูร์ ต่อกรกับอำนาจของจักรวรรดิ
สปายอ้อน ค็อป หรือแปลเป็นไทยว่า "ภูเขาระวังภัย" ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเทจูล่า และจากบนยอดของ ค็อป นั้น ถือว่าเป็นมุมที่ชวนฝันสุดๆ
เวลาผ่านไป 1 ศตวรรษ แม่น้ำเทจูล่า ที่เคยยิ่งใหญ่ก็แห้งเหือดไปเป็นพื้นที่แห้งแล้งใต้เท้าเรา
เรย์มอนด์ เฮรอน ผู้เป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์เดินได้บนสนามรบ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรง, ความสูญเสีย และผลกระทบของทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้า เขาบอกว่า "พวกผู้มีอำนาจบอกว่ามีทหารสหราชอาณาจักรเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 322 คน งั้นเหรอ นี่มันโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกกันชัดๆ"
เฮรอน ชี้ไปยังปูชนียสถานที่ห่างออกไป 20 เมตร แล้วเอ่ยว่า "นั่นมันกองทหารของ อิมเพเรียล ไลท์ นี่นา พวกเขาบอกว่าเห็นว่ามันมีศพมากกว่า 700 ศพแน่ะ"
ขณะที่ เชอร์ชิลล์ เคยบอกว่าจากจำนวนทหารสหราชอาณาจักรทั้งหมด 2,000 คน มีเกินครึ่งหนึ่งที่ตายหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเข้าใจได้เลยว่าเขา(เชอร์ชิลล์)ท้อแท้ต่อความไร้สามารถของพวกผู้มีอำนาจที่สั่งการลงมาเหลือเกิน
การสู้รบในช่วงเดือนมกราคม ปี 1900 กินเวลามากกว่า 2 วัน และพอถึงวันที่ 3 ทั้งสองฝ่ายก็ทำสัญญาสงบศึกตามขั้นตอนแบบเป็นทางการ เพื่อที่พวกเขาจะได้ฝังศพทหารที่เสียชีวิต และทำการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้งกองทัพ บูร์ และสหราชอาณาจักรต่างมีซากศพทหารกล้าฝังตามสนามเพลาะเต็มไปหมด
คานธี ซึ่งเคยพยายามทำให้คนของจักรวรรดิยอมเคารพต่อความเท่าเทียมกันของชาวอินเดียภายในจักรวรรดิ ก็ได้ช่วยจัดการและขนส่งศพกว่า 1,100 รายระหว่างช่วงสงคราม และนั่นรวมถึงคนอินเดียกับชาวซูลส์ ที่เป็นคนท้องถิ่นด้วย
เดิมทีผู้คนของ คานธี โดนสั่งให้อยู่นอกแนวการรบ แต่ สปายอ้อน ค็อป จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตามคำขอร้องของรัฐบาลสหราชอาณาจักร
"เรื่องที่เกิดขึ้นที่ สปายอ้อน ค็อป ทำให้เราต้องอยู่ในแนวการรบ" คานธี กล่าวใน My Experiments with Truth หนังสืออัตชีวประวัติของเขา
"ระหว่างช่วงนั้นเราต้องเดินทัพเป็นระยะทาง 20-25 ไมล์ต่อวัน โดยที่ต้องแบกเหล่าคนได้รับบาดเจ็บซึ่งนอนอยู่บนเปลเอาไว้ด้วย"
หลายคนถูกฝังโดยที่ไม่มีใครรู้ชื่อ เพราะพวกเขาทิ้งเครื่องแบบของตัวเองไปแล้ว และก็เหมือนที่บอกเอาไว้ว่า ชื่อกับเลขระบุตัวตน มีอยู่บนเฉพาะเครื่องแบบเท่านั้น ฉะนั้นแล้ว การที่ศพเหล่านั้นไม่มีเครื่องแบบก็ทำให้พวกเขากลายเป็นทหารไร้ชื่อ
อย่างไรก็ตาม ที่สหราชอาณาอาจักรไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "ทหารไร้ชื่อ" เพราะคนที่บ้านเกิดของพวกเขารู้จักชื่อคนเหล่านั้นดีอยู่แล้ว ยามที่มีการไปเคาะประตูบ้านของญาติผู้เสียชีวิตเพื่อแจ้งข่าวเศร้า ในเมือง ลิเวอร์พูล, แบล็คเบิร์น, มิดเดิ้ลเซ็กซ์ และ ฟัลเคิร์ก แล้วนั้น.. ผลสะท้อนของเหตุการณ์ที่ สปายอ้อน ค็อป ก็ถูกพูดถึงมากขึ้น
กองทัพบกและกองทัพเรือกาเซ็ตต์ ระบุว่าชื่อผู้เสียชีวิต ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ในกองทหารลำดับที่สองของ แลนคาสเตอร์ มีนามสกุลอย่าง ฮิวจ์ส, แฟร์คลัฟ และ โมแรน รวมอยู่ด้วย ซึ่งนามสกุลเหล่านี้ต่อมามีความหมายกับ ลิเวอร์พูล ในอีกหลายทศวรรษให้หลัง
ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูล ขึ้นพาดหัวในวันที่ 27 มกราคม ว่า "ความลับของ สปายอ้อน ค็อป" ส่วนสื่อในยอร์คเชียร์มันมีการใส่ประโยคว่า "หายนะแห่ง สปายอ้อน ค็อป" ส่วนสื่อใน ดันดี เลือกใช้ประโยคว่า "ความวุ่นวายแห่ง สปายอ้อน ค็อป"
"สปายอ้อน ค็อป"กลายเป็นคำที่พูดถึงทุกวันอย่างรวดเร็ว มันถูกใช้สื่อถึงพื้นที่บางส่วน อย่างเช่นใน แมนฟิลด์ ก็มีสถานที่ที่ถูกเรียกว่า สปายอ้อน ค็อป ที่ ฮาร์ทลี่พูล ก็มีสุสานที่ถูกตั้งชื่อแบบเดียวกันไม่เพียงแค่สองเมืองนี้ เหมืองถ่านหินใน สกอตแลนด์, สนามม้า, หลุมในสนามกอล์ฟ หรือแม้แต่ร้านดอกไม้ ก็ยังมีการใช้ชื่อ สปายอ้อน ค็อป
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่การทำเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแต่อย่างใด ซัฟโฟล์ค อีฟนิ่ง สตาร์ บอกว่านี่คือ "เรื่องราวอันน่าเศร้าของ สปายอ้อน ค็อป ที่มีบทเรียนอันหลากหลาย"
อารมณ์เศร้าเหล่านั้นเกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่ง แม้กระทั่งใน สนามฟุตบอล