เครดิตคลิปจาก AMARIN TVHD
รักล่มเพราะถูกลอตเตอรี่ ส่อแววบานปลายหนัก หลังเมียหลวงโผล่จากต่างจังหวัด หอบทะเบียนสมรสมาเรียกเงินหวยคืนทุกบาท ทั้งที่เรื่องเหมือนจะจบด้วยดี แบ่งเงินกันคนละ 3 ล้าน
จากกรณีที่ นางสาวพรธิดา อายุ 23 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.พระประแดง อันเนื่องมาจาก นายวิจักร อายุ 34 ปี แฟนหนุ่ม เบี้ยวเงินที่ถูกลอตเตอรี่ 6 ล้าน ที่มีสลักหลัง 2 ชื่อร่วมกัน ซึ่งทั้งคู่ทะเลาะกัน นายวิจักรต้องการเงิน 4 ล้าน และแบ่งให้นางสาวพรธิดา 2 ล้านบาท
ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นายวิจักรและ น.ส.พรธิดา ได้เดินทางมาที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี และหวยมาขึ้นเงิน แต่ถูกหักภาษี 0.50% ทำให้ทั้งคู่ได้เงิน 5,970,000 บาท โดยที่ น.ส.พรธิดา เป็นคนไปขึ้นเงิน ส่วนนายวิจักรก็ได้ไหว้สื่อมวลชน และยอมรับว่าเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่าครั้งแรกที่ตนจะเก็บเอาไว้ 4 ล้านบาท เพราะจะเก็บเงินไว้ซื้อบ้านเพื่ออยู่ด้วยกัน แต่ฝ่าย น.ส.พรธิดา เข้าใจผิด คิดว่าแบ่งเงินแบบไม่แฟร์ ดังนั้น เราจึงแบ่งเงินกันคนละครึ่งอย่างที่ น.ส.พรธิดา ต้องการ แต่ในเมื่อโดนหักภาษี ก็ไม่เป็นไร ตนให้ฝ่ายน.ส.พรธิดา เอาไปเลยเน็ต 3 ล้าน ส่วนตนเอาส่วนที่เหลือคือ 2,970,000 บาท
ส่วนหลังจากนี้ ตนก็ไม่ทราบว่าความสัมพันธ์ของเราจะเดินไปในทิศทางไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคน ไม่อยากให้ใครมาขุดคุ้ยอีก ที่ผ่านมา ตนรัก น.ส.พรธิดา มาก อยากเอาเงินไปซื้อบ้านตามความฝัน และ น.ส.พรธิดา อยากเอาเงินไปใช้อะไรก็ไม่ว่า แต่ ณ วันนี้ เราก็ทะเลาะกันไปแล้ว และตนไม่ได้ทำร้ายร่างกาย น.ส.พรธิดา
ตนยอมรับว่าตนโกรธฝ่ายญาติของ น.ส.พรธิดา ที่ทำให้ น.ส.พรธิดา เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสนใจเรา แต่พอถูกหวย กลับถูกญาติเข้ามายุ่ง มาจัดแจงเงิน ญาติพูดจน น.ส.พรธิดา เปลี่ยนไป
"มันทำให้ผมโมโหว่า คุณมีสิทธิ์อะไรมาจัดแจงทุกอย่าง ในเมื่อเงินมันเป็นของเรา ก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหา ก็ไม่คิดว่าน้องจะไปแจ้งความด้วย ทำไมถึงมายุ่งวุ่นวายกับเงินของเราเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครโทร.มาหาเลย"
ด้าน น.ส.พรธิดา เปิดใจว่า ที่ตนไปแจ้งความ เพราะเมื่อนายวิจักรถูกหวย เขาก็หายไปจากห้อง จนต้องมีผู้ใหญ่มาเป็นตัวกลางช่วยเจรจา แบ่งเงินคนละ 3 ล้านบาท ตนให้แม่ไปใช้จ่ายและใช้หนี้ในครอบครัวประมาณ 2 ล้านบาท และจากนี้ คงไม่สานต่อสัมพันธ์ใด ๆ เพราะเห็นธาตุแท้กันแล้ว
ส่วนเรื่องที่นายวิจักรบอกว่า อยากเอาเงินไปซื้อบ้านนั้น ที่จริงแล้ว เขาจะให้บ้านเป็นชื่อแม่ของนายวิจักร ตนก็เด็ก ตนก็อยากมีหลักประกันในชีวิต ตนอยากให้มีทรัพย์สินเป็นชื่อของคนสองคน ทำให้ตนไม่มีสิทธิ์ในบ้าน เขามองว่าตนเป็นเด็ก ตนจะควบคุมเงินได้หรือเปล่า แต่ตนยืนยันว่าควบคุมเงินได้ และญาติของตนก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรขนาดนั้น ลอตเตอรี่ก็ไม่ได้อยู่กับตนด้วย
ส่วนหลังจากนี้ ตนก็กลับไปทำงานเป็นสาวโรงงานเหมือนเดิม จะขออยู่ดูแลครอบครัว ตนเสียความรู้สึกหลายเรื่อง ตนไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปเพราะเรื่องเงิน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ตนคงไม่ขอถูกหวย เพราะทำให้ความรักจบลง
ด้าน นางสาวนี (นามสมมติ) น้าของนางสาวพรธิดา กล่าวว่า นายวิจักร บอกว่าจะเอาเงิน 4 ล้านไปซื้อบ้าน แต่เป็นชื่อของแม่ของยาวิจักร ญาติเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง แค่ไปเกลี้ยกล่อมว่าให้เรื่องมันจบลงดี ๆ แต่ฝ่ายชายเขาร้อน เขาเลยหยิบกระเป๋าเงินแล้วบอกว่า จะไม่ให้สักบาท จนฝ่าย น.ส.พรธิดา ไม่สบายใจ
ด้าน นายบังมัด (สงวนนามสกุล) ผู้ดูแลห้องเช่าที่ทั้ง น.ส.พรธิดา และ นายวิจักร อยู่ด้วยกัน บอกว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คนรักกันมาไม่เคยมีปากเสียงใด ๆ แต่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้ถูกลอตเตอรี่ แล้วทะเลาะกันแรงมาก ฝ่ายนายวิจักรปิดประตูกระแทกหน้าฝ่ายหญิง
ล่าสุด สาวอายุ 27 ปี เมียหลวงของนายวิจักร และอ้างว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้ติดต่อทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อเรียกเงินคืนจาก น.ส.พรธิดา และฟ้องข้อหาชู้ โดยทนายเดชา เผยว่า หญิงคนดังกล่าวอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด คาดว่าอีก 1-2 วันนี้ จะเดินทางมาพร้อมทะเบียนสมรส เพื่อมายื่นที่สำนักทนายความ ให้มีการฟ้องอายัดเงิน เรียกสินสมรสคืน เพราะเงินที่ซื้อลอเตอรี่ เป็นเงินของนายวิจักรคนเดียว และจะมีการเรียกเงินคืนทั้งหมเ และเรียกค่าเสียหาย ค่าเลี้ยงดูอีกด้วย
"และถ้ามันเป็นอย่างที่ผมว่า เขาก็ต้องคืนหมดสิ ไม่ได้สักบาท คืนหมดเลย ถ้ามันเป็นสินสมรสนะ ก็ทำอะไรไม่ได้"
ข่าวจาก : กระปุกดอทคอม
https://hilight.kapook.com/view/196395
“รักล่ม” เพราะถูก “ลอตเตอรี่” บานปลาย “เมียหลวง” โผล่ จะฟ้องชู้-เอาเงินหวยคืนทุกบาท !
จากกรณีที่ นางสาวพรธิดา อายุ 23 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.พระประแดง อันเนื่องมาจาก นายวิจักร อายุ 34 ปี แฟนหนุ่ม เบี้ยวเงินที่ถูกลอตเตอรี่ 6 ล้าน ที่มีสลักหลัง 2 ชื่อร่วมกัน ซึ่งทั้งคู่ทะเลาะกัน นายวิจักรต้องการเงิน 4 ล้าน และแบ่งให้นางสาวพรธิดา 2 ล้านบาท
ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นายวิจักรและ น.ส.พรธิดา ได้เดินทางมาที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี และหวยมาขึ้นเงิน แต่ถูกหักภาษี 0.50% ทำให้ทั้งคู่ได้เงิน 5,970,000 บาท โดยที่ น.ส.พรธิดา เป็นคนไปขึ้นเงิน ส่วนนายวิจักรก็ได้ไหว้สื่อมวลชน และยอมรับว่าเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่าครั้งแรกที่ตนจะเก็บเอาไว้ 4 ล้านบาท เพราะจะเก็บเงินไว้ซื้อบ้านเพื่ออยู่ด้วยกัน แต่ฝ่าย น.ส.พรธิดา เข้าใจผิด คิดว่าแบ่งเงินแบบไม่แฟร์ ดังนั้น เราจึงแบ่งเงินกันคนละครึ่งอย่างที่ น.ส.พรธิดา ต้องการ แต่ในเมื่อโดนหักภาษี ก็ไม่เป็นไร ตนให้ฝ่ายน.ส.พรธิดา เอาไปเลยเน็ต 3 ล้าน ส่วนตนเอาส่วนที่เหลือคือ 2,970,000 บาท
ส่วนหลังจากนี้ ตนก็ไม่ทราบว่าความสัมพันธ์ของเราจะเดินไปในทิศทางไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคน ไม่อยากให้ใครมาขุดคุ้ยอีก ที่ผ่านมา ตนรัก น.ส.พรธิดา มาก อยากเอาเงินไปซื้อบ้านตามความฝัน และ น.ส.พรธิดา อยากเอาเงินไปใช้อะไรก็ไม่ว่า แต่ ณ วันนี้ เราก็ทะเลาะกันไปแล้ว และตนไม่ได้ทำร้ายร่างกาย น.ส.พรธิดา
ตนยอมรับว่าตนโกรธฝ่ายญาติของ น.ส.พรธิดา ที่ทำให้ น.ส.พรธิดา เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสนใจเรา แต่พอถูกหวย กลับถูกญาติเข้ามายุ่ง มาจัดแจงเงิน ญาติพูดจน น.ส.พรธิดา เปลี่ยนไป
"มันทำให้ผมโมโหว่า คุณมีสิทธิ์อะไรมาจัดแจงทุกอย่าง ในเมื่อเงินมันเป็นของเรา ก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหา ก็ไม่คิดว่าน้องจะไปแจ้งความด้วย ทำไมถึงมายุ่งวุ่นวายกับเงินของเราเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครโทร.มาหาเลย"
ด้าน น.ส.พรธิดา เปิดใจว่า ที่ตนไปแจ้งความ เพราะเมื่อนายวิจักรถูกหวย เขาก็หายไปจากห้อง จนต้องมีผู้ใหญ่มาเป็นตัวกลางช่วยเจรจา แบ่งเงินคนละ 3 ล้านบาท ตนให้แม่ไปใช้จ่ายและใช้หนี้ในครอบครัวประมาณ 2 ล้านบาท และจากนี้ คงไม่สานต่อสัมพันธ์ใด ๆ เพราะเห็นธาตุแท้กันแล้ว
ส่วนเรื่องที่นายวิจักรบอกว่า อยากเอาเงินไปซื้อบ้านนั้น ที่จริงแล้ว เขาจะให้บ้านเป็นชื่อแม่ของนายวิจักร ตนก็เด็ก ตนก็อยากมีหลักประกันในชีวิต ตนอยากให้มีทรัพย์สินเป็นชื่อของคนสองคน ทำให้ตนไม่มีสิทธิ์ในบ้าน เขามองว่าตนเป็นเด็ก ตนจะควบคุมเงินได้หรือเปล่า แต่ตนยืนยันว่าควบคุมเงินได้ และญาติของตนก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรขนาดนั้น ลอตเตอรี่ก็ไม่ได้อยู่กับตนด้วย
ส่วนหลังจากนี้ ตนก็กลับไปทำงานเป็นสาวโรงงานเหมือนเดิม จะขออยู่ดูแลครอบครัว ตนเสียความรู้สึกหลายเรื่อง ตนไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปเพราะเรื่องเงิน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ตนคงไม่ขอถูกหวย เพราะทำให้ความรักจบลง
ด้าน นางสาวนี (นามสมมติ) น้าของนางสาวพรธิดา กล่าวว่า นายวิจักร บอกว่าจะเอาเงิน 4 ล้านไปซื้อบ้าน แต่เป็นชื่อของแม่ของยาวิจักร ญาติเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง แค่ไปเกลี้ยกล่อมว่าให้เรื่องมันจบลงดี ๆ แต่ฝ่ายชายเขาร้อน เขาเลยหยิบกระเป๋าเงินแล้วบอกว่า จะไม่ให้สักบาท จนฝ่าย น.ส.พรธิดา ไม่สบายใจ
ด้าน นายบังมัด (สงวนนามสกุล) ผู้ดูแลห้องเช่าที่ทั้ง น.ส.พรธิดา และ นายวิจักร อยู่ด้วยกัน บอกว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คนรักกันมาไม่เคยมีปากเสียงใด ๆ แต่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้ถูกลอตเตอรี่ แล้วทะเลาะกันแรงมาก ฝ่ายนายวิจักรปิดประตูกระแทกหน้าฝ่ายหญิง
ล่าสุด สาวอายุ 27 ปี เมียหลวงของนายวิจักร และอ้างว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้ติดต่อทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อเรียกเงินคืนจาก น.ส.พรธิดา และฟ้องข้อหาชู้ โดยทนายเดชา เผยว่า หญิงคนดังกล่าวอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด คาดว่าอีก 1-2 วันนี้ จะเดินทางมาพร้อมทะเบียนสมรส เพื่อมายื่นที่สำนักทนายความ ให้มีการฟ้องอายัดเงิน เรียกสินสมรสคืน เพราะเงินที่ซื้อลอเตอรี่ เป็นเงินของนายวิจักรคนเดียว และจะมีการเรียกเงินคืนทั้งหมเ และเรียกค่าเสียหาย ค่าเลี้ยงดูอีกด้วย
"และถ้ามันเป็นอย่างที่ผมว่า เขาก็ต้องคืนหมดสิ ไม่ได้สักบาท คืนหมดเลย ถ้ามันเป็นสินสมรสนะ ก็ทำอะไรไม่ได้"
ข่าวจาก : กระปุกดอทคอม
https://hilight.kapook.com/view/196395