what do you want to be in the future? โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร

กระทู้คำถาม
โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร??

มีคำถามหนึ่งที่ยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวตลอดเวลา 'คุณอยากเป็นอะไร?' คำถามที่นับตั้งแต่เด็กจนโต ดิฉันไม่สามารถหาคำตอบที่แน่นอนได้ วันนี้คำถามนั้นวนกลับเข้ามาอีกครั้ง...


ตอนอนุบาล คุณครูถามว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ดิฉันตอบไปว่า 'อยากเป็นคุณครู'  เพราะเป็นถ้าครูในตอนนั้นจะดูมีอำนาจเหนือนักเรียน 555+


พอโตมาอีก คำถามเดิมก็มาอีก ดิฉันก็ตอบว่าอยากเป็นนักการฑูต เพราะแม่บอกว่าถ้าทำงานระหว่างประเทศก็จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศ

หลังจากนั้นพอตอนป.3 ถูกครู ถามอีกครั้ง ดิฉันก็ตอบว่าอยากเป็นนักดาราศาสตร์ เพราะไปอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่ บ้านของนางเอกเป็นหอดูดาว แล้วรู้สึกอยากเป็นเหมือนนางเอกในการ์ตูน

พอขึ้นป.6 คำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรก็มาอีก ดูเหมือนครั้งนี้จะตอบว่าหมอ เพราะอยากรักษาน้องชายที่เป็นโรคหัวใจ

หลังจากนั้นพอตอนม.1 เข้ารร.ใหม่ คุณครูของรร.ใหม่ก็ให้แนะนำตัวพร้อมบอกว่าโตขึ้นหนูอยากจะเป็นอะไร ดิฉันก็เลยตอบว่าครูเพราะเพื่อนส่วนมากตอบว่าคุณครู

แต่พอขึ้นม.2  ดิฉันก็มีความคิดอยากจะเป็นนักเขียนนิยาย/นักเขียนการ์ตูนอย่างจริงจัง เคยแต่งนิยายใส่สมุดอยู่หลายเล่ม ทว่านักแต่งนิยายส่วนมากมักไส้แห้ง ด้วยกลัวว่าแม่จะโกรธ ดิฉันเลยไม่กล้าบอกแม่ ดังนั้นพอขึ้นม.4 จึงตัดสินใจเรียนสายวิทย์-คณิต ตามที่แม่ต้องการ

สายวิทย์-คณิต ค่อนข้างยาก ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และคณิตศาสตร์ทำให้ดิฉันปวดหัว แต่ด้วยความที่โดยส่วนตัวแล้วดิฉันชอบอ่านหนังสือ ชอบตัวอักษร และเรื่องราว ดังนั้นในวิชาเคมีและชีวะ จึงค่อนข้างเรียนได้ดีกว่าวิชาคำนวณอย่างฟิสิกส์และเคมี ทว่าวิชาเสริมอย่างภาษาจีนกลับเข้าหัวมากกว่าวิชาอื่นๆ   ขนาดภาษาไทยยังสู้ไม่ได้

แต่ว่าม.ปลายเป็นช่วงชั้นที่ทุกคนจะต้องเริ่มรู้ว่าความฝันของตนเองคืออะไรแล้ว ดิฉันยังจำได้ดีที่คุณครูแนะแนวถามว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร? และคำตอบในตอนนั้นคือ... ครู... เพราะอะไรถึงตอบอย่างนี้น่ะหรอ ก็เพราะว่าดิฉันไม่รู้จะตอบว่าอะไร และอาชีพครูก็คงเป็นอาชีพที่อยู่ระดับกลางๆในการจัดลำดับของดิฉัน ไม่ดีจนเกินไป และไม่แย่จนเกินไป...

คำถาม
แล้ว... จะเป็นครูวิชาอะไรล่ะ?

คำตอบนี้คุณครูเคมีในตอนม.6 ช่วยตอบให้ เนื่องด้วยในช่วงม.5 วิชาเคมีดิฉันได้เกรดน้อยสุดในวิชาที่เรียน (ดูเหมือนจะ 2.5) ดังนั้นเพื่อทำให้แม่ไม่ว่า ดิฉันจึง ตั้งใจเรียนวิชาเคมีเป็นอย่างมากในตอนม.6 ถึงกับฝึกทำสมการเคมีอยู่ตลอดเวลา ถามคุณครูทุกครั้งที่สงสัย นั่งดูคลิปการสอนตลอด จำได้ว่าในการสอบกลางภาค คะแนน 60 ยังได้ประมาณ 58 คะแนน ดูเหมือนว่าในช่วงนั้นครูเคมีจะชอบดิฉันมาก เปรียบฉันเป็นลูกรักเลยก็ว่าได้
แต่... ดิฉันไม่ได้อยากเป็นครูเคมี...

พอถึงเวลาเรียนต่อ ทุกตนภายในห้องต่างแห่กันไปสมัครสอบ แต่ดิฉันไม่อยากสอบ มีสองสาเหตุ คือ 1. เมารถ ดิฉันเกลียดการเดินทาง
2. กลัวว่าจะสอบไม่ได้

ดิฉันเคยสมัครสอบแพทย์ท้องถิ่นเพราะแม่บอก...  แน่นอนว่าไม่ได้  มันไม่มีทางที่เราจะทำอะไรสำเร็จหากสิ่งนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราชอบจริงๆ

เพื่อนสนิทคนหนึ่งของดิฉันเป็นคนที่เรียนอังกฤษได้ค่อนข้างดี ไม่สิต้องบอกเธอเรียนได้เทพทุกวิชา จนบางครั้งดิฉันก็อดอิจฉาเธอไม่ได้  แต่...จะโทษเธอก็ไม่ได้ เพราะเวลาส่วนมากของดิฉันคือการอ่านนิยายและดูการ์ตูน 555

เพื่อนสนิทคนนี้เอง เธอชวนดิฉันไปสมัครเรียนด้วยกันที่มหาวิทยาลัยหนึ่ง... ในสาขาภาษาอังกฤษ

เอาตรงๆดิฉันก็ไม่ได้เกลียดภาษาอังกฤษหรอกนะ เพราะคะแนนของดิฉันก็อยู่ในระดับพอใช้ และทำได้ดีกว่าวิชาคำนวณอยู่มากโข
แต่...  ดิฉันไม่อยากนั่งรถ... ขึ้นไปสอบนี่นา

ดิฉันเลยตัดสินใจลงข้อมูลของตัวเองผิด ตอนนี้ดิฉันก็ยังคงรู้สึกผิดอยู่มาก ดิฉันรู้ว่าผิดที่ไม่พูดความจริงกับเธอ แต่รู้ว่าเธอเองก็คงจะคะยั้นคะยอดิฉันให้ไปให้ได้ นั่นนับเป็นหนึ่งในสิบครั้งที่ฉันโกหกใคร

หลังจากนั้นดิฉันก็รับทุนโควต้า 10 เพื่อไปเรียนในมหาลัยแห่งหนึ่ง ต้องขอบใจในเกรดสะสมของดิฉันที่อยู่ในระดับค่อนข้างดี

แล้วดิฉันเลือกเรียนอะไร?

สามตัวเลือกของดิฉัน
1.ครูอังกฤษ (คิดว่าง่ายดี)
2.หมออนามัยชุมชน (ให้แม่)
3.ครูเคมี (ให้ครูที่ปรึกษา)

แน่นอนอยู่แล้ว ถึงยังไงดิฉันก็ต้องได้ครูอังกฤษ

แต่หนทางเรียนครูอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย...

ดิฉันเรียนหนักมาก แต่ในช่วงปี 1-2 ยังเอาอยู่ ดิฉันสามารถคว้า A มากินเรียบ ทว่าพอปี 3 เริ่มมีวิชาที่ค่อนข้างหนักและลงลึก. ดังนั้น A ของดิฉันจึงลดน้อยลง ในช่วงเวลานี้ถ้าถามดิฉันว่าอยากเป็นอะไร...

แน่นอนคุณครู ก็แน่ล่ะก็เรียนมา 3 ปีแล้วนะ อีกทั้งในตอนสังเกตการสอน นักเรียนโรงเรียนที่ไปสังเกตยังน่ารัก จนรู้สึกว่าเป็นครูก็ไม่ใช่ว่าแย่นะ ได้สอนให้นักเรียนน่ารักๆแบบนี้รู้สึกภูมิใจจัง

ทว่าหนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ...
ตอนปี 4 เทอม 1 เพราะด้วยเหตุการณ์หลายอย่างทั้งจากทางบ้าน และความชะล่าใจ ดิฉันจึงเล่นเกมส์อย่างหนักไม่ยอมไปเรียน ทำให้ได้  F  มาหนึ่งวิชา แน่นอนว่าคนที่จะได้เกียรตินิยมห้ามติด F โดดเด็ดขาด

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ดิฉันเสียใจกับการกระทำของตัวเอง และ เจ้า F ตัวนี้จะติดตัวดิฉันไปตลอดชีวิต

แม้จะรู้สึกเสียใจ  แต่... สิ่งที่ดิฉันกลัวยิ่งกว่า คือความเสียใจของแม่
แต่มันสายไปแล้ว F  ตัวนี้มันถูกตีตราลงมาแล้ว

หลังจากรวบรวมสติทำวิจัยจบของปริญญาหนึ่งเสร็จ ดิฉันก็ต้องเข้าฝึกสอนในวิชาตัวสุดท้ายของครู

เนื่องจากดิฉันและเพื่อนให้ทางคณะสุ่มเลือก รร.ที่จะฝึกสอนดังนั้น เราจึงถูกส่งมายังรร.หนึ่ง

รร.ที่ทำให้ดิฉันรู้สึกเกลียดระบบการศึกษา
รร.ที่ดิฉันรู้สึกเกลียดความเป็นครู  
รร.ที่ดิฉันรู้เหน็ดเหนื่อยกับอาชีพนี้

ในตอนเรียนดิฉันชื่นชมอาชีพครูมาก ดูสูงส่ง ดูน่านับถือ ดูขลัง

ดิฉันไม่เถียงว่าคุณครูบางคนมีความเป็นครูสูง รักนักเรียน อยากให้นักเรียนได้ดี

แต่...

ครูบางคนก็ยึดอาชีพครูแบบเป็นไปวันๆ แน่นอนถึงแม้ดิฉันจะไม่ได้เป็นครูที่ดีเลิศนัก



แต่สำหรับดิฉันก็พยายามทำหน้าที่ได้ครบถ้วน และมีความรู้สึกและพยายามให้นร.ของตนมีอนาคตที่ดี

ทว่าดิฉันเกิดความรู้สึกลังเลขึ้นมาภายในใจ...

เราจะเป็นครูได้จริงๆน่ะหรอ?

จริงอยู่ว่าวิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่ดิฉันชื่นชม แต่ก็ไม่ได้ชื่นชอบ ยิ่งมาเจอกับเหตุการณ์นี้ ดิฉันยิ่งรู้สึกลังเล




#ยังไม่จบ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่