เจอยา Teevir ในกระเป๋าแฟน ควรทำอย่างไรต่อไปดี

ผมมีเรื่องปรึกษา  คือ  ผมเป็นคู่รัก (ช-ช) นะครับ  พอดีผมมีเรื่องที่สงสัยตามนี้นะครับ

คือ ผมสังเกตุว่าแฟนผมกินยา/วิตามิน  อะไรทุกวัน เวลาเดิม มันทำให้เก็บข้อสงสัย มาสักพัก (ย้ำ ผมไม่ได้จับผิดพฤติกรรมแฟนนะครับ แต่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนปิดปังอะไรอยู่)   สิ่งที่เจอ คือยาที่เจอคือยา Teevir    นี้จะเป็นสูตร Tenofovir (TDF) + Emtricitabine (FTC) + Efavirenz (EFV) นะครับ (300/200/600)  ผมไปหาข้อมูลใน internet มาคือเหมือนเป็นยาสำหรับผู้ป่วย HIV หรือผู้ติดเชื้อ ซึ่ง ผมเห็นเขาทานแบบนี้ แปลว่าเขาติดเชื้อใช่ไหมครับ หรือยังไง หรือตัวยานี้สามารถรักษาโรคอื่นได้มั้ยครับ 

หลังจากที่นั่งศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเยอะพอสมควร บางครั้งจนรู้สึกว่าตัวเอง เครียดมาก แล้วพูดจาน้อยลง ทำให้เสี่ยงภาวะซึมเศร้า .... จนตัดสินใจ ไปตรวจเลือดของตัวเอง ช่วง พ.ย.62 ที่ผ่าน (โดยปกติผมจะไปตรวจอยู่แล้วปีละ 1-3 ครั้ง)  โดยส่วนตัวผม  ไปตรวจมาแล้ว 2 ครั้ง ในปีนี้ คือ  จุดประสงค์ของการไปตรวจรอบนี้ (1.)เพื่อเชคสถานะเลือดของตัวเอง  จะได้ไม่กังวล (2.) เพื่อขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ถ้าหากเจอกรณีแบบผม  (ซึ่งเจ้าหน้าที่ก้ให้คำปรึกษาที่ดีกลับมาเพื่อ  กลับมาคุยกับแฟน  โดยที่เราโอเคด้วย  แล้วสภาพจิตใจแฟนก้ต้องไม่ถูกกระทบด้วย)

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพูดคุย ก้มี

ผม : ก้บอกแฟนว่า ที่ผ่านมาผมไปตรวจเลือดมา นะ พร้อมกับบอกสถานะผลตรวจเลือดของตัวเองให้แฟนรู้ว่า สถานะปกติ  แล้วก้บอกถึงว่า เหตุผลที่ไปตรวจเพราะอะไร  ทำไมต้องไป  แล้วผมก้ถามแฟนว่า ทำไมกินยา Teevir ที่เราเจอในกระเป๋า
แฟน :ได้คำตอบ  คือ กินกันไว้ เหมือน PEP, Prep ประมาณนั้น  ซึ่งผมไม่อยากเค้นเอาอะไรกับแฟน กลัวเขาจะเสียความรู้สึก

โดยส่วนตัว : ผมไปเจอประวัติการตรวจเลือดของแฟนมา ก้มีผลตรวจโดยรายละเอียด จากเอกสารช่วงปี 5x ที่เจอก้มีการตรวจ CBC, CD4[3Day] , VL [7day]  โดยที่ผมนั่งศึกษา  ก้คิดว่าแน่นใจ ว่าแฟนมีเชื้อไวรัส  แต่ก็เข้าใจแฟนนะ  ว่ามันยากที่จะอธิบายให้เราเข้าใจได้  หรืออีกแง่มุม คือ ถ้าเขาบอกความจริงก็กลัวเรารับไม่ได้ หรือกลัวเราทิ้งเขา

ผมรู้เรื่องยานี้มาประมาณ 5-6 เดือนแล้ว ผมถึงเข้าใจว่า ถ้ามันใช่แบบที่ผมคิด ผมมีหน้าที่ยอมรับข้อผิดพลาดของแฟนในอดีตได้แค่นั้น  เรื่องความสัมพันธ์ผมยังว่าผมยังรู้สึกรัก  หวังดีเหมือนเดิม  (เพราะว่า เขาเป็นมาก่อนที่เจอผม)  ดังนั้น เรารักเขาในตัวของเขา ส่วนเงื่อนไขเพิ่มเติมที่เราพึ่งรู้  เราทำได้แค่เรียนรู้ ป้องกัน รวมถึงปรึกษาโดยใช้ความถูกต้องมาประกอบการใช้ชีวิต  โดยทุกวันนี้ผมก้ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม กอด หอมแก้ม ตลอดแบบเหมือนไม่มีเรื่องนี้มาก่อน

ก่อนที่ผมจะเอามาพูดคุยในวันนี้  มันเป็นเรื่องที่ผมอึดอัดใจมาก เพราะไม่รู้จะทำยัง กับความสับสนของเอง แล้วเรายังต้องแคร์ความรุ้สึกของแฟนด้วยเช่นกัน

โดยจุดประสงค์หลักของผมคือ
1. พูดคุย เปิดใจ เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายสบายใจ แล้วสามารถใช้ชีวิตคู่กันแบบเดิม ได้อย่างสบายใจ ปลอดภัยทั้งคู่
2. การที่คุยกับแฟน มันไม่ใช่ข้อต่อรองในการขอเลิก  หรือทิ้งเขา การพูดคุย เราก้อยากให้เขาสบายใจอยู่กับเรา ส่วนผมก้มีหน้าที่คอยดูแลกัน คอยไถ่ถามว่ากินยาหรือยัง นั้นคือจุดประสงค์ที่แท้จริง
3. ผมจะไม่เอาปมที่เขาผิดพลาดมา ตอกย้ำ ในวันที่ทะเลาะกันแน่นอน

อีกอย่างผมนะ โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรเหมือนตามหนัง  ละคร ที่นำเสนอ  มันสามารถ U=U ได้ บางครั้งการรักคนหนึ่งคน โดยมีเงื่อนไข มันต้องยอมรับในตัวเขา แล้วเราต้องดูแลทั้งตัวเราแล้วเขาให้โอเคที่สุด  ในเมื่อรักกันไปแล้ว​วก้ต้องหาจุดกึ่งกลางในการใช้ชีวิต  ในมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวันที่อยู่ด้วยกัน

ผมแค่อยากรู้ว่า การที่ตรวจ พวกค่า CD4[3Day] , VL  คือเขาเป็นผู้ป่วยใช่มั้ยครับ

ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาช่วยตอบนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่