สารบัญ
https://pantip.com/topic/39358562
“ขะ ข้าจะต้องทะ ทำสำเร็จให้ได้” สาวหูแมวพูดพึมพำขึ้นมาค่อย ๆ ขณะที่มือทั้งสองข้างกำลังถือม้วนภาพแผ่นใหญ่ เนื้อตัวก็สั่นระริกพอดู ณ ริมกำแพงห้องประชุมบนเวทีสำหรับการบรรยาย ภายในมีแสงสว่างสลัว ๆ จากบานประตูระยะห่าง ๆ ซึ่งเปิดให้เพียงแง้ม ๆ เท่านั้น
เธอสูงไม่มากนัก แค่ 163 เซนติเมตร ดวงตาเรียวเฉดฟ้าใส ผมบ๊อบสั้นม่วง ๆ หางสีเดียวกันด้านหลังยาวซึ่งห้อยตก ปลายโค้งขึ้นเล็กน้อย ร่างกายปราดเปรียวว่องไว หากแต่ดูหน่อมแน้มมิมีความมั่นใจในตนเอง ชุดสูทที่สวมใส่จึงคับแน่นและเนี๊ยบเชียวล่ะ ราวกับกลัวว่าจะผิดระเบียบตรงไหนก็มิปาน
“สูด! ฮา!”x2 จนต้องระบายลมหายใจเข้าออกแรง ๆ ทวิรอบ ถึงจะระงับอารมณ์อันเตลิดเปิดเปิงให้เข้าที่เข้าทางได้สำเร็จ
“ช่างน่าสงสารนัก มาปฏิบัติเยี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน?” พอกล่าวเสร็จ เธอจึงเลื่อนมือจับชายภาพกับคลี่ออกทันที มันคือรูปสัญญาณของกรมแรงงานนี่เอง ซึ่งหัวหน้าพัดดี้เพิ่งจะใช้ในการนำเสนอไปหยก ๆ
สำหรับรายละเอียดนั้น อัศวินผู้กล้ายังคงเป็นเช่นเดิม ทว่ามังกรแดงซึ่งเคยพ่นไฟสุดดุร้ายกลับมีดูแล้วสิ้นท่ามิใช่น้อย เนื่องจากปากโดนตะกร้อเหล็กล็อคด้วยสลักยึด ทั้งยังกลับหัวกลับหางเอียงกะเท่เร่อยู่กึ่งกลางภาพซะได้ ทำให้สาวหูแมวบังเกิดความเวทนาจิตขึ้นมาเลย
“โอ้! สิ่งที่ถูกปิดผนึกเอ้ย จงคืนอิสรภาพให้แด่พวกมันด้วยเถิด” เมื่อแขนขวาเอื้อมมาจับไม้กายสิทธ์ที่เสียบเอาไว้ในซองข้างเอว พร้อมกับดึงขึ้นกับชี้ลงบนเป้าหมาย โดยเอ่ยคำร่ายควบคู่กัน
พริบตานั้นทั้งแผ่นเลยเรืองแสงชั่วขณะหนึ่ง ลายเส้นของเจ้ามังกรแดงก็เคลื่อนไหวให้มีท่วงท่าน่าเกรงขามดั่งเดิม จากนั้นมันจึงโผล่ออกมาจากภาพเป็นวัตถุสามมิติตรงหน้าเธอ สองปีกที่สามารถใช้แทนขาหน้าได้กระพือออกกว้างไม่หยุด เพื่อจะสร้างแรงส่งลอยตัวขึ้น เครื่องพันธนาการทั่วร่างโดนผลแห่งคาถา ทำให้หลุดร่วงลงเอง หรือกระเด็นตามการโลดเต้นเหนือพื้น
“โฮกกก...!!!” มังกรแดงขนาดเท่านกแร้งจึงคำรามขึ้นด้วยความยินดี ลมหายไฟอัคคีพ่นออกมาเป็นจังหวะ หางก็เหวี่ยงลากกำแพงให้เกิดร่องรอยครูดขีด
“ชู่! ๆ เจ้าหัวหอก อย่าส่งเสียงดังไป เดี๋ยวก็โดนจับตัวอีกหรอก” สาวหูแมวเลยต้องเอ็ดใส่ตามระเบียบ ปลายไม้กายสิทธิ์ได้เอามาแตะริมฝีปาก ส่งผลให้มันต้องหยุดการร่าเริงอย่างเฉียบพลัน ทั้งยังเพ่งเขม็งมาที่ผู้ปลดปล่อยมิวางตา
“ทำตัวดี ๆ แบบนี้ยอดเยี่ยมมาก มา! ข้าจะพาเจ้าหลบหนีเอง” เธอเลยยิ้มแย้มเชียวล่ะ ขณะเงยหน้ามองอีกฝ่าย มันจึงยื่นศีรษะยาว ๆ เข้าทักทายตอบโต้ต่อ
“อา! น่ารักน่าชังจริง ๆ” ทำให้ต้องรอรับการหยอกล้อด้วยความหรรษา ถึงขนาดว่าจะจูบปากของสัตว์เวทย์ด้วย
“กรี๊ด!” ซึ่งเธอก็กรีดร้องออกมาอย่างได้ใจคำหนึ่ง เนื่องจากมังกรแดงได้อ้าปากกว้าง จนขากรรไกรคลายตัวออกทีเดียว
โดยเขมือบศีรษะของเธอเข้าไปดื้อ ๆ ในคำเดียว ณ กาลต่อมา แบบทำคุณบูชาโทษน่ะ เลือดสาดและเจิ่งนองลงเวทีเต็มที่ ไม้คทาเลยกระเด็นเก็นเก้ให้ตกขอบเวที พร้อมกับเสียงดังตุบหนัก ๆ เพราะส่วนที่เหลือตั้งแต่ลำคอกระแทกลงพื้นอย่างไร้การควบคุม
“ฟู่! ๆ ๆ ๆ” จากนั้นสัตว์เวทย์โหดยังพ่นไฟใส่แผ่นภาพให้ลุกไหม้ด้วย ราวกับชำระแค้นเก่า ครั้นที่อยู่อาศัยเก่าก็ร่อนลงบนนั้นเฉกเช่นกัน แล้วจึงโบยบินไปตรงบานประตูซึ่งปิดไม่ดีพออยู่ มันแลนดิ้งแบบไร้สำเนียงก่อน โดยได้ใช้ขาหน้าติดปีกเปิดช่องว่างอีกนิด เพื่อส่งเศียรแหลม ๆ ออกมาสอดแนมดูลาดเลา
“โฮก!” พอเห็นว่าภายนอกปลอดโปร่งแล้ว มันจึงคำรามเบา ๆ และค่อย ๆ ก้าวเดินออกไปด้วยท่วงท่าหมอบต่ำ หางยาวเลื้อยเลียบพื้น โดยเคลื่อนไหวตามทางเดินเรื่อย ๆ อย่างระแวงระวัง มันคอยตื่นตัวหลบสายตาของผู้คนที่กำลังเดินผ่านมา
พอพ้นไปเวลาหนึ่ง แผ่นภาพที่เปลวเพลิงยังมิดับเหลืออยู่ประมาณ 6 ใน 10 ส่วน แสงมนตราได้เปล่งออกมารอบสอง ทำให้ผู้โดนคุมขังอีกรายต้องโชว์ตัวขึ้นบ้าง เขาเป็นอัศวินใส่ขุดเกราะสีเงินแวววาวเต็มยศนี่เอง สุดรัดกุมมาก ตามข้อต่อและส่วนสำคัญถูกป้องกันเป็นอย่างดี
“ฮึบ!” สองมือโผล่จากภาพก่อน เมื่อยึดเสร็จก็กระชากร่างสู่โลกภายนอก
หมวกปิดทั้งใบหน้าคล้ายถังคว่ำ หน้าผากเป็นรูปตัววีตั้ง ขนาดตัวกะทัดรัดมิเกินความสูงของหัวเข่าผู้คนทั่วไป แล้วเขาจึงกระชากศาสตราวุธซึ่งแขวนเอาไว้บนหลัง พอเท้าตกกระทบบนภาพอย่างครึกโครม ไอมนตราประทุ ส่งผลให้เปลวเพลิงลดระดับความร้อนแรงลงครึ่ง ๆ โดยมือซ้ายถือดาบเล่มโต มันคือเคลย์มอร์ทรงตะวันตก อีกข้างติดโล่ทรงเหลี่ยมบังกายได้มิด
“โหดร้ายเหลือเกิน โปรดอภัยให้ด้วย นี่เพราะตัวของข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดีเอง” นักรบเดินมาหน้าซากศพสตรี ดาบจึงปักลงบนพื้นเวทีและคุกเข่าข้างขวาลงตาม เพื่อไว้อาลัยสักครู่แบบสุดซึ้งคราหนึ่ง โดยใช้มือซ้ายวาดไม้กางเขนที่หน้าอก ทั้งยังก้มหน้าก้มตาอีกต่างหาก
“ดังนั้นมังกรร้ายต้องตาย เพื่อขจัดเภทภัยให้แก่แผ่นดิน” เขาเงยขึ้นเอ่ยปากด้วยความแข็งกร้าว
ช่องดวงตาบนหมวกเกราะแผ่พุ่งประกายสายฟ้าขึ้นพร้อมกัน จากนั้นก็ดึงดาบและยืนจัดอารมณ์ใหม่ ครั้นกำลังจะไปทำภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ต่อ จึงเหลือเพียงร่างไร้ชีวิต กะแผ่นภาพซึ่งยังคงแผดเผาอยู่แบบช้า ๆ นั่นแหละภายในห้องประชุมแห่งนี้
“อะ! เกือบไป ลืมดับซะสนิทเลย” พอนึกขึ้นได้ หลังจากกระโดดลงเวทีอย่างฮึกเหิม เขาต้องเร่งร้อนวิ่งกลับสู่แหล่งที่มาให้ทันการณ์ ถึงขั้นโยนอุปกรณ์ต่อสู้ทิ้งบนนั้นและรีบสะบัดแผ่นภาพแรง ๆ หลายหน จนเปลวไฟที่กำลังลุกลามเริ่มซาทีละหน่อย
“ก๊ากกก...!!!” ตัดมาในยามวิกาล ณ ริมฝั่งเลื่อนออกไประยะหนึ่ง
เสียงคำรามดังลั่น ครั้นกิ้งก่ายักษ์โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำอย่างแสนเล่ห์เหลี่ยม ก่อนที่คมเขี้ยวจะฝังลึกบนช่วงคอของเจ้าอัลลิเกเตอร์ซึ่งมิระวังตัว มันเลยถูกเคียวโง้งจากขาพิกลยาวข้างที่ห้าจู่โจมตรงบริเวณเดียวกันเต็มเหนี่ยวและกระชากทั้งร่างเข้ามาหาต่อ
ดวงตาทั้งเรียวสองข้างของอูปามีสีเหมือนน้ำโสโครกหดเล็กลง เรตินาภายในแต่ละข้างเหมือนไข่ไก่คู่วางซ้อนกันค่อนฟองส่อแววเหี้ยมโหดอำมหิต ขากรรไกรหนาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าของฝ่ายตรงข้าม หากมีแรงบดขยี้มากเป็นคนละเรื่อง เพราะเข้าเนื้อเต็ม ๆ จนเกือบแหว่งออกจากกัน โลหิตจึงหลั่งไหลเจือปนบนลำน้ำสายใหญ่
“ก๊ากกก...!!!” อีกฝ่ายเลยต้องเหวี่ยงหัวและเร่งสะบัดแรดเผือกมีปีกในปากให้ขึ้นปะทะกับฝ่ายมาแจมดื้อ ๆ เพื่อสร้างจังหวะตอบโต้สุดชีวิต ตอนนี้เชลยซึ่งกำลังลอยเข้าใส่แก้ขัดได้แต่หายใจรวยรินเท่านั้นแล้ว
ทว่าเจ้าอูปากลับพลิกตัวอย่างชาญฉลาด อวัยวะจู่โจมประหลาดเลยรีบดึงออกจากบาดแผลของเหยื่อ เพื่อเกี่ยวสิ่งที่ขว้างมาให้ลอยพ้นห่าง การโต้ตอบด้วยสัตว์เวทย์ซึ่งสิ้นท่าไปแล้วเลยพลาดเป้าหมาย โดยตกลงน้ำ ณ พิกัดไกลพอสมควร ส่วนคางก็ล็อคลำคอได้ชะงัดนัก ทำให้เจตโก้ดาตนนี้ต้องถูกรั้งบิดกายทั้งแบบนั้นแหละ
“ก๊ากกก...!!!” เพื่อดิ้นรนให้สามารถรอดพ้นได้ มันเลยฟาดหางเข้าใส่เต็มแรง
แต่อูปาได้เหวี่ยงของตนเองมาปัดป้องเอาไว้ก่อน เนื่องจากช่วงปลายมีหนามแหลมด้วย เลยชนะขาดลอย ณ ด้านนี้ เมื่อบาดลึกจนบางส่วนขาดหายไปบ้าง ขาที่ห้าจึงพับแนบลำตัว เพื่อไม่ให้เกะกะในระยะประชิดตัว จากนั้นสองนักล่าเลยตะลุมบอนสู่ใต้น้ำด้วยความดุร้าย
พออีกฝ่ายออกอาวุธตามตัวอย่างคลุ้มคลั่ง ทั้งสะบัดหัวกลับหลังหวังกัดตอบโต้ บ้างส่ายลำตัวคดเคี้ยวให้ลำตัวแยกห่างจากกัน ทว่าก็มิเป็นผลสำเร็จ บริเวณนั้นจึงสั่นกระเพื่อมแบบรุนแรง คลื่นปะทะที่แผ่กระจายไปทั่วเลยทำลายความสงบเงียบ ครั้นร่างกายของกิ้งก่ายักษ์พยายามรัดพันเจ้าอัลลิเกเตอร์สุดฤทธิ์
แรงกัดจากปากใหญ่โตตรงลำคอของเหยื่อมีแต่จะย้ำให้หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ หางยาว ๆ ก็หมุนเกลียวพัวพันกับของเหยื่อ เพื่อผนึกการโจมตีแทรกแซง ทว่าเจตโก้ดามีขาหน้ามากว่าเป็นสองเท่า มันจึงรีบถีบใส่ลำตัวของอูปาที่พาดทับอยู่ไม่ยั้งเท้า เลยสามารถสร้างแรงดันส่งให้ทั้งคู่ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
“ฮา ๆ เป็นอย่างไรล่ะ? ดีกว่าสไตล์การล่าครั้งเก่าก่อน ๆ ใช่ไหม? มีรสนิยมสูงส่งกว่าเดิมมากนัก” มาดิชที่กำลังซุ้มรอดูผลงานอยู่กล่าวขึ้นอย่างชื่นชม
“... มันไม่เลวหรอกนะ แต่เจ้านี่กลายพันธุ์ไปตั้งนานแล้ว เนื่องด้วยปนเปื้อนอนุภาคดึกดำบรรพ์ตั้งแต่เล็ก แถมยังถูกทดลองซ้ำเติมอีก ตอนนี้ก็ยังแปรสภาพไม่หยุดเลย สหายเอ้ย! เสี้ยมสอนวิธีการเยี่ยงนี้ จนผิดแผลงจากพฤติกรรมตามธรรมชาติ ข้าว่าไม่ดีนักน่ะ” ดิวทราจึงกล่าวโต้แย้งออกมา ณ ตำแหน่งข้าง ๆ กัน
“หึ ๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ ดิวทรา! ภูตอย่างเจ้า ช่างยึดติดในกรอบจริง ๆ การวิวัฒนาการก็เป็นเช่นนี้เอง คิดมากเกินตัวไปได้ ฮา ๆ” มาดิชจึงเอ่ยขึ้นอย่างยืนยันว่าได้เรื่องแน่
“...”
(แต่มันเร่งรัดไปนะ เกลอเอ้ย! สัตว์เวทย์พันธุ์นี้ไม่เคยว่ายน้ำได้มาก่อนเลย) จนแฟรี่ตัวเล็กนึกขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้
“แควก!” ทว่าเสียงฉีกขาดกลับเกิดขึ้นทันควัน ณ บนผืนน้ำ เพราะปากของอูปาได้กระชากแรงจัดไป ทำให้ส่วนศีรษะของเหยื่อหลุดออกจากร่างอย่างกะทันหันจริง ๆ
ทว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าเจตโก้ดาแล้ว มันมีความสามารถในการฟื้นฟูสุดสูง ทำให้สามารถงอกใหม่ได้ แต่เริ่มทีละขั้นตอนก่อน จึงต้องใช้เวลานานพอสมควร สำหรับสร้างสมองสั่งการใหม่อีกหน อูปาจึงได้โอกาสอันดีเร่งตะกุยน้ำ เพื่อพุ่งเข้าไปกัดบริเวณเนื้ออ่อน ๆ ซึ่งเพิ่งจะมีเกล็ดละเอียดงอกเงย
“ฟู่! ๆ ๆ ๆ ... ๆ” ณ จังหวะนั้น เดือยทั้งหกข้างหัวของกิ้งก่าที่มีลักษณะคล้ายท่อไอเสียจึงเริ่มทำงาน ก๊าซร้อน ๆ ได้พุ่งพรวดขึ้นมาโดยมิรีรอ
เปลวเพลิงสีฟ้าเลยทะลักออกจากปากลูกใหญ่และไม่ตอนขาด ทั้ง ๆ ที่ยังงาบลำคอเหยื่ออยู่ให้แผดเผาในระยะสุดใกล้ น้ำกระจายจากพลังโจมตีและกลายเป็นไอ เมื่อสัมผัสโดน ทำให้เจ้าอัลลิเกเตอร์ต้องร่ำร้องอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนปฏิกิริยาตอบสนองจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย
“ตูมมม...!!!” เพราะสุกระอุเกินไปนั่นเอง ถึงกับเกิดการระเบิดเป็นเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยทีเดียว
“ก๊ากกก...!!!” อูปาจึงใจฮึกเหิมเชิดหัวขึ้นคำรามดัง ๆ เพื่อประกาศศักดา
“ตึง!/อูปา บ้าเอ้ย! เจ้าจัดการกับเหยื่อแบบนี้ได้อย่างไรกัน? น่าเสียดายชะมัดเลย” ทว่ามันก็ต้องเงียบเสียงลงตามลำดับ เพราะเจ้าของ เช่น มาดิชมิปลื้มด้วยอย่างแรง
ก้อนหินใหญ่จึงถูกเหวี่ยงเข้ามาประเคนถึงศีรษะตรง ๆ กะตกลงสู่ผืนน้ำดังโครม แล้วตาเฒ่าก็ผุดลุกขึ้นยืนและเดินออกจากพุ่มไม้รกชัฏ เขาเสียอารมณ์มากน่ะ พร้อมกับปัดฝุ่นผงบนร่างกายไปด้วย เพื่อไปคาดโทษสัตว์เลี้ยงถึงริมชายฝั่ง
“ฮา ๆ ดีเกินไป มันก็เป็นแบบนี้แหละ” ส่งผลให้ดิวทราต้องพูดแซวเล่นซะเลย โดยเขาโยนยอดไม้ที่เคยใช้บังศีรษะในมือทั้งสองข้างทิ้งลงพื้น จากนั้นก็กระพือปีกวิหคและบินขึ้นมาข้างกายเพื่อนแก่มิห่าง
“ก๊ากกก...!!!” ด้วยความเกรงกลัว อูปาได้ส่งเสียงร้องสนั่น
นิยายแฟนตาซีเรื่อง Conflict Before The Beginning มันเกิดก่อนเริ่ม [ตอนที่ 5 หลังก็พานเลว] ปรับปรุง
“ขะ ข้าจะต้องทะ ทำสำเร็จให้ได้” สาวหูแมวพูดพึมพำขึ้นมาค่อย ๆ ขณะที่มือทั้งสองข้างกำลังถือม้วนภาพแผ่นใหญ่ เนื้อตัวก็สั่นระริกพอดู ณ ริมกำแพงห้องประชุมบนเวทีสำหรับการบรรยาย ภายในมีแสงสว่างสลัว ๆ จากบานประตูระยะห่าง ๆ ซึ่งเปิดให้เพียงแง้ม ๆ เท่านั้น
เธอสูงไม่มากนัก แค่ 163 เซนติเมตร ดวงตาเรียวเฉดฟ้าใส ผมบ๊อบสั้นม่วง ๆ หางสีเดียวกันด้านหลังยาวซึ่งห้อยตก ปลายโค้งขึ้นเล็กน้อย ร่างกายปราดเปรียวว่องไว หากแต่ดูหน่อมแน้มมิมีความมั่นใจในตนเอง ชุดสูทที่สวมใส่จึงคับแน่นและเนี๊ยบเชียวล่ะ ราวกับกลัวว่าจะผิดระเบียบตรงไหนก็มิปาน
“สูด! ฮา!”x2 จนต้องระบายลมหายใจเข้าออกแรง ๆ ทวิรอบ ถึงจะระงับอารมณ์อันเตลิดเปิดเปิงให้เข้าที่เข้าทางได้สำเร็จ
“ช่างน่าสงสารนัก มาปฏิบัติเยี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน?” พอกล่าวเสร็จ เธอจึงเลื่อนมือจับชายภาพกับคลี่ออกทันที มันคือรูปสัญญาณของกรมแรงงานนี่เอง ซึ่งหัวหน้าพัดดี้เพิ่งจะใช้ในการนำเสนอไปหยก ๆ
สำหรับรายละเอียดนั้น อัศวินผู้กล้ายังคงเป็นเช่นเดิม ทว่ามังกรแดงซึ่งเคยพ่นไฟสุดดุร้ายกลับมีดูแล้วสิ้นท่ามิใช่น้อย เนื่องจากปากโดนตะกร้อเหล็กล็อคด้วยสลักยึด ทั้งยังกลับหัวกลับหางเอียงกะเท่เร่อยู่กึ่งกลางภาพซะได้ ทำให้สาวหูแมวบังเกิดความเวทนาจิตขึ้นมาเลย
“โอ้! สิ่งที่ถูกปิดผนึกเอ้ย จงคืนอิสรภาพให้แด่พวกมันด้วยเถิด” เมื่อแขนขวาเอื้อมมาจับไม้กายสิทธ์ที่เสียบเอาไว้ในซองข้างเอว พร้อมกับดึงขึ้นกับชี้ลงบนเป้าหมาย โดยเอ่ยคำร่ายควบคู่กัน
พริบตานั้นทั้งแผ่นเลยเรืองแสงชั่วขณะหนึ่ง ลายเส้นของเจ้ามังกรแดงก็เคลื่อนไหวให้มีท่วงท่าน่าเกรงขามดั่งเดิม จากนั้นมันจึงโผล่ออกมาจากภาพเป็นวัตถุสามมิติตรงหน้าเธอ สองปีกที่สามารถใช้แทนขาหน้าได้กระพือออกกว้างไม่หยุด เพื่อจะสร้างแรงส่งลอยตัวขึ้น เครื่องพันธนาการทั่วร่างโดนผลแห่งคาถา ทำให้หลุดร่วงลงเอง หรือกระเด็นตามการโลดเต้นเหนือพื้น
“โฮกกก...!!!” มังกรแดงขนาดเท่านกแร้งจึงคำรามขึ้นด้วยความยินดี ลมหายไฟอัคคีพ่นออกมาเป็นจังหวะ หางก็เหวี่ยงลากกำแพงให้เกิดร่องรอยครูดขีด
“ชู่! ๆ เจ้าหัวหอก อย่าส่งเสียงดังไป เดี๋ยวก็โดนจับตัวอีกหรอก” สาวหูแมวเลยต้องเอ็ดใส่ตามระเบียบ ปลายไม้กายสิทธิ์ได้เอามาแตะริมฝีปาก ส่งผลให้มันต้องหยุดการร่าเริงอย่างเฉียบพลัน ทั้งยังเพ่งเขม็งมาที่ผู้ปลดปล่อยมิวางตา
“ทำตัวดี ๆ แบบนี้ยอดเยี่ยมมาก มา! ข้าจะพาเจ้าหลบหนีเอง” เธอเลยยิ้มแย้มเชียวล่ะ ขณะเงยหน้ามองอีกฝ่าย มันจึงยื่นศีรษะยาว ๆ เข้าทักทายตอบโต้ต่อ
“อา! น่ารักน่าชังจริง ๆ” ทำให้ต้องรอรับการหยอกล้อด้วยความหรรษา ถึงขนาดว่าจะจูบปากของสัตว์เวทย์ด้วย
“กรี๊ด!” ซึ่งเธอก็กรีดร้องออกมาอย่างได้ใจคำหนึ่ง เนื่องจากมังกรแดงได้อ้าปากกว้าง จนขากรรไกรคลายตัวออกทีเดียว
โดยเขมือบศีรษะของเธอเข้าไปดื้อ ๆ ในคำเดียว ณ กาลต่อมา แบบทำคุณบูชาโทษน่ะ เลือดสาดและเจิ่งนองลงเวทีเต็มที่ ไม้คทาเลยกระเด็นเก็นเก้ให้ตกขอบเวที พร้อมกับเสียงดังตุบหนัก ๆ เพราะส่วนที่เหลือตั้งแต่ลำคอกระแทกลงพื้นอย่างไร้การควบคุม
“ฟู่! ๆ ๆ ๆ” จากนั้นสัตว์เวทย์โหดยังพ่นไฟใส่แผ่นภาพให้ลุกไหม้ด้วย ราวกับชำระแค้นเก่า ครั้นที่อยู่อาศัยเก่าก็ร่อนลงบนนั้นเฉกเช่นกัน แล้วจึงโบยบินไปตรงบานประตูซึ่งปิดไม่ดีพออยู่ มันแลนดิ้งแบบไร้สำเนียงก่อน โดยได้ใช้ขาหน้าติดปีกเปิดช่องว่างอีกนิด เพื่อส่งเศียรแหลม ๆ ออกมาสอดแนมดูลาดเลา
“โฮก!” พอเห็นว่าภายนอกปลอดโปร่งแล้ว มันจึงคำรามเบา ๆ และค่อย ๆ ก้าวเดินออกไปด้วยท่วงท่าหมอบต่ำ หางยาวเลื้อยเลียบพื้น โดยเคลื่อนไหวตามทางเดินเรื่อย ๆ อย่างระแวงระวัง มันคอยตื่นตัวหลบสายตาของผู้คนที่กำลังเดินผ่านมา
พอพ้นไปเวลาหนึ่ง แผ่นภาพที่เปลวเพลิงยังมิดับเหลืออยู่ประมาณ 6 ใน 10 ส่วน แสงมนตราได้เปล่งออกมารอบสอง ทำให้ผู้โดนคุมขังอีกรายต้องโชว์ตัวขึ้นบ้าง เขาเป็นอัศวินใส่ขุดเกราะสีเงินแวววาวเต็มยศนี่เอง สุดรัดกุมมาก ตามข้อต่อและส่วนสำคัญถูกป้องกันเป็นอย่างดี
“ฮึบ!” สองมือโผล่จากภาพก่อน เมื่อยึดเสร็จก็กระชากร่างสู่โลกภายนอก
หมวกปิดทั้งใบหน้าคล้ายถังคว่ำ หน้าผากเป็นรูปตัววีตั้ง ขนาดตัวกะทัดรัดมิเกินความสูงของหัวเข่าผู้คนทั่วไป แล้วเขาจึงกระชากศาสตราวุธซึ่งแขวนเอาไว้บนหลัง พอเท้าตกกระทบบนภาพอย่างครึกโครม ไอมนตราประทุ ส่งผลให้เปลวเพลิงลดระดับความร้อนแรงลงครึ่ง ๆ โดยมือซ้ายถือดาบเล่มโต มันคือเคลย์มอร์ทรงตะวันตก อีกข้างติดโล่ทรงเหลี่ยมบังกายได้มิด
“โหดร้ายเหลือเกิน โปรดอภัยให้ด้วย นี่เพราะตัวของข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดีเอง” นักรบเดินมาหน้าซากศพสตรี ดาบจึงปักลงบนพื้นเวทีและคุกเข่าข้างขวาลงตาม เพื่อไว้อาลัยสักครู่แบบสุดซึ้งคราหนึ่ง โดยใช้มือซ้ายวาดไม้กางเขนที่หน้าอก ทั้งยังก้มหน้าก้มตาอีกต่างหาก
“ดังนั้นมังกรร้ายต้องตาย เพื่อขจัดเภทภัยให้แก่แผ่นดิน” เขาเงยขึ้นเอ่ยปากด้วยความแข็งกร้าว
ช่องดวงตาบนหมวกเกราะแผ่พุ่งประกายสายฟ้าขึ้นพร้อมกัน จากนั้นก็ดึงดาบและยืนจัดอารมณ์ใหม่ ครั้นกำลังจะไปทำภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ต่อ จึงเหลือเพียงร่างไร้ชีวิต กะแผ่นภาพซึ่งยังคงแผดเผาอยู่แบบช้า ๆ นั่นแหละภายในห้องประชุมแห่งนี้
“อะ! เกือบไป ลืมดับซะสนิทเลย” พอนึกขึ้นได้ หลังจากกระโดดลงเวทีอย่างฮึกเหิม เขาต้องเร่งร้อนวิ่งกลับสู่แหล่งที่มาให้ทันการณ์ ถึงขั้นโยนอุปกรณ์ต่อสู้ทิ้งบนนั้นและรีบสะบัดแผ่นภาพแรง ๆ หลายหน จนเปลวไฟที่กำลังลุกลามเริ่มซาทีละหน่อย
“ก๊ากกก...!!!” ตัดมาในยามวิกาล ณ ริมฝั่งเลื่อนออกไประยะหนึ่ง
เสียงคำรามดังลั่น ครั้นกิ้งก่ายักษ์โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำอย่างแสนเล่ห์เหลี่ยม ก่อนที่คมเขี้ยวจะฝังลึกบนช่วงคอของเจ้าอัลลิเกเตอร์ซึ่งมิระวังตัว มันเลยถูกเคียวโง้งจากขาพิกลยาวข้างที่ห้าจู่โจมตรงบริเวณเดียวกันเต็มเหนี่ยวและกระชากทั้งร่างเข้ามาหาต่อ
ดวงตาทั้งเรียวสองข้างของอูปามีสีเหมือนน้ำโสโครกหดเล็กลง เรตินาภายในแต่ละข้างเหมือนไข่ไก่คู่วางซ้อนกันค่อนฟองส่อแววเหี้ยมโหดอำมหิต ขากรรไกรหนาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าของฝ่ายตรงข้าม หากมีแรงบดขยี้มากเป็นคนละเรื่อง เพราะเข้าเนื้อเต็ม ๆ จนเกือบแหว่งออกจากกัน โลหิตจึงหลั่งไหลเจือปนบนลำน้ำสายใหญ่
“ก๊ากกก...!!!” อีกฝ่ายเลยต้องเหวี่ยงหัวและเร่งสะบัดแรดเผือกมีปีกในปากให้ขึ้นปะทะกับฝ่ายมาแจมดื้อ ๆ เพื่อสร้างจังหวะตอบโต้สุดชีวิต ตอนนี้เชลยซึ่งกำลังลอยเข้าใส่แก้ขัดได้แต่หายใจรวยรินเท่านั้นแล้ว
ทว่าเจ้าอูปากลับพลิกตัวอย่างชาญฉลาด อวัยวะจู่โจมประหลาดเลยรีบดึงออกจากบาดแผลของเหยื่อ เพื่อเกี่ยวสิ่งที่ขว้างมาให้ลอยพ้นห่าง การโต้ตอบด้วยสัตว์เวทย์ซึ่งสิ้นท่าไปแล้วเลยพลาดเป้าหมาย โดยตกลงน้ำ ณ พิกัดไกลพอสมควร ส่วนคางก็ล็อคลำคอได้ชะงัดนัก ทำให้เจตโก้ดาตนนี้ต้องถูกรั้งบิดกายทั้งแบบนั้นแหละ
“ก๊ากกก...!!!” เพื่อดิ้นรนให้สามารถรอดพ้นได้ มันเลยฟาดหางเข้าใส่เต็มแรง
แต่อูปาได้เหวี่ยงของตนเองมาปัดป้องเอาไว้ก่อน เนื่องจากช่วงปลายมีหนามแหลมด้วย เลยชนะขาดลอย ณ ด้านนี้ เมื่อบาดลึกจนบางส่วนขาดหายไปบ้าง ขาที่ห้าจึงพับแนบลำตัว เพื่อไม่ให้เกะกะในระยะประชิดตัว จากนั้นสองนักล่าเลยตะลุมบอนสู่ใต้น้ำด้วยความดุร้าย
พออีกฝ่ายออกอาวุธตามตัวอย่างคลุ้มคลั่ง ทั้งสะบัดหัวกลับหลังหวังกัดตอบโต้ บ้างส่ายลำตัวคดเคี้ยวให้ลำตัวแยกห่างจากกัน ทว่าก็มิเป็นผลสำเร็จ บริเวณนั้นจึงสั่นกระเพื่อมแบบรุนแรง คลื่นปะทะที่แผ่กระจายไปทั่วเลยทำลายความสงบเงียบ ครั้นร่างกายของกิ้งก่ายักษ์พยายามรัดพันเจ้าอัลลิเกเตอร์สุดฤทธิ์
แรงกัดจากปากใหญ่โตตรงลำคอของเหยื่อมีแต่จะย้ำให้หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ หางยาว ๆ ก็หมุนเกลียวพัวพันกับของเหยื่อ เพื่อผนึกการโจมตีแทรกแซง ทว่าเจตโก้ดามีขาหน้ามากว่าเป็นสองเท่า มันจึงรีบถีบใส่ลำตัวของอูปาที่พาดทับอยู่ไม่ยั้งเท้า เลยสามารถสร้างแรงดันส่งให้ทั้งคู่ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
“ฮา ๆ เป็นอย่างไรล่ะ? ดีกว่าสไตล์การล่าครั้งเก่าก่อน ๆ ใช่ไหม? มีรสนิยมสูงส่งกว่าเดิมมากนัก” มาดิชที่กำลังซุ้มรอดูผลงานอยู่กล่าวขึ้นอย่างชื่นชม
“... มันไม่เลวหรอกนะ แต่เจ้านี่กลายพันธุ์ไปตั้งนานแล้ว เนื่องด้วยปนเปื้อนอนุภาคดึกดำบรรพ์ตั้งแต่เล็ก แถมยังถูกทดลองซ้ำเติมอีก ตอนนี้ก็ยังแปรสภาพไม่หยุดเลย สหายเอ้ย! เสี้ยมสอนวิธีการเยี่ยงนี้ จนผิดแผลงจากพฤติกรรมตามธรรมชาติ ข้าว่าไม่ดีนักน่ะ” ดิวทราจึงกล่าวโต้แย้งออกมา ณ ตำแหน่งข้าง ๆ กัน
“หึ ๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ ดิวทรา! ภูตอย่างเจ้า ช่างยึดติดในกรอบจริง ๆ การวิวัฒนาการก็เป็นเช่นนี้เอง คิดมากเกินตัวไปได้ ฮา ๆ” มาดิชจึงเอ่ยขึ้นอย่างยืนยันว่าได้เรื่องแน่
“...”
(แต่มันเร่งรัดไปนะ เกลอเอ้ย! สัตว์เวทย์พันธุ์นี้ไม่เคยว่ายน้ำได้มาก่อนเลย) จนแฟรี่ตัวเล็กนึกขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้
“แควก!” ทว่าเสียงฉีกขาดกลับเกิดขึ้นทันควัน ณ บนผืนน้ำ เพราะปากของอูปาได้กระชากแรงจัดไป ทำให้ส่วนศีรษะของเหยื่อหลุดออกจากร่างอย่างกะทันหันจริง ๆ
ทว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าเจตโก้ดาแล้ว มันมีความสามารถในการฟื้นฟูสุดสูง ทำให้สามารถงอกใหม่ได้ แต่เริ่มทีละขั้นตอนก่อน จึงต้องใช้เวลานานพอสมควร สำหรับสร้างสมองสั่งการใหม่อีกหน อูปาจึงได้โอกาสอันดีเร่งตะกุยน้ำ เพื่อพุ่งเข้าไปกัดบริเวณเนื้ออ่อน ๆ ซึ่งเพิ่งจะมีเกล็ดละเอียดงอกเงย
“ฟู่! ๆ ๆ ๆ ... ๆ” ณ จังหวะนั้น เดือยทั้งหกข้างหัวของกิ้งก่าที่มีลักษณะคล้ายท่อไอเสียจึงเริ่มทำงาน ก๊าซร้อน ๆ ได้พุ่งพรวดขึ้นมาโดยมิรีรอ
เปลวเพลิงสีฟ้าเลยทะลักออกจากปากลูกใหญ่และไม่ตอนขาด ทั้ง ๆ ที่ยังงาบลำคอเหยื่ออยู่ให้แผดเผาในระยะสุดใกล้ น้ำกระจายจากพลังโจมตีและกลายเป็นไอ เมื่อสัมผัสโดน ทำให้เจ้าอัลลิเกเตอร์ต้องร่ำร้องอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนปฏิกิริยาตอบสนองจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย
“ตูมมม...!!!” เพราะสุกระอุเกินไปนั่นเอง ถึงกับเกิดการระเบิดเป็นเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยทีเดียว
“ก๊ากกก...!!!” อูปาจึงใจฮึกเหิมเชิดหัวขึ้นคำรามดัง ๆ เพื่อประกาศศักดา
“ตึง!/อูปา บ้าเอ้ย! เจ้าจัดการกับเหยื่อแบบนี้ได้อย่างไรกัน? น่าเสียดายชะมัดเลย” ทว่ามันก็ต้องเงียบเสียงลงตามลำดับ เพราะเจ้าของ เช่น มาดิชมิปลื้มด้วยอย่างแรง
ก้อนหินใหญ่จึงถูกเหวี่ยงเข้ามาประเคนถึงศีรษะตรง ๆ กะตกลงสู่ผืนน้ำดังโครม แล้วตาเฒ่าก็ผุดลุกขึ้นยืนและเดินออกจากพุ่มไม้รกชัฏ เขาเสียอารมณ์มากน่ะ พร้อมกับปัดฝุ่นผงบนร่างกายไปด้วย เพื่อไปคาดโทษสัตว์เลี้ยงถึงริมชายฝั่ง
“ฮา ๆ ดีเกินไป มันก็เป็นแบบนี้แหละ” ส่งผลให้ดิวทราต้องพูดแซวเล่นซะเลย โดยเขาโยนยอดไม้ที่เคยใช้บังศีรษะในมือทั้งสองข้างทิ้งลงพื้น จากนั้นก็กระพือปีกวิหคและบินขึ้นมาข้างกายเพื่อนแก่มิห่าง
“ก๊ากกก...!!!” ด้วยความเกรงกลัว อูปาได้ส่งเสียงร้องสนั่น