ต้องการแยกทางจากสามีชาวต่างชาติ ขอคำแนะนำข้อตกลงหรือขั้นตอนค่ะ

เราอยู่กันมา 10 ปีแล้ว แต่งงานจดทะเบียนมา6ปี มีลูกด้วยกัน1คน อายุ5ขวบ เราทำงานกันทั้งสองคนแต่แยกกระเป๋าเงินกันใช้ ก่อนเจอเขาเราซื้อบ้าน ผ่อนหมดแล้วหนึ่งหลังและยังผ่อนไม่หมดอีกหนึ่งหลัง เมื่อเริ่มคบกันเขาเข้ามาอยู่บ้านเราก็ช่วยออกค่างวดด้วย แต่ไม่เคยบันทึกไม่เคยมีข้อตกลงกันว่าใครจ่ายอะไรเพราะเราคิดว่าเป็นเงินของครอบครัวเราและไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย เราทำงาน ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเราออกหมดของใช้ร่วมกันและอาหารหรือเครื่องในบ้านเราก็จ่ายบ้างเขาจ่ายบ้าง แต่เราไม่เคยนับครั้งหรือทำบัญชีกลางเพราะคิดว่ายังไงก็เข้าบ้านเรา หวานชื่น ปัจจุบัน ไม่มีหนี้สินใดใดเพราะเราเอาเงินเก็บของเราไปโปะบ้านเมื่อสองปีที่แล้วเพราะดอกเบี้ยมันสูงเสียดายค่าดอกเบี้ย บ้านเป็นชื่อเราและเราเข้าใจว่าสามีซึ่งเป็นชาวต่างชาติไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ไทย

ปัจจุบันนี้เราต้องการแยกทาง เพราะถึงจุดที่เราคิดได้แล้วยอมรับแล้ว และทำใจได้แล้วว่าเราไม่มีความสุขที่สามีโกหกและนอกลู่นอกทางทุกครั้งที่มีโอกาส เศรษฐกิจไม่ดี งานเค้าไม่มีกำไร แต่รายได้ที่เขามีเขาก็ยังใช้จ่ายปรนเปรอความสุขส่วนตัว ความบันเทิงเรื่องผู้หญิงของเค้า (เรามารู้ไม่นานมานี้) โดยที่บอกเราเสมอมาว่าไม่มีรายได้พอ จึงไม่ได้ช่วยจ่ายค่าเล่าเรียนลูกและค่าใช้จ่ายในบ้านสองปีที่ผ่านมา (เวลาไปกินข้าวนอกบ้านทั้งครอบครัวเค้าก็จ่ายบ้างเค้าก็ไม่ได้งกอะไรขนาดนั้นแต่เค้าก็จะชอบกินหรูต้องสั่งไวน์ต้องสั่ง starter - main course แต่เราจะเป็นคนคิดได้ว่าเสียดายตังและอยากให้เค้าเก็บไว้มาช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายหลักๆและที่สำคัญของบ้านและลูกมากกว่าทำให้ ระหองระแหงกันมานานแล้ว) เงินเก็บเงินสำรองของเค้าก็เอาไปลงในธุรกิจนี้หมดแล้ว ซึ่งมันขาดทุน เหลือเงินหมุนเดือนชนเดือนปัจจุบัน (ตอนคบกันใหม่ๆมีรายได้ดีอยู่ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงิน)

เมื่อเราจับได้ และเค้ายอมรับในที่สุด เราก็บอกว่าแบบนี้เรารับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะเรื่องนอกใจนี้เคยเกิดขึ้นแต่ตอนนั้นเค้าโทษผู้หญิงคนนั้นและขอโอกาส(ร้องไห้น้ำตาลูกผู้ชายเลย)และเราให้อภัย แต่ครั้งนี้เค้าหันกลับมาโทษเราว่าเราไม่ให้ความสัมพันธ์แก่เขา และเค้าเป็นผู้ชายเค้าต้องการเรื่องนี้เค้าเลยไปหานอกบ้านและไม่เคยคิดจะทิ้งลูกทิ้งเมียเลย เงินที่เสียไปก็ไม่ได้ทำให้ร่ำรวยอะไรขึ้นมาหรอก แต่เราไม่ได้มองแบบนั้น เรามองว่า เค้าเอาความสุขแบบฉาบฉวยของตัวเองเป็นที่ตั้ง เหนือความจำเป็นของครอบครัวและอนาคตของลูก ปล่อยให้เราทำงานงกงกเลี้ยงลูกดูแลลูกดูแลเขาทั้งเรื่องในบ้านนอกบ้าน ถ้าไม่ เอาเงินไปจ่ายค่าผู้หญิงบริการอะไรทั้งหลายรวมกันปีๆหนึ่งก็ได้ค่าเทอมลูกนะ แต่นี่โกหกเรา ให้เราควักเงินเก็บจ่ายไปมันก็ไม่ถูก แบบนี้เราไม่เอาแล้ว 
เราเลยให้เค้าออกไปอยู่ออฟฟิศ ซึ่งชั้น3ทำเป็นอพาร์ทเม้นท์หนึ่งห้องนอน อยู่สบาย เพราะบริษัทก็จ่ายค่าเช่าออฟฟิศอยู่แล้ว ไม่ได้เสียอะไรเพิ่มเติม แค่ค่าไฟ จะได้ไม่ต้องมาเปลืองค่าไฟบ้านเรา เศร้า เราจ่ายอยู่เดือนละ 3พันกว่าบาท พอเขาย้ายออกไป5-6เดือนที่แล้วลดลงมาอยู่เดือนละ 1900 แต่เขาก็ยังหมั่นกลับมานอนบ้าน เอาเสื้อผ้ามา(ให้เราใส่เครื่อง)ซักที่บ้านอยู่ มาช่วยดูแลจัดการรอบรอบบ้านงานผู้ชาย และมาเจอลูกอย่างน้อยเสาร์อาทิตย์(หรือมากกว่า)ไปรับไปส่งโรงเรียนให้บ้าง เพราะอยู่แค่ 15 นาทีไม่ไกลกันเลย เราก็ทำกับข้าวใส่กล่องแช่ฟิตไว้เอาไปให้เขาจะได้อุ่นกินไม่ต้องกินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ ยังไงก็เป็นพ่อของลูก 
ตั้งแต่เปิดฉากคุยกัน5เดือนที่แล้วเค้ายอมรับผิดและอาสาส่งเงินมาช่วยเราเดือนละ 10k (จากเงินเดือนเขาเดือนละ50k ซึ่งจะจ่ายได้ก็ต่อเมื่อเก็บตังค์ลูกค้าได้และบางเดือนก็จ่ายทีละครึ่งเพราะรอเช็คลูกค้าเคลียร์คือมันหมุนเดือนชนเดือนจริงๆ บริษัทของเขาเอง ซึ่งเราเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นกรรมการคนไทยอยู่ แต่โปรเจ็คปัจจุบันที่เค้าทำมาหากินอยู่นี้ เราแค่ช่วยดูแลเรื่องจำเป็นบางส่วน แต่เราไม่ได้ลงไปทำอย่างเต็มตัวเพราะเรามีธุรกิจของเราเองที่เราทำมาหากินเลี้ยงตัวเลี้ยงลูกอยู่) 

เค้าให้คำมั่นสัญญาว่าให้รออีกสามปีเค้าเกษียณและได้เงินบำนาญจากต่างประเทศเงินนั้นจะเพื่อครอบครัวและลูกทั้งหมด อย่าทิ้งกันตอนนี้เพราะอีกสามปีลูกก็จะสบาย ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์แพงๆได้ 
เค้าจะใช้โอกาสนี้ในการย้ายไปอยู่ออฟฟิศตั้งใจทำงานโดยไม่มีสิ่งรบกวน (กิจกรรมลูก) มานะให้ประสบความสำเร็จ แต่เราเริ่มทราบมาแล้วว่าเค้าก็มีอิสระมีกิจกรรมบันเทิงของเขาที่อาจจะไม่ได้ใช้เงินฟู่ฟ่าเหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ยังขาดไม่ได้ เช่นโทรนัดหมอนวดมา 2 ชั่วโมง ที่ออฟฟิศ อาทิตย์นั้นเราพาลูกไปต่างจังหวัด (เรายังไม่คุยหรือถามซักไซ้ใดใดตั้งแต่ที่ให้เขาย้ายออกไป5เดือนที่แล้ว แต่ถ้าเราถามเค้าคงบอกว่ามานวดแผนไทยเฉยเฉยเพราะหมอนวดสาวคนนี้ก็ทำงานอยู่ที่ร้านนวดที่เปิดอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวปกติ) และมีสาวบาร์อื่นอีกไม่ขอลงรายละเอียด เพื่อนผู้ชายเค้าก็รู้เห็นเป็นใจกัน สังคมแบบนี้ไม่ใช่สังคมสำหรับเราเลย เราคงถูกมองว่าเป็นผู้หญิงใจจืดใจดำเย็นชาและไม่ควรค่าแก่การรู้ความจริงใช่ไหม

ถึงแม้เราจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวได้ทางด้านการเงินเราเอาตัวรอดได้ ลูกเรียนโรงเรียนธรรมดที่เราส่งได้ไหมก็โอเคไม่ต้องเรียนอินเตอร์ก็ได้ แต่เราก็คิดว่ามันผิดนะที่พ่อจะไม่ต้องมาช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูและค่าใช้จ่ายอะไรเลย โดยที่อ้างว่าเค้ามีรายได้พอเพียงแค่ยังชีพของเค้าเท่านั้น 

เราอยากได้คำแนะนำว่า
เราควรทำอย่างไรให้เขายอมรับและตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและค่าการศึกษาลูก และข้อผูกมัด ในอนาคตว่าเมื่อเขามีรายได้มากกว่านี้เค้าก็ควรจะช่วยให้มากกว่านี้ เพราะเราอยากให้ลูกเราโตขึ้นได้โอกาสที่ดีกว่ากำลังเงินของเราเพียงคนเดียว 
ต้องปรึกษาสถานทูตของเค้าไหมค่ะเพราะเงินบำนาญ หากหย่าแล้ว ใครจะไปบังคับเอาได้
มีทนายที่ไหนให้คำปรึกษาฟรีไหมคะหรือจะต้องมีค่าใช้จ่ายทันทีค่าปรึกษาในเบื้องต้น

เราคิดว่าถ้าเค้ามีผู้หญิงใหม่ซึ่งก็คงอีกไม่นานเพราะเขาขาดผู้หญิงไม่ได้เค้าต้องให้มีคนปรนนิบัติคนดูแลและผู้หญิงคนไหนจะมาอยู่ฟรีฟรีเค้าก็ต้องอยากมีความมั่นคง และใครจะมานึกถึงลูกเมียเก่า 

จะให้ทนอยู่เพื่อลูก “เห็นหน้า”พ่อแม่พร้อมกันทุกเช้าค่ำและรอบำนาญเพื่อชีวิตสบายเราคิดดูแล้วเราไม่เอา เราไม่คุ้มกับชีวิตที่น้ำตาตกในไม่มีความสงบสุขในจิตใจและคงไม่เชื่อคำพูดเขาอีกแล้วเพราะเขาเป็นคนโกหกเสมอมา คนเราอยู่ด้วยกันแต่ไม่ไว้ใจกันสำหรับเราแล้วเป็นชีวิตคู่ที่ไม่มีความสุข เราอยู่กับลูกเราถึงแม้จะมีแค่สองคนแต่ก็มีความสุขอิ่มเอมกว่าและเบาใจกว่า ลูกก็ได้แม่ที่ไม่เศร้าไม่ระทมไม่หงุดหงิดง่ายและไม่เสแสร้งยิ้มจอมปลอม 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่