อีกสองเดือนผมจะตาย Ep.2

กระทู้สนทนา
อีกสองเดือนผมจะตาย Ep.1    https://pantip.com/topic/39412391
-----------------------------------------------------------------------------------------

พอจะนึกออกมั้ยครับ ถ้าจู่ๆชีวิตคุณต้องเปลี่ยนไปเหมือนอยู่คนละโลกแบบนี้ ...สับสน ...ไม่เข้าใจ ...นี่ฝันอยู่รึเรื่องจริง รายการเรียลลิตี้แนวใหม่ของเวิร์คพอยต์มาจัดฉากล้อกันเล่นรึเปล่า อาจมีกล้องแอบถ่ายอยู่ก็ได้ ผมไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้หรอก แต่ผ่านไปซักพักคุณก็จะยอมรับได้เองว่ามันคือเรื่องจริง มีเงินเข้ามาและกดมาใช้ได้จริงๆ รายการทีวีบ้าอะไรจะให้เงินจริงๆมาใช้เดือนละเป็นสิบล้านแบบนี้ จะเอากำไรจากไหน

ทำไมถึงเลือกผม ผมก็แค่คนธรรมดาคนนึงนะ ไม่ได้มีเชื้อสายเทพเจ้า ไม่มีจุดเด่นอะไร ผมไม่เคยเรียนหลักสูตรสายลับอะไรเลย เคยดูแต่ในหนัง เจสัน บอร์น ยังโชคดีกว่าผมอีก ยังมีทักษะการต่อสู้ มีเบาะแสให้ตามสืบตัวตนเดิมได้ แล้วผมมีอะไรล่ะ T I P A R A N คืออะไร ถ้ามันเป็นรหัสลับก็น่าจะมีเบาะแสอื่นทิ้งไว้ให้อีกบ้าง ตัวเอกที่ไม่เก่งและไม่มีทางออกเลยน่ะ มันขายไม่ได้ เอาไปทำเป็นหนังไม่ได้หรอก เรื่องมันจะเดินไปทางไหนได้ล่ะ

แต่ถึงจะไมได้เป็นทหาร รึสายลับ ผมก็หนีไม่พ้นที่ต้องอยู่ในโลกใบเดียวกันกับสายลับพวกนี้อยู่ดี คิดง่ายๆ คนแบบผมนี่มันก็น่าจะมีทั้งคนต้องการตัวและคนอยากกำจัดอยู่เยอะแยะไปหมดนั่นแหละ แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไงว่ามีใครแค้นผมบ้าง มันต้องมีอยู่แล้วแน่ๆ เยอะด้วย มันจะใช้ชีวิตปกติได้ยังไง จากที่เคยไปไหนมาไหนชิวๆ นั่งเล่นเรื่อยเปื่อยบ้าง ประสาทการรับรู้ของผมต้องทำงานอย่างมีสติตลอดเวลา ไม่ต้องมีใครมาสอน ไม่ต้องเข้าหลักสูตรสายลับที่ไหนก็เหมือนอยู่ในสนามรบภาคปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา ผมหัดสังเกตสิ่งรอบตัวทุกขณะ ทั้งเป็นการระวังภัย และคอยมองหาเบาะแสที่พวกนั้นอาจจะทิ้งไว้ให้เพราะอยากเล่นเกมกับผมบ้างก็ได้

ถ้าผมเป็นสายลับ ก็น่าจะเป็นสายลับที่เก่งน้อยที่สุดแล้ว ไม่มีปืน ไม่มีอาวุธ ไม่พกมีด ผมกะว่าถ้าถูกใครจู่โจมเข้ามาทำร้าย รึจับตัวไป ก็ปล่อยมันไปตามยถากรรม ผมเดาว่าถ้ามีคนที่รู้ความสามารถผม ถึงจะโกรธแค้นยังไง มันก็น่าจะจับไปใช้เพื่อผลประโยชน์มากกว่าจะฆ่าทิ้งง่ายๆ ก็ยังพอโล่งใจไปได้บ้าง เพราะฉะนั้น สิ่งที่คิดในหัวผมเวลาไปไหนมาไหนมีอย่างเดียวคือ  “ทางหนีจากตรงนี้ที่เร็วที่สุด”  ถ้าเห็นอะไรที่ผิดปกติจากที่เคยเจอ ผมจะหาทางออกให้ห่างบริเวณนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมฝึกสังเกตจำเลขท้ายทะเบียน 2 ตัวหลังเข้ากับลักษณะรถ มีอยู่หลายครั้งที่ผมมักจะเห็นรถคันเดิมวนมาที่ถนนเส้นเดิมมากกว่า 1 ครั้ง มันผิดปกติแน่นอน แทบจะไม่มีรถที่ขับหลงทางวนมาที่เดิมในระยะเวลาไม่นาน นอกจากจะวนกลับมาเช็คเป้าหมาย ถ้ายังหนีจากตรงนั้นไม่ได้ ก็อยู่ให้ห่างถนนเข้าไว้ หากลุ่มคนหลายๆคนแล้วรีบแทรกตัวเข้าไป ผมมั่นใจว่ามีคนมากกว่า 1 คน คอยตามดูผมอยู่ แต่ก็อาจจะมีซักวันที่จะจู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวก็ได้ โชคดีที่ไม่เคยมีงานไหนต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ฝ่ายทหาร ผมคงจะไม่ถูกลอบยิงระยะไกลหรอก หวังว่างั้นนะ

ชีวิตแบบนี้ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่ผมยังมีชีวิตอยู่ และไม่มีภัยมาเยือน จะเป็นความโชคดีรึความเก่งของผมก็ช่างมันเถอะ ผมยังไม่ตายก็แล้วกัน แล้วเบาะแสแรกก็มาถึง ผมได้รับงานออกแบบห้องลับ และทางหนี เป็นอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่นึง ซึ่งนายกเจ้าของงานนี้ก็คือนักการเมืองท้องถิ่นที่ผมรู้จักดี เพราะมีชื่อลงในข่าวบ่อยๆ ไต่เต้าจากตำแหน่งเล็กๆขึ้นมามีอิทธิพลในเวลารวดเร็วมาก ผมขอเรียกว่า " นายกตู้  " ก็แล้วกัน ( นามสมมติ เพราะแกหน้าคล้ายพี่ตู้ ดิเรก ใครนึกหน้าไม่ออก ลองกูเกิ้ล ตู้ ดิเรก นะครับ ) ผมมารู้ทีหลังว่าแกเคยเป็นลูกน้องคนสนิทของผู้มีอิทธิพลคนนึง ซึ่งเจ้านายเก่าของผมเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง อันนี้ผมเดาเอาเองจากเบาะแสบางอย่างที่หลุดปากมาจากนายกตู้ ผมจำเจ้านายเก่าไม่ได้หรอก แต่ดูเหมือนตัวตนเก่าผมจะเป็นลูกน้องคนสนิทมากๆ ถึงได้เข้าไปคลุกคลีกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลพวกนี้ได้ ผมคิดเองว่านายกตู้นี่แหละ ที่ผมน่าจะได้ข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติมได้บ้าง เพราะน่าจะเป็นคนเดียวที่รู้จักตัวตนเดิมของผม และเรื่องแปลกคือ ดูเหมือนแกจะจำผมได้ในบางครั้ง ทั้งที่คนอื่นน่าจะจำผมไม่ได้ แต่ผมก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน อีกอย่าง ถ้าแกเกี่ยวข้องกับองค์กรพวกนั้นจริงแกก็ดูไม่เป็นอันตรายกับผมเท่าไหร่ ถึงยังไงก็คอยจับตาดูแกไว้ก่อน และคอยหาเบาะแสเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ปัญหาคือ แกเป็นคนที่ระวังตัว ระมัดระวังคำพูดมาก โดยเฉพาะเวลาที่มีผมอยู่ใกล้ๆ ซึ่งขัดกับบุคลิกที่เป็นกันเอง เฮฮาของแก แต่ยังไงผมก็มีทางเลือกอยู่ทางเดียวที่พอจะเป็นโอกาสที่จะสืบอะไรได้บ้าง

งานออกแบบอาคารสำนักงานผ่านไปเรียบร้อย บอกแล้วว่าผมเก่งเรื่องนี้ มองเผินๆจากด้านนอกและด้านในไม่มีทางดูออกว่าทางที่จะลงไปข้างล่างถูกซ่อนอยู่ในความหนาของผนังด้านที่ไม่มีใครสังเกตแน่นอน นอกจากไอ้หนูโคนันตั้งใจมาส่อง แต่สบายใจได้ โคนันไม่มาเมืองไทยง่ายๆหรอก 

ผมไม่ชอบใช้กลไกอิเล็กทรอนิกส์ มันอาจจะมีปัญหาในอนาคต ใช้กลไกประตูลับแบบแมนนวลนี่แหละใช้มาตั้งแต่สมัยอียิปต์แล้ว ทางลับในพีระมิดก็ใช้ลักษณะคล้ายๆกันแบบนี้ พวกสลักเดือย ผนังประตูหมุน รอกผ่อนแรง ฯลฯ ใช้ช่างฝีมือที่ไว้ใจได้ไม่กี่คนก็เรียบร้อย ทางหนีข้างในก็ต้องซ่อนอีกชั้น ผมมักจะทำทางหลอกไว้อย่างน้อยสามทาง ถ้าเผื่อมีคนที่บังเอิญเจอทางเข้าห้องลับได้จริง ก็จะเข้าไปเจอเซฟที่ทำหลอกไว้ ใส่ข้อมูลหลอกเผื่อไว้อีกทาง ผมชอบซ่อนห้องลับจริงไว้ใกล้ทางออกทางหนีที่สาม ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็ตรงเข้าไปแล้วรีบออกไปทางหนีจริงได้ไม่ยาก ส่วนมากผมจะออกแบบให้ไปออกที่โรงจอดรถที่ดูธรรมดา เหมือนไม่ค่อยได้ใช้งาน ไม่มีประตูปิด ซ่อนห้องหลบภัยไว้อีกชั้น ถ้าหนีไปไหนไม่ได้ก็ซ่อนในห้องนั้นได้ซักพักก่อน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนห้องหลบภัยเวลาเกิดภัยพิบัติ

หลังเสร็จงานนี้ผมก็ยังไปมาหาสู่กับนายกตู้เป็นระยะๆโดยใช้ข้ออ้างเรื่องการตรวจสอบระบบความปลอดภัยทางลับในการเข้าไปคุย แกเป็นคนนิสัยดีคนนึง เป็นกันเอง ถ้านั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนแก แกจะให้ผมเรียกว่าพี่ตู้ แกบอกว่าแกรักผมเหมือนน้องชายคนนึง ( ตรงนี้ก็น่าสังเกต คนที่รู้จักกันไม่นาน จะรู้สึกรักเหมือนน้องชายได้เหรอ ) แกหย่ากับเมียหลายปีแล้ว ลูกสาวนายกตู้อายุหกขวบ ชื่อ " น้องนริน " เป็นเด็กน่ารักที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ ตาโต แก้มยุ้ย มีปานเล็กๆที่แก้มซ้าย แต่น่าเสียดาย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ดูเหมือนเธอจะมีพัฒนาการทางสมองช้า เธอแทบจะไม่พูดอะไรเลย แต่ยิ้มเก่งมาก เวลาเจอผมเธอจะยิ้มกว้าง และเรียกผมว่าป๊า แบบอ้อแอ้ๆ ผมเป็นคนเดียวที่แกเรียกว่าป๊า นายกตู้บอกว่ากับพ่อตัวเองยังไม่เคยได้ยินน้องนรินเรียกว่าป๊าเลย ผมชอบเด็กผู้หญิงและอยากมีลูกสาวอยู่แล้วด้วย เลยหลงรักเธอมาก อยากมาเจอบ่อยๆ รักเหมือนเป็นลูกสาวจริงๆ ให้แลกกับอะไรทั้งหมดนี่ก็ได้ ผมอยากมีชีวิตธรรมดาที่ได้อยู่กับลูกสาวแบบนี้บ้าง มันคงเป็นความสุขแบบที่คนธรรมดาๆมี ผมเคยมีความคิดเลวๆ ลบความจำนายกตู้ แล้วให้น้องนรินมาเป็นลูกสาวจริงๆเลยดีมั้ย แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดบ้าๆนี้ไป ปัญหาตามมาเพียบ ถ้าอยู่ๆไป น้องนรินก็จะลืมผมอีก อยู่กับผมคงไม่มีอนาคตแน่ๆ

น้องนรินเป็นความสุขเดียวในโลกแปลกๆนี้ที่ผมมี มีเวลาช่วงไหน ผมจะคอยไปแอบดูน้องนรินตอนออกไปที่สนามเด็กเล่นใกล้บ้าน ที่พี่เลี้ยงชอบพาไปนั่งเล่นบ่อยๆตอนเย็น ผมไม่กล้าเข้าใกล้น้องนรินบ่อยๆ กลัวเธอจะลืมผมไปตลอด ห่างออกไปประมาณ 1 กิโล จะมีที่นั่งประจำที่ผมใช้กล้องส่องทางไกลกำลังสูง ส่องมองน้องนริน จินตนาการว่าผมเป็นคนอุ้ม จูงมือ พาไปเล่นเครื่องเล่น... เวลาของผมหยุดตรงนี้ รู้สึกขอบคุณที่พวกนั้นไม่ลบความจำส่วนนี้ทิ้งไป แค่นี้ผมก็อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว

เอาล่ะ แล้วเรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากตรงนี้ เมื่อเดือนก่อนนายกตู้โทรมาบอกข่าวร้ายด้วยน้ำเสียงร้อนรนอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน  น้องนริน นางฟ้าตัวน้อยของผมถูกลักพาตัว จากใครก็ไม่รู้ ยังเดาไม่ถูกว่ากลุ่มไหน นักการเมืองท้องถิ่นระดับนี้ก็ไม่แปลกหรอกที่จะมีฝ่ายตรงข้ามที่ขัดผลประโยชน์ แต่ดูเหมือนพวกนี้จะเป็นโจรกระจอกที่ลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ซะมากกว่า ลักพาตัวลูกสาวคนรวยเพื่อเงิน ดูไม่เหมือนเป็นฝีมือคู่อริทางการเมืองเท่าไหร่ แกรีบโทรมาหาผมคนแรกและอยากให้ผมไปช่วย เรื่องมันแปลกตรงนี้ ถึงจะบอกว่ารักผมเหมือนน้องชาย แต่มาขอให้สถาปนิกคนนึงไปช่วยลูกสาวที่โดนลักพาตัว ทั้งที่ผมไม่ใช่ตำรวจรึมือปืน คิดว่าผมจะไปช่วยอะไรได้ นอกจากแกจะรู้ว่าผมทำอะไรได้ เรื่องนี้ทำให้ผมมั่นใจว่าแกมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ แต่พักเรื่องนั้นไว้ก่อน ผมจะทำเป็นไม่เอะใจ เรื่องสำคัญกว่าคือไปช่วยนางฟ้าของผมก่อน 

ผมรีบเข้าไปหาแกที่บ้าน สรุปสถานการณ์กันโดยยังไม่แจ้งตำรวจ คนที่อยู่ในห้องนั้นมีนายกตู้ ผม และลูกน้องคนสนิทอีกสองคน แกยังเป็นคนระวังตัวเหมือนเดิม ให้เหตุผลว่าที่รีบเรียกผมมาเพราะรู้ว่าผมรักน้องนริน เลยรีบโทรไปเรียกผมมา ซึ่งผมก็แกล้งทำเป็นเออออไปกับแกนั่นแหละ แกอาจจะรู้ตัวว่าไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าไหร่ แต่จุดประสงค์ก็คือ อยากให้ผมเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ลบความจำพวกโจร โดยไม่เหลือร่องรอย ไม่เป็นข่าว ผมคงต้องเป็นคนเสนอตัวในการเข้าร่วมแผนเจรจาต่อรองกับคนร้ายเอง เลยขอเป็นคนขับรถให้

คนร้ายยื่นข้อเสนอมา ให้เอาเงินสดใส่ถุงดำไว้ที่ท้ายรถ ขับไปจอดไว้ที่ลานจอดรถที่พวกมันกำหนดไว้ มันจะขับรถมาถ่ายเอาเงินไป แล้วจะปล่อยตัวเด็กให้เราไปรับ ไม่มีอะไรซับซ้อน ตัวประกันยังอยู่กับมัน ถ้าเกิดตุกติก มันก็ไม่มีความปราณีให้เด็ก เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมทำตาม พวกมันคงคิดว่าเงินแค่ไม่กี่สิบล้านกับคนระดับนี้คงยอมแลกกับชีวิตลูกสาวง่ายๆ นายกตู้ก็บอกกับผมแบบนี้ แกบอกว่าแกยอมแลกไปก่อน รักษาชีวิตลูกสาวก่อน ยอมให้พวกมันตายใจ แล้วหลังจากนั้น ค่อยหาทางเอาคืน มีหลายวิธีที่จะหาตัวพวกนี้แล้วจัดการได้ไม่ยาก แกสั่งให้ผมอย่าเอาตัวไปเสี่ยง จริงๆแกบอกว่าผมไม่ต้องไปก็ได้ แต่คงรู้ว่าผมจะเสนอตัวอยู่แล้ว และถ้าซ้อนแผนแล้วลบความจำพวกมันได้ก็จะดีกว่า 

แผนของผมคือ เราจะขับรถขนเงินไปจอดรอ ให้พวกมันคนนึงขับรถมา แล้วเปิดวิดีโอคอลให้ดูความปลอดภัยของน้องนรินก่อน ค่อยส่งเงินให้ เราไม่ตุกติกอยู่แล้ว ชีวิตลูกสาวยังอยู่ในกำมือพวกมัน ข้อเสนอนี้เป็นอันตกลง ขอแค่ได้เจอตัวต่อหน้าพวกมันคนนึงก็พอ ผมจะลบความจำแล้วฝังความจำใหม่ ให้มันเป็นสายให้ แกะรอยกลับไปบอกที่อยู่ แล้วพาตัวน้องนรินหนีออกมาเอง

ถ้าเป็นไปตามแผน เรื่องมันคงจบลงด้วยดี แต่มันไม่เป็นแบบนั้นน่ะสิ มันถึงได้บานปลายมาจนถึงตอนนี้ ยังเหลือส่วนสำคัญของเรื่อง ขอเก็บไว้เล่าคราวหน้านะครับ เกริ่นมาสองตอนแล้วก็ยังไม่รู้ใช่มั้ยว่าทำไมชีวิตผมถึงเหลืออีกแค่สองเดือน คราวหน้าได้รู้กันละครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่