"ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" มักถูกแฟนคลับตำหนิเรื่องใจไม่นิ่ง แต่มาจนทุกวันนี้ยังหาคนไทยฝีมือใกล้เคียงกับต๋องไม่ได้ เรื่องจริง!!!

กระทู้คำถาม
ต๋องใจไม่นิ่งจริง
ลูกสำคัญๆหรือลูกชี้ชะตาเขามักจะแทงพลาด
แต่ฝีมือขนาดต๋อง...ยังหาใครมาแทนไม่ได้จนทุกวันนี้ครับ
จริงๆก็มีดาวรุ่งพุ่งแรงตามหลังต๋องมาตั้งหลายคน
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครก้าวมาถึงระดับ Top 3 ของโลกได้อย่างต๋อง
อย่าว่าแต่เป็นมือ 3 ของโลกเลยครับ...แค่มือ 30 ยังไม่มี
ปีที่ต๋องได้มือ 3 ของโลกน่ะ คะแนนจี้ตามอันดับสองไม่ห่างนะ
มีแค่เฮนดรี้ที่เป็นมือหนึ่งคนเดียวที่ทำแต้มนำห่างคนอื่น

ปล. กระทู้ดักแก่ ยิ้ม
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
เรื่องใจไม่นิ่ง....มันไม่ใช่แค่ต๋องหรอก แต่เป็นกับนักกีฬาไทยทั้งหมดเลย
สถานการณ์กดดันประมาณดวลจุดโทษหาแชมป์ นักกีฬาไทยแกว่งหมดใจน่ะสู้แต่สมาธิ สติสตังไม่เหลือล่ะ

ในวงการกีฬาไทย โค้ชด้านจิตวิทยาที่คอยช่วยแก้ไขสภาพจิตใจนักกีฬาในทีมเราไม่มีเลยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การรับมือกับความกดดันในการแข่งนักกีฬาแต่ละคนต้องหาทางกันเอาเอง...ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่รอดกันทั้งนั้นเก๋าแค่ไหนก็ไม่รอด
ลองสังเกตเวลานักกีฬาไทยลงแข่งกับต่างชาติไม่ว่าระดับไหน....ถ้าคู่ต่อสู้ฝีมือเท่าๆกันเรามักจะแพ้เกือบทั้งหมด
นักกีฬาไทยเราจะชนะเขาได้ต้องมีฝีมือและเบอร์กระดูกเหนือกว่าอย่างชัดเจน
แม้แต่วอลเลย์บอลหญิงไทยที่ไประดับโลกแล้ว เวลาแข่งถ้าเป็นสถานการณ์คับขันเรามักจะพลาดบ่อยๆ
ยิ่งเรื่องสมาธิการปรับสภาพจิตใจเวลาเราหลุดแล้วหลุดยาว เวลาแต้มเราเริ่มไหลแล้วโค้ชไม่ขอเวลานอกเพื่อปรับสมาธิล่ะไปยาวถึงแพ้บ่อยมาก

ผมว่ากกท.เราต้องแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง เก่งแค่ไหนแต่ถ้าใจไม่นิ่งกดดดันเมื่อไหร่ก็เป๋
แบบนี้นักกีฬาไทยไม่มีทางประสบความสำเร็จระดับโลกได้แน่
ลองพิจารณา...ถ้าไม่มีคนเก่งชนิดฟ้าประทานอย่างต๋อง สามารถ เขาทราย พี่ตุ๊กปิยะพงษ์ ภราดร ฯลฯ
วงการกีฬาก็ฟุบไม่ฟื้นไม่มีการพัฒนาอะไรเลย อยู่ผลาญภาษีประชาชนไปวันๆ

ป.ล.

ผมเองยังเสียดายโอกาสต๋อง ถ้าคุณต๋องรู้ตัวและแก้ไขปัญหาเรื่องสายตาได้เร็วกว่านี้ แม้ว่าอาจจะยึดมือ1ไม่ได้แต่เบียดเดวิสขึ้นยึดที่2น่าจะไหว
ถ้ามีทีมงานด้านสุขภาพที่คอยตรวจสภาพร่างกายนักกีฬาอย่างจริงจังเหมือนที่อื่นๆ ต๋องอาจจะยึดอันดับtop10ไว้ได้จนถึงอายุ40ด้วยซ้ำ
แต่นี่ต๋องไม่มีอะไรเลย นอกจากคุณพ่อกับคุณศักดาแล้ว คุณต๋องไม่มีทีมงานมืออาชีพคอยซับพอร์ตสักคน พอต๋องอายุมากขึ้นเริ่มมีปัญหาสายตา
ทำให้ความแม่นยำลดลง ซึ่งตอนนั้นทุกคน(รวมถึงตัวต๋องเองด้วย)ต่างคิดว่าเป็นเพราะต๋องฟอร์มตกเองไม่เกี่ยวกับเรื่องสายตา....เลยปล่อย
ไม่ได้ตรวจสอบและเชคสภาพร่างกายคุณต๋องอย่างจริงจัง พอสายตาเริ่มเอียงการดูเหลี่ยมก็ผิดไปหมด ความแม่นจากลูกหัวโต๊ะท้ายโต๊ะก็ลดลง
เหลือลูกครึ่งโต๊ะ แม้แต่หลุมกลางหลุมถนัดยังเริ่มออกทะเล แพ้บ่อยเข้าอันดับก็รูดความมั่นใจก็หมด
หลังจากนั้นแม้ว่าจะมารู้ทีหลังเป็นเพราะสายตาต๋องเอียงทั้งฟอร์มและความมั่นใจก็แทบไม่เหลือแถมอันดับก็ไหลไปไกลต่ำกว่าอันดับ32เยอะแล้ว

วงการสุน้กเกอร์นั้นรู้ๆกันดี ถ้าอันดับโลกคุณต่ำกว่า32 มันเหนื่อยมากๆต้องเล่นตั้งแต่รอบคัดเลือกรอบแรกเหมือนนักสนุ้กเกอร์โนเนมทั่วไป
ตอนนั้นต๋องเองก็สามสิบกลางๆแล้วมีการทดลองแก้ไขทำแว่นพิเศษให้ต๋องแต่ต๋องปรับตัวไม่ได้
ไม่ว่าจะแก้ไขแว่นให้เหมาะสมกับต๋องเท่าไหร่ก็แก้ไขไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องแขวนคิวไป ช่วงหลังเห็นว่าไปทำเลสิคแต่ก็ไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่
ทดลองแค่ลงแข่งภายในประเทศก็หืดแระ...........

สุดท้าย
ก็ได้แต่เสียดายแทนคุณต๋องถ้าวงการกีฬาไทยมีการจัดการอย่างมืออาชีพเหมือนประเทศที่เขาพัฒนาแล้วชีวิตคุณต๋องน่าจะไปไกลกว่านี้เยอะครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
โทษต๋องไม่ได้หรอกครับ เพราะพวกที่ติว่า ยังไม่เคยพบเจอสถานการณ์แบบต๋อง
วันที่ต๋องพีคสุด วันที่ต๋องทำเบรค 147 มาพร้อมกับข่าวร้าย พ่อถูกฆ่าตาย
คุณลองนึกถึงสภาพคนดีใจสุดๆ แล้วต้องมาพบกับข่าวช็อคสุดๆ
ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากแค่ไหน ลองคิดดู
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่