ผมคิดว่าประเทศเรารุ่งเรืองที่สุดได้แค่นี้ครับ
GDP คงโตในกรอบ 2-3% พักใหญ่
คือ เราเป็นประเทศพึ่งพิงราคาสินค้าโภคภัณท์ ตั้งแต่ สินค้าเกษตรยันปิโตรเคมี และเงินอ่อน ( ท่องเที่ยว ส่งออก ) ซึ่งสองปัจจัยคงไม่ฟื้น เพราะ ปัจจัยภายนอก ( ประเทศบางประเทศปั่นค่าเงินให้อ่อนได้เราทำไม่ได้ ) และสินค้าโภคภัณท์ตกต่ำเป็นประโยชน์ต่ประเทศมหาอำนาจอ่ะนะครับ ( ซึ่งเขาอยากให้ต่ำทั้งคู่ รอดยากครับ )
อันนี้ปัจจัยภายนอกนะครับ
ส่วนปัจจัยภายในประเทศ คือ ประเทศเรามีปัญหาเรื่องพัฒนาการศึกษา และด้านความยุติธรรม โอกาสเกิดนวัตกรรม สิทธิบัตร startup มันก็ไม่อำนวย อีกเรื่อง คือ คอรัปชั่นทีาเรายังไม่สามารถเอาอยู่ ทำให้เรา ก้าวกระโดดแบบ สิงคโปร์, เกาหลีใต้ หรือแม้แต่จีน ( ที่ส่วนนึงเขาก้าวกระโดดจากการปราบคอร์รัปชั่นได้ ) ยังดีที่คนไทยเราเป็นคนประเภทใช้จ่ายเยอะ มีเยอะใช้เยอะ มีน้อยก็ใช้เยอะ เศรษฐกิจในประเทศมันเลยพอหมุนอยู่ได้
อันนี้ปัจจัยในประเทศครับ
ผมเลยขอสรุปว่า ประเทศไทยเราคงไม่ไปไหนไกลอีก 10 ปีข้างหน้านี้เท่าไหร่ละครับ
ไม่ใช่ว่าเราถอถอยนะแต่อิ่มตัวแล้วมากกว่าครับ
ขอมองโลกในแง่ดีครับ
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
มีใครคิดเหมือนผมว่า...ประเทศไทยคือรุ่งเรืองที่สุดได้แค่นี้ละครับ
GDP คงโตในกรอบ 2-3% พักใหญ่
คือ เราเป็นประเทศพึ่งพิงราคาสินค้าโภคภัณท์ ตั้งแต่ สินค้าเกษตรยันปิโตรเคมี และเงินอ่อน ( ท่องเที่ยว ส่งออก ) ซึ่งสองปัจจัยคงไม่ฟื้น เพราะ ปัจจัยภายนอก ( ประเทศบางประเทศปั่นค่าเงินให้อ่อนได้เราทำไม่ได้ ) และสินค้าโภคภัณท์ตกต่ำเป็นประโยชน์ต่ประเทศมหาอำนาจอ่ะนะครับ ( ซึ่งเขาอยากให้ต่ำทั้งคู่ รอดยากครับ )
อันนี้ปัจจัยภายนอกนะครับ
ส่วนปัจจัยภายในประเทศ คือ ประเทศเรามีปัญหาเรื่องพัฒนาการศึกษา และด้านความยุติธรรม โอกาสเกิดนวัตกรรม สิทธิบัตร startup มันก็ไม่อำนวย อีกเรื่อง คือ คอรัปชั่นทีาเรายังไม่สามารถเอาอยู่ ทำให้เรา ก้าวกระโดดแบบ สิงคโปร์, เกาหลีใต้ หรือแม้แต่จีน ( ที่ส่วนนึงเขาก้าวกระโดดจากการปราบคอร์รัปชั่นได้ ) ยังดีที่คนไทยเราเป็นคนประเภทใช้จ่ายเยอะ มีเยอะใช้เยอะ มีน้อยก็ใช้เยอะ เศรษฐกิจในประเทศมันเลยพอหมุนอยู่ได้
อันนี้ปัจจัยในประเทศครับ
ผมเลยขอสรุปว่า ประเทศไทยเราคงไม่ไปไหนไกลอีก 10 ปีข้างหน้านี้เท่าไหร่ละครับ
ไม่ใช่ว่าเราถอถอยนะแต่อิ่มตัวแล้วมากกว่าครับ
ขอมองโลกในแง่ดีครับ
ขอบคุณทุกความเห็นครับ