รู้แล้วเงินหายไปไหนหมด

กระทู้สนทนา
สมัยก่อน ร้านของชำขายของได้ 100 บาท ให้ลูกหลาน ใช้ 20 บาท อีก 80 เอาไปซื้อของจากซาปั๊วมาขายต่อ

ซาปั๊ว ได้ขายของ 80 บาท  เอา 20 บาทให้ลูกหลานใช้  ส่วน 60 บาทไปซื้อของจากยี่ปั๋ว

ยี่ปั๊วได้ 60 บาท แบ่ง 10 บาท ให้ลูกหลานใช้ อีก 50 บาท เอาไปซื้อของจากโรงงาน 

โรงงาน ได้ 50 บาท ต้นทุนผลิต 30 บาท หัก 5 บาทเป็นกำไร  เหลือ 15 บาทเอาไปจ่ายค่าคนงาน

เอาตรงที่ขีดเส้นใต้มาบวกกัน ได้ 50 บาท นั่นหมายความว่า เงิน 100 เมื่อหมุนหลายรอบ จะได้มูลค่าการใช้จ่าย 150

แต่ยุคนี้ คนซื้อจากโรงงานโดยตรง  เงินทั้งหมด จะไปตกกับเจ้าของโรงงาน

เหมือนร้านของชำที่ตอนนี้ล้มหายตายจากไป  เงินเข้า 7-11 เกือบทั้งหมด

ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจนี้ แต่หมายถึงทั้งระบบเลย  ร้านสี  วัสดุก่อสร้าง  ร้านเสื้อผ้า  ร้านอะไหล่  ร้านที่นอน  ฯลฯ  

อีกหน่อย 15% สุดท้ายของค่าคนงานจะหายไปด้วย เพราะโรงงานใช้หุ่นยนต์แทน

ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้  เงินจะไหลไปที่เจ้าของธุรกิจทั้งหมด ซึ่งคิดแล้วไม่ถึง 0.01% ของประชากรโลก  แล้วที่เหลืออีก 99.99% ล่ะ เช่นธนาคารทั้งธนาคาร อาจใช้คนไม่ถึง 1,000 คนในการบริหารจัดการ (จากเดิมที่ใช้สองสามหมื่นคน) 

ในอนาคตแท็กซี่ก็ไม่เหลือ ถ้าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเสถียร   เงินค่าขับแท็กซี่ ที่ช่วยเหลือครอบครัวคนรายได้น้อยนับหมื่นครอบครัวจะหายไปเข้าบริษัทที่คิดระบบบริษัทเดียว 

ไม่ใช่เฉพาะในระดับประเทศ ที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  ในระดับโลกประเทศใหญ่ก็จะกินประเทศเล็ก 

อีกหน่อยโรงงานสินค้าในไทยก็จะปิดระนาว เพราะโรงงานจากจีนส่งสินค้ามาขายคนไทยโดยตรง  จีนผลิตยังไงก็ได้ต้นทุนถูกกว่า เพราะประชากรของเขาพันล้านคน  ยิ่งผลิตมากยิ่งถูก 

ในอนาคตคนจะตกงานระนาว แม้แต่แพทย์  เพราะในยุค 5G  เพียงใส่แว่นสามมิติ เปิด online แพทย์จากทั่วโลกจะมานั่งให้คำปรึกษาคุณตรงหน้าได้ทันที และลูบคลำได้ด้วย จากถุงมืออิเล็กทรอนิคส์  เดี๋ยวนี้เขาผ่าตัดกันผ่าน 5 g เป็นเรื่องธรรมดาในประเทศจีน  ถ้าจะเปิดคลินิกรักษาโรคทั่วไป บอกได้เลยว่า สู้ 5g ไม่ได้หรอก คุณจะหาหมอตอนตีสาม ก็มีหมอ online มาตรวจให้สบายๆ เลือกไม่ไหวเลยล่ะ

ดาราภาพยนตร์ก็จะตกงาน เพราะคอมพิวเตอร์สามารถสร้างตัวตนเสมือนได้เหมือนคน 100% หรือไม่ก็จ้างดาราโนเนมมาแสดง แล้วเอาคอมพิวเตอร์ใส่หน้าดาราชื่อดังที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ทำได้

สรุปก็คือ เกือบทุกอาชีพในอนาคต จะตกงานหมด แล้วโลกจะอยู่ยังไงหว่า 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่