ตอนนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เตรียมที่จะเขียนประวัติศาสตร์ลูกหนังของตนเองเพื่อให้โลกได้จารึกอีกครั้ง เมื่อเขากำลังจะยิงประตูในระดับทีมชาติครบ 100 ลูก หลังจากที่เพิ่งบวกเพิ่ม 3 ลูกในแมตช์ที่ไล่ถล่ม ลิธัวเนีย 6-0 ศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม บี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
สตาร์ลูกหนังวัย 34 ปี ตะบันแฮตทริกที่ 55 ของเขาตลอดอาชีพพ่อค้าแข้ง แถมสามประตูที่ทำได้ในเกมดังกล่าวส่งผลให้เขาบวกประตูที่ยิงให้ทัพ "ฝอยทอง" ไปแล้ว 98 ลูก และเหลือเพียงแค่ 2 ลูกก็จะทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง แต่กระนั้นก็ยังคงเป็นรอง อาลี เดอี เจ้าของสถิติทำประตูในการเล่นให้ทีมชาติมากสุดตลอดกาลที่ตะบันในนามทีมชาติอิหร่าน 109 ประตู
จำนวนประตู 98 ลูกของ โรนัลโด้ มาจากการลงเล่น 163 แมตช์ให้ทัพ "ฝอยทอง" โดยหากนับเฉพาะบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลระดับประเทศ หัวหอก "ม้าลาย" ยูเวนตุส ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในการกระซวกตาข่ายคู่แข่งในระดับชาติ
ผลงานของ โรนัลโด้ เหนือกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่เล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินา และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนี เจ้าของสถิติยิงประตูรวมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้มากสุดจำนวน 16 ประตู แถมยังแซงหน้า เปเล่ ตำนานลูกหนังทีมชาติบราซิลด้วย
"ไข่มุกดำ" ซึ่งเคยผ่านการชูโทรฟี่แชมป์ฟุตบอลโลก มาแล้ว 3 ครั้ง ทำผลงานตะบันประตูให้ทัพ "เซเลเซา" จำนวน 77 ประตูตลอดช่วเวลา 14 ปีที่สวมเสื้อทีมชาติบราซิล อย่างไรก็ตามสถิติของ เปเล่ อาจจะน่าประทับใจมากกว่า โรนัลโด้ เมื่อพิจารณาจากการที่เขาลงสนามเพียงแค่ 92 เกมเท่านั้น
ในส่วนของ โคลเซ่ ทำได้ 71 ประตูให้ทัพ "อินทรีเหล็ก" จากการเล่น 137 เกม แต่ประตูส่วนใหญ่ที่ ตำนานกองหน้า "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ทำได้มักจะมาจากการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ลองคิดดูก็แล้วกันว่าไม่มีใครที่ก้าวขึ้นมาทาบสถิติยิง 16 ประตูในมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติรอบสุดท้ายของเขาได้เลย
สำหรับ "โด้" ยังทำประตูห่างชั้นจาก โคลเซ่ เพราะยิงแค่ 7 ประตูในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ โคลเซ่ ทำผลงานได้ดีกว่าเนื่องจาก เยอรมนี มักจะได้เล่นครบ 7 เกมเสมอ (รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงนัดชิง หรือชิงที่3) ที่สำคัญเขายังนำ "อินทรีเหล็ก" คว้าแชมป์เวิลด์ คัพ 2014 ด้วย
ด้านนักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่รักคู่แค้นของ โรนัลโด้ นั่นก็คือ เมสซี่ ยังห่างชั้นกับกัปตันทีมชาติโปรตุเกสเยอะมากในการยิงประตูระดับทีมชาติ เพราะ สตาร์ลูกหนัง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่าซึ่งมักจะพบกับความผิดพลาดในการเล่นให้ อาร์เจนตินา อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะการแพ้นัดชิง โกปา อเมริกา 2 ครั้ง และฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล
สถิติของ เมสซี่ วัย 32 ปี ในนามทัพ "ฟ้าขาว" ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวโดยเขายิงประตูไปเพียง 68 ลูกกับการเล่น 136 แมตช์ ด้าน ซลาตัน อิบราโมวิช ยิงประตูให้กับ สวีเดน ได้เยอะก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยนำบ้านเกิดเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้มากนัก
อย่างไรก็ตามยังคงมีนักเตะที่สามารถทำผลงานในการยิงประตูในนามทีมชาติที่อาจจะแซงหน้า โรนัลโด้ ก็คือ โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียม โดยตอนนี้นักเตะซัดไปแล้ว 51 ประตู และด้วยวัยเพียง 26 ปี ทำให้เขามีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นไปทาบความยิ่งใหญ่ของ "ซีอาร์ 7" ในกรณีที่เจ้าตัวยังมีชื่อติดธงทัพ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป"
10 นักเตะที่ยิงประตูระดับชาติได้มากที่สุด (นับเฉพาะชาติใหญ่)
อันดับ ประเทศ เกม ประตู
1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โปรตุเกส 163 98
2. เปเล่ บราซิล 92 77
3. มิโรสลาฟ โคลเซ่ เยอรมนี 137 71
4. ลิโอเนล เมสซี่ อาร์เจนตินา 136 68
5. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สวีเดน 116 62
6. ดาบิด บีย่า สเปน 98 59
7. เวย์น รูนี่ย์ อังกฤษ 120 53
8. โรเมลู ลูกากู เบลเยียม 83 51
9. เธียร์รี่ อองรี ฝรั่งเศส 123 51
10. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ฮอลแลนด์ 102 50
credit : www.siamsport.co.th
"โด้ขอสองครบร้อย" ! 10 นักเตะยิงประตูระดับชาติมากสุด (นับเฉพาะชาติใหญ่)
สตาร์ลูกหนังวัย 34 ปี ตะบันแฮตทริกที่ 55 ของเขาตลอดอาชีพพ่อค้าแข้ง แถมสามประตูที่ทำได้ในเกมดังกล่าวส่งผลให้เขาบวกประตูที่ยิงให้ทัพ "ฝอยทอง" ไปแล้ว 98 ลูก และเหลือเพียงแค่ 2 ลูกก็จะทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง แต่กระนั้นก็ยังคงเป็นรอง อาลี เดอี เจ้าของสถิติทำประตูในการเล่นให้ทีมชาติมากสุดตลอดกาลที่ตะบันในนามทีมชาติอิหร่าน 109 ประตู
จำนวนประตู 98 ลูกของ โรนัลโด้ มาจากการลงเล่น 163 แมตช์ให้ทัพ "ฝอยทอง" โดยหากนับเฉพาะบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลระดับประเทศ หัวหอก "ม้าลาย" ยูเวนตุส ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในการกระซวกตาข่ายคู่แข่งในระดับชาติ
ผลงานของ โรนัลโด้ เหนือกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่เล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินา และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนี เจ้าของสถิติยิงประตูรวมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้มากสุดจำนวน 16 ประตู แถมยังแซงหน้า เปเล่ ตำนานลูกหนังทีมชาติบราซิลด้วย
"ไข่มุกดำ" ซึ่งเคยผ่านการชูโทรฟี่แชมป์ฟุตบอลโลก มาแล้ว 3 ครั้ง ทำผลงานตะบันประตูให้ทัพ "เซเลเซา" จำนวน 77 ประตูตลอดช่วเวลา 14 ปีที่สวมเสื้อทีมชาติบราซิล อย่างไรก็ตามสถิติของ เปเล่ อาจจะน่าประทับใจมากกว่า โรนัลโด้ เมื่อพิจารณาจากการที่เขาลงสนามเพียงแค่ 92 เกมเท่านั้น
ในส่วนของ โคลเซ่ ทำได้ 71 ประตูให้ทัพ "อินทรีเหล็ก" จากการเล่น 137 เกม แต่ประตูส่วนใหญ่ที่ ตำนานกองหน้า "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ทำได้มักจะมาจากการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ลองคิดดูก็แล้วกันว่าไม่มีใครที่ก้าวขึ้นมาทาบสถิติยิง 16 ประตูในมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติรอบสุดท้ายของเขาได้เลย
สำหรับ "โด้" ยังทำประตูห่างชั้นจาก โคลเซ่ เพราะยิงแค่ 7 ประตูในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ โคลเซ่ ทำผลงานได้ดีกว่าเนื่องจาก เยอรมนี มักจะได้เล่นครบ 7 เกมเสมอ (รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงนัดชิง หรือชิงที่3) ที่สำคัญเขายังนำ "อินทรีเหล็ก" คว้าแชมป์เวิลด์ คัพ 2014 ด้วย
ด้านนักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่รักคู่แค้นของ โรนัลโด้ นั่นก็คือ เมสซี่ ยังห่างชั้นกับกัปตันทีมชาติโปรตุเกสเยอะมากในการยิงประตูระดับทีมชาติ เพราะ สตาร์ลูกหนัง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่าซึ่งมักจะพบกับความผิดพลาดในการเล่นให้ อาร์เจนตินา อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะการแพ้นัดชิง โกปา อเมริกา 2 ครั้ง และฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล
สถิติของ เมสซี่ วัย 32 ปี ในนามทัพ "ฟ้าขาว" ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวโดยเขายิงประตูไปเพียง 68 ลูกกับการเล่น 136 แมตช์ ด้าน ซลาตัน อิบราโมวิช ยิงประตูให้กับ สวีเดน ได้เยอะก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยนำบ้านเกิดเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้มากนัก
อย่างไรก็ตามยังคงมีนักเตะที่สามารถทำผลงานในการยิงประตูในนามทีมชาติที่อาจจะแซงหน้า โรนัลโด้ ก็คือ โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียม โดยตอนนี้นักเตะซัดไปแล้ว 51 ประตู และด้วยวัยเพียง 26 ปี ทำให้เขามีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นไปทาบความยิ่งใหญ่ของ "ซีอาร์ 7" ในกรณีที่เจ้าตัวยังมีชื่อติดธงทัพ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป"
10 นักเตะที่ยิงประตูระดับชาติได้มากที่สุด (นับเฉพาะชาติใหญ่)
อันดับ ประเทศ เกม ประตู
1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โปรตุเกส 163 98
2. เปเล่ บราซิล 92 77
3. มิโรสลาฟ โคลเซ่ เยอรมนี 137 71
4. ลิโอเนล เมสซี่ อาร์เจนตินา 136 68
5. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สวีเดน 116 62
6. ดาบิด บีย่า สเปน 98 59
7. เวย์น รูนี่ย์ อังกฤษ 120 53
8. โรเมลู ลูกากู เบลเยียม 83 51
9. เธียร์รี่ อองรี ฝรั่งเศส 123 51
10. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ฮอลแลนด์ 102 50
credit : www.siamsport.co.th