สวัสดีครับ เมื่อวานพาเที่ยวเมืองปัตตานีไปแล้ว:
https://pantip.com/topic/39405276
เดี๋ยววันนี้ผมจะพาไปเที่ยวเมืองยะลาบ้าง

อย่างที่บอกครับ ส่วนมากผมจะลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วเช่ารถขับไปเอง เพราะมันสะดวกกว่าในเรื่องของการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ส่วนมากรถเช่าผมจะใช้ของ AVIS เป็นหลัก โดยไปหาซื้อคูปองเช่ารถมาจากตามงานไทยเที่ยวไทย ซึ่งค่าเช่าตกวันละประมาณ 471 บาทเท่านั้น
เอาจริงๆผมเองก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ และก็ยังไปไม่ครบทุกสถานที่ ทุกอำเภอ เลยจะขอพูดถึงหลักๆแค่ 3 ที่นี้ก่อน นั่นก็คือในตัวเมืองยะลา บันนังสตา และเบตงนั่นเองครับ
จากปัตตานีมา ขับรถไม่นานมากก็จะถึงตัวเมืองยะลาแล้วฮะ

ในเมืองยะลานั้น ก็มีโซนที่เป็นศูนย์การค้าที่เป็นของท้องถิ่น และก็มีโรงหนังในเครือของโคลีเซี่ยมด้วย สภาพนั้นก็ค่อนข้างเก่าเกินเยียวยาพอสมควร

เคเอฟซีที่หายไป ถูกแทนที่ด้วยไก่ทอดที่ชื่อแมรี่ บราวน์ รสชาตินั้น บอกเลยว่าครั้งเดียวพอฮะ

นอกจากนั้น ในเมืองยะลาก็เดินรอบๆได้ เดินถึงกันหมด ไม่ถึงกับไกลมาก เดินไปนิดนึงก็จะเจอมูลนิธิแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ยะลา

เดินรอบๆนั้น แถวๆนั้นจะมีรูปภาพตามกำแพงสวยๆให้ได้ถ่ายรูปกัน เรียกได้ว่าเป็น Street Art ของเมืองยะลาเลยฮะ

นอกจากนั้นก็ยังสถานที่สวยๆอย่างสถานีรถไฟเมืองยะลา ไปถ่ายรูปตอนดึกๆไม่มีรถ สวยมาก

หอนาฬิกาเมืองยะลาในยามค่ำคืน สวยงาม และเงียบสงบ

นอกเหนือจากในตัวเมืองยะลาแล้วก็มีที่ๆห้ามพลาด ไฮไลท์เด็ดๆอย่างเขื่อนบางลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบันนังสตา ขับรถไปจากตัวเมืองยะลาประมาณ 1 ชม. ระยะทางประมาณ 53 กิโล

อากาศทางมาเขื่อน อยากจะบอกว่าเย็นสบายมาก อามณ์ตอนนั้นคืองงๆ ตอนแรกคิดว่าตัวเองอยู่ทางเชียงใหม่ เชียงรายเลยหละ
จริงๆยังมีทะลสาปฮาลา บาลาอีกที่ผมยังไม่เคยได้ไปนะ

21.49 ยะลา ในเมืองยังคึกคักๆ รถติดจนควักมือถือมาถ่ายรูปบรรยากาศในเมืองให้ได้ดูอย่างสบายๆ
เลยจากบังนนังสตาไป ต่อไปก็คือเบตงนั่นเองครับ ระยะทางจากตรงนี้ไปแค่ 90 กิโลเท่านั้น แต่โค้งคือเยอะมากๆๆๆๆ

เอาจริงๆนะ เคยพาเพื่อนไป เพื่อนชวนแวะอ้วกทุกครั้งที่จุดพักรถ แต่ผมไหวนะ อิอิ
แต่ถ้าใครไม่อยากทรมานร่างกายมาก แนะนำทางมาที่มาทางหาดใหญ่ ไปทางด่านนอก ออกมาเลเซีย แล้วกลับมาวกเข้าเบตงทางชายแดน จะมาง่ายกว่านะ แต่ติดที่ผมเช่ารถมา รถเช่าจะไม่สามารถนำออกพื้นที่เขตประเทศไทยได้

มีหลายครั้งนะที่ผมคึก ออกจากหาดใหญ่ซะค่ำ กว่าจะไปถึงเบตงก็ปาไปซะดึกเลย บางที

หอนาฬิกาเบตง มาถึงแล้วนะ เย่ๆๆ

เบตงดึกๆก็ยังมีร้านอาหาร ร้านค้า บาร์เปิดอยู่เยอะแยะเลยนะ ว่าไป

อุโมงเบตงมงคลฤทธิ์ มาถึงแล้วต้องแวะมาที่นี่
ข้างๆอุโมงเห็นมีบาร์ร้านนึง เพลงเพราะ น่านั่งดีนะ แต่ผมเองยังไม่เคยไปนั่งที

อุโมงเบตงมงคลฤทธิ์ ตอนกลางวันสวยยังกะปราสาทในญี่ปุ่นเลย ถ้าใครตื่นเช้าๆ แถวๆอุโมงจะมีร้านติ่มซำอยู่หลายร้าน เดินๆดู แวะชิมกันได้ฮะ

ตู้ไปรษณีย์ที่ใครๆก็พูดถึงกัน มันอยู่ที่นี่นะ

แต่ถ้าใครอยากกินเคเอฟซีนั้น จะต้องข้ามไปฝั่งมาเลครับ ฝั่งไทยไม่มีขาย รู้สึกจะมีพิซซ่าฮัทด้วยนะ แต่ผมไม่ไปแวะไปลองทาน
ทั้งนี้ ถ้าใครจะไปฝั่งนู้นนั้น จะต้องมี 1. พาสปอร์ต 2.เงินมาเลริงกิต เคเอฟซีฝั่งนู้นก็ไม่รับบัตรเครดิตนะครับ

ทางไปเคเอฟซี มีที่แวะให้ถ่ายรูป เป็นจุดชมวิวของเมืองเบตงด้วย

ก่อนออกไปเคเอฟซี อย่าลืมแวะถ่ายรูปใต้สุนแดนสยามกันซักรูปกัน
ณ จุดๆนี้ ห้ามลืมนำพาสปอร์ตไปนะครับ ถ้าใครลืมจะออกไปฝั่งมาเลไม่ได้นะ
อ้อ อีกอย่าง รถเช่าสามารถออกไปได้นะ แต่ต้องบอกเขาก่อน ว่าจะออกไปซื้อเคเอฟซีแล้วกลับมา ถ้าไปไกลกว่านั้นอาจโดนจับได้ เพราะเราไม่มีป้ายทะเบียนรถมาเล กับประกันภัยรถของมาเล

กลับมาทางฝั่งเบตงกันต่อฮะ เบตงยังมีของดีอีกเยอะ อย่างบ่อน้ำร้อนนี่ต้องมานะ ห้ามพลาดเลยหละ บ่อที่นี่เขาเปิดให้แช่ได้ตลอด 24 ชม. ไม่มีค่าเข้าอะไรใดๆด้วย

ขับรถจากบ่อน้ำร้อน ไม่ไกลมาก ที่ต่อไปก็จะเป็นสวนดอกไม้เบตง เดิมชมดอกไม้หลากหลายสี อากาศเย็นเพลินๆ สวยมากๆ

ออกจากสวนดอกไม้ ไปต่อกันที่อุโมงปิยะมิตร เดินชมประวัติศาสตร์เมืองเบตง ค่าเข้าชมรู้สึกจะคนละ 40 รึ 60 บาท ผมจำไม่ได้

อุโมงค์ปิยะมิตร เป็นอุโมงค์ดินที่อดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายาสร้างขึ้น สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง แต่ต่อมาได้กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย อุโมงค์ปิยะมิตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2519 ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง เราสามารถเดินชมบรรยากาศรอบๆ และเดินเข้าไปดูในอุโมงได้ ตรงนี้ถ้าใครเข้าไปในอุโมงคนเดียวจะรู้สึกหลอนๆนิดนึงนะ

ออกมาจากอุโมงก็แวะชมต้นไม้ปิยะมิตรพันปีก่อนกลับกันซักนิดนึง

วิวข้างถนน ระหว่างทางจากอุโมงปิยะมิตร กลับไปในเมืองเบตง อากาศดีไหมละฮะ

มาถึงเบตงแล้วก็อย่าลืมแวะวัดบ่อน้ำร้อน อีกที่ๆมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ สวยมากๆ

หอนาฬิกาเบตงยามเย็น เต็มไปด้วยนกนางแอ่นเต็มสายไฟ ใครไปยืนถ่ายรูปตรงนี้ก็ระวังหัวกันด้วยนะฮะ
จริงๆยังมีอีกหลายที่ๆผมยังไม่เคยได้ไปนะ อย่างฟาร์มไก่เบตง หมู่บ้านซาไก บลาๆๆ เพราะแต่ละครั้งผมจะเช่ารถขับไป ซึ่งมีเวลาเพียงประมาณทริปละ 2 วันเท่านั้น เพราะยิ่งอยู่นาน ค่าใช้จ่ายก็บานปลาย ไหนจะเรื่องของเวลาอีก จากหาดใหญ่มาถึงเบตงใช้เวลาขับรถเกือบๆ 5 ชม. ได้เลย
เดี๋ยวตอนหน้า ผมจะมาเล่าประสบการณ์ของทริปนราธิวาสให้ฟังนะฮะ
นราธิวาสก็เป็นอีกเมืองที่ไม่ควรพลาดเลย เป็นเมืองชายแดนที่ติดทะเล มีสถานที่เที่ยวธรรมชาติเยอะแยะมากมาย ที่นั่นผมก็มีโอกาสไปเที่ยวค่อนข้างบ่อยด้วย เพราะบางครั้งก็ไปลงเครื่องที่นราธิวาสเลย แล้วค่อยเหมามอไซค์วินเที่ยวเอา
[CR] เที่ยว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขับรถคนเดียวไปได้ สบายๆ PART 2 ยะลา บันนังสตา เบตง
เดี๋ยววันนี้ผมจะพาไปเที่ยวเมืองยะลาบ้าง
อย่างที่บอกครับ ส่วนมากผมจะลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วเช่ารถขับไปเอง เพราะมันสะดวกกว่าในเรื่องของการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ส่วนมากรถเช่าผมจะใช้ของ AVIS เป็นหลัก โดยไปหาซื้อคูปองเช่ารถมาจากตามงานไทยเที่ยวไทย ซึ่งค่าเช่าตกวันละประมาณ 471 บาทเท่านั้น
เอาจริงๆผมเองก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ และก็ยังไปไม่ครบทุกสถานที่ ทุกอำเภอ เลยจะขอพูดถึงหลักๆแค่ 3 ที่นี้ก่อน นั่นก็คือในตัวเมืองยะลา บันนังสตา และเบตงนั่นเองครับ
จากปัตตานีมา ขับรถไม่นานมากก็จะถึงตัวเมืองยะลาแล้วฮะ
ในเมืองยะลานั้น ก็มีโซนที่เป็นศูนย์การค้าที่เป็นของท้องถิ่น และก็มีโรงหนังในเครือของโคลีเซี่ยมด้วย สภาพนั้นก็ค่อนข้างเก่าเกินเยียวยาพอสมควร
เคเอฟซีที่หายไป ถูกแทนที่ด้วยไก่ทอดที่ชื่อแมรี่ บราวน์ รสชาตินั้น บอกเลยว่าครั้งเดียวพอฮะ
นอกจากนั้น ในเมืองยะลาก็เดินรอบๆได้ เดินถึงกันหมด ไม่ถึงกับไกลมาก เดินไปนิดนึงก็จะเจอมูลนิธิแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ยะลา
เดินรอบๆนั้น แถวๆนั้นจะมีรูปภาพตามกำแพงสวยๆให้ได้ถ่ายรูปกัน เรียกได้ว่าเป็น Street Art ของเมืองยะลาเลยฮะ
นอกจากนั้นก็ยังสถานที่สวยๆอย่างสถานีรถไฟเมืองยะลา ไปถ่ายรูปตอนดึกๆไม่มีรถ สวยมาก
หอนาฬิกาเมืองยะลาในยามค่ำคืน สวยงาม และเงียบสงบ
นอกเหนือจากในตัวเมืองยะลาแล้วก็มีที่ๆห้ามพลาด ไฮไลท์เด็ดๆอย่างเขื่อนบางลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบันนังสตา ขับรถไปจากตัวเมืองยะลาประมาณ 1 ชม. ระยะทางประมาณ 53 กิโล
อากาศทางมาเขื่อน อยากจะบอกว่าเย็นสบายมาก อามณ์ตอนนั้นคืองงๆ ตอนแรกคิดว่าตัวเองอยู่ทางเชียงใหม่ เชียงรายเลยหละ
จริงๆยังมีทะลสาปฮาลา บาลาอีกที่ผมยังไม่เคยได้ไปนะ
21.49 ยะลา ในเมืองยังคึกคักๆ รถติดจนควักมือถือมาถ่ายรูปบรรยากาศในเมืองให้ได้ดูอย่างสบายๆ
เลยจากบังนนังสตาไป ต่อไปก็คือเบตงนั่นเองครับ ระยะทางจากตรงนี้ไปแค่ 90 กิโลเท่านั้น แต่โค้งคือเยอะมากๆๆๆๆ
เอาจริงๆนะ เคยพาเพื่อนไป เพื่อนชวนแวะอ้วกทุกครั้งที่จุดพักรถ แต่ผมไหวนะ อิอิ
แต่ถ้าใครไม่อยากทรมานร่างกายมาก แนะนำทางมาที่มาทางหาดใหญ่ ไปทางด่านนอก ออกมาเลเซีย แล้วกลับมาวกเข้าเบตงทางชายแดน จะมาง่ายกว่านะ แต่ติดที่ผมเช่ารถมา รถเช่าจะไม่สามารถนำออกพื้นที่เขตประเทศไทยได้
มีหลายครั้งนะที่ผมคึก ออกจากหาดใหญ่ซะค่ำ กว่าจะไปถึงเบตงก็ปาไปซะดึกเลย บางที
หอนาฬิกาเบตง มาถึงแล้วนะ เย่ๆๆ
เบตงดึกๆก็ยังมีร้านอาหาร ร้านค้า บาร์เปิดอยู่เยอะแยะเลยนะ ว่าไป
อุโมงเบตงมงคลฤทธิ์ มาถึงแล้วต้องแวะมาที่นี่
ข้างๆอุโมงเห็นมีบาร์ร้านนึง เพลงเพราะ น่านั่งดีนะ แต่ผมเองยังไม่เคยไปนั่งที
อุโมงเบตงมงคลฤทธิ์ ตอนกลางวันสวยยังกะปราสาทในญี่ปุ่นเลย ถ้าใครตื่นเช้าๆ แถวๆอุโมงจะมีร้านติ่มซำอยู่หลายร้าน เดินๆดู แวะชิมกันได้ฮะ
ตู้ไปรษณีย์ที่ใครๆก็พูดถึงกัน มันอยู่ที่นี่นะ
แต่ถ้าใครอยากกินเคเอฟซีนั้น จะต้องข้ามไปฝั่งมาเลครับ ฝั่งไทยไม่มีขาย รู้สึกจะมีพิซซ่าฮัทด้วยนะ แต่ผมไม่ไปแวะไปลองทาน
ทั้งนี้ ถ้าใครจะไปฝั่งนู้นนั้น จะต้องมี 1. พาสปอร์ต 2.เงินมาเลริงกิต เคเอฟซีฝั่งนู้นก็ไม่รับบัตรเครดิตนะครับ
ทางไปเคเอฟซี มีที่แวะให้ถ่ายรูป เป็นจุดชมวิวของเมืองเบตงด้วย
ก่อนออกไปเคเอฟซี อย่าลืมแวะถ่ายรูปใต้สุนแดนสยามกันซักรูปกัน
ณ จุดๆนี้ ห้ามลืมนำพาสปอร์ตไปนะครับ ถ้าใครลืมจะออกไปฝั่งมาเลไม่ได้นะ
อ้อ อีกอย่าง รถเช่าสามารถออกไปได้นะ แต่ต้องบอกเขาก่อน ว่าจะออกไปซื้อเคเอฟซีแล้วกลับมา ถ้าไปไกลกว่านั้นอาจโดนจับได้ เพราะเราไม่มีป้ายทะเบียนรถมาเล กับประกันภัยรถของมาเล
กลับมาทางฝั่งเบตงกันต่อฮะ เบตงยังมีของดีอีกเยอะ อย่างบ่อน้ำร้อนนี่ต้องมานะ ห้ามพลาดเลยหละ บ่อที่นี่เขาเปิดให้แช่ได้ตลอด 24 ชม. ไม่มีค่าเข้าอะไรใดๆด้วย
ขับรถจากบ่อน้ำร้อน ไม่ไกลมาก ที่ต่อไปก็จะเป็นสวนดอกไม้เบตง เดิมชมดอกไม้หลากหลายสี อากาศเย็นเพลินๆ สวยมากๆ
ออกจากสวนดอกไม้ ไปต่อกันที่อุโมงปิยะมิตร เดินชมประวัติศาสตร์เมืองเบตง ค่าเข้าชมรู้สึกจะคนละ 40 รึ 60 บาท ผมจำไม่ได้
อุโมงค์ปิยะมิตร เป็นอุโมงค์ดินที่อดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายาสร้างขึ้น สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง แต่ต่อมาได้กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย อุโมงค์ปิยะมิตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2519 ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง เราสามารถเดินชมบรรยากาศรอบๆ และเดินเข้าไปดูในอุโมงได้ ตรงนี้ถ้าใครเข้าไปในอุโมงคนเดียวจะรู้สึกหลอนๆนิดนึงนะ
ออกมาจากอุโมงก็แวะชมต้นไม้ปิยะมิตรพันปีก่อนกลับกันซักนิดนึง
วิวข้างถนน ระหว่างทางจากอุโมงปิยะมิตร กลับไปในเมืองเบตง อากาศดีไหมละฮะ
มาถึงเบตงแล้วก็อย่าลืมแวะวัดบ่อน้ำร้อน อีกที่ๆมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ สวยมากๆ
หอนาฬิกาเบตงยามเย็น เต็มไปด้วยนกนางแอ่นเต็มสายไฟ ใครไปยืนถ่ายรูปตรงนี้ก็ระวังหัวกันด้วยนะฮะ
จริงๆยังมีอีกหลายที่ๆผมยังไม่เคยได้ไปนะ อย่างฟาร์มไก่เบตง หมู่บ้านซาไก บลาๆๆ เพราะแต่ละครั้งผมจะเช่ารถขับไป ซึ่งมีเวลาเพียงประมาณทริปละ 2 วันเท่านั้น เพราะยิ่งอยู่นาน ค่าใช้จ่ายก็บานปลาย ไหนจะเรื่องของเวลาอีก จากหาดใหญ่มาถึงเบตงใช้เวลาขับรถเกือบๆ 5 ชม. ได้เลย
เดี๋ยวตอนหน้า ผมจะมาเล่าประสบการณ์ของทริปนราธิวาสให้ฟังนะฮะ
นราธิวาสก็เป็นอีกเมืองที่ไม่ควรพลาดเลย เป็นเมืองชายแดนที่ติดทะเล มีสถานที่เที่ยวธรรมชาติเยอะแยะมากมาย ที่นั่นผมก็มีโอกาสไปเที่ยวค่อนข้างบ่อยด้วย เพราะบางครั้งก็ไปลงเครื่องที่นราธิวาสเลย แล้วค่อยเหมามอไซค์วินเที่ยวเอา
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้