คำถามที่เจอประจำในตอนนี้ที่คนรอบข้างชอบถามเราคือ 'จะเรียนคณะไหน' 'จะต่อมหาลัยอะไร' ทุกครั้งที่เราตอบคำถามพวกนี้เราจะตอบได้แค่ว่าไม่รู้เหมือนกัน ติดที่ไหนก็คงเรียนที่นั่น คุณอาจจะคิดว่าเป็นคำตอบสิ้นคิดหรือไม่ก็ 'ไม่รู้ได้ยังไงม.6 แล้ว' แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราพยายามค้นหาตัวเองมาตลอดว่าเราเหมาะกับอะไรที่สุดแต่ยิ่งเราพยายามค้นหาก็พบได้ว่าเรานี่แหละที่กำลังหนีตัวตนของตัวเองมาโดยตลอด ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าชอบอะไร มีความสุขกับสิ่งไหนแต่เราหลบหลีกเพียงเพราะว่าครอบครัวเหมือนจะไม่โอเคในสิ่งที่เราวาดฝันไว้ ครอบครัวเราเคยบอกว่า 'ให้เรียนในสิ่งที่ชอบ เรียนในสิ่งที่อยากเรียน' แต่เอาเข้าจริงๆ ครั้งแรกที่เราบอกเค้าว่าเราอยากเรียนออกแบบ อยากเรียนพวกศิลปะ เราดูออกเลยว่าเค้าคงไม่โอเคกับคณะเหล่านี้ เรามองสีหน้าเค้าเราก็รู้ทันทีว่าครอบครัวคงไม่ชอบในสิ่งที่เราชอบ เราเลยพยายามปรับเปลี่ยนความคิด ลองพยายามเปิดใจในสิ่งที่ครอบครัวบอกว่าคณะนี้ดีนะ ทำงานแบบนี้ดีนะ เราเลยคิดว่าคงต้องเลือกในสิ่งที่เค้ามองว่าดีจริงๆแหละ ความฝันของเราค่อยทำทีหลังก็ได้ เพราะเรากลัวอยู่ลึกๆว่าถ้าวันไหนเราเลือกในสิ่งชอบแล้วหันมาอีกทีไม่มีคนซัพพอร์ตตรงนี้เราคงรู้สึกเสียใจ พ่อเราก็ฟังแต่คนอื่นคณะอะไรที่คนบอกว่าดี จบมาแล้วทำงานได้เงินเดือนสูงๆพ่อเราก็จะมาพูดให้เราฟัง แต่พ่อไม่เคยฟังเราบ้างเลยว่าเรามีความฝันยังไงบ้าง บางทีเราก็รู้สึกน้อยใจตัวเองนะว่าทำไมถึงไม่เก่งพวกวิชาการเหมือนคนอื่น ทำไมไม่อยากเป็นหมอ ไม่อยากเป็นครูแล้วไอ้การที่เราชอบศิลปะชอบการออกแบบนี่เราผิดมากหรอแล้วความฝันของเรามันไม่มีค่าเท่าคนอื่นหรือยังไง
สุดท้ายเราควรเลือกอะไรดีคะระหว่างสิ่งที่เรารักกับสิ่งที่ครอบครัวบอกว่าดีเราเคว้งมากๆไม่รู้จะเลือกทางไหนเวลาก็ใกล้เข้ามาทุกที
ระหว่างสิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ครอบครัวมองว่าดี
สุดท้ายเราควรเลือกอะไรดีคะระหว่างสิ่งที่เรารักกับสิ่งที่ครอบครัวบอกว่าดีเราเคว้งมากๆไม่รู้จะเลือกทางไหนเวลาก็ใกล้เข้ามาทุกที