ที่ว่าหลาย10ปีก่อนขึ้นเครื่องบินต้องแต่งตัวดีจริงไหม

ถ้ารองเท้าแตะขาสั้นเขาไมให้ขึ้นหรอครับ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
จริง

แค่ย้อนไปสักเมื่อซักยี่สิบปีปลายๆ ไปจนถึงสามสิบปีต้นๆ ขึ้นไป บางสายการบินสมัยก่อน
มีการสกรีนตรวจดูเครื่องแต่งกาย ของ ผดส ด้วย เช่น ผู้ชายต้องใส่เสื้อมีปก หรือ ใส่สูททับเสื้อยืดคอกลม
รองเท้าก็ห้ามใส่แตะ ห้ามนุ่งขาสั้น เป็นต้น


//

เคยเห็นรูปเก่าๆ ของญาติบางคน ไปเรียนเมืองนอก เมื่อสมัย 60-70 ปีที่แล้ว
มีคนไปส่งหลายสิบคน ญาติแต่งตัวทันสมัยใส่สูทโก้ มีพวงมาลัยคล้องคอเต็มไปหมด
และ ทุกๆ ภาพที่ส่งกลับบ้าน คือ ใส่สูท ไปเที่ยวก็ใส่สูท

//

อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

สมัยก่อน การเดินทางทางอากาศ เป็นอะไรที่หรูหรา แพง มีหน้ามีตา เพราะไม่ใช่ว่าใครๆ ก็บินได้

แล้วสายการบินเมื่อก่อนมีน้อย เส้นทางการบินมีน้อย

หรือ จุดหมายปลายทางนึง ไม่ได้มีบินกันทุกวัน แต่มีบินสัปดาห์ละ 2-3 ไฟล์ท เป็นต้น ไม่ได้บินกันถี่ๆ แบบสมัยนี้

แล้วสมัยก่อน บางเมือง ไปลำบาก มีสายการบินบินไปลงแค่สายเดียว หรือ ไม่มีเลย แต่ต้องบินไปลงยังเมืองใกล้เคียงแทน

//

หรือ อาชีพ แอร์ สจ๊วต สายการบิน ในสมัยก่อน ยี่สิบ สามสิบปี ขึ้นไป สำหรับคนไทย และ สำหรับคนจาก ปท กำลังพัฒนาทั้งหลาย
โดยเฉพาะสำหรับพลเมืองของ ปท ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก อาชีพลูกเรือ ถือว่าโก้มาก ไฮโซมาก

เพราะคนที่ทำอาชีพนี้ในสมัยก่อน อย่างน้อยต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แล้วในสมัยก่อนโน้น คนไทยที่จะพูดอังกฤษได้ ก็ต้องมีการศึกษา จบสูงๆ
หรือ จบเอกทางด้านภาษาจากมหาวิทยาลัยดังๆ หรือ เคยไปอยู่เมืองนอกเมืองนามา หรือ เคยไปเรียนเมืองนอกมา หรือ มาจากครอบครัวรวยๆ ไฮโซ

นอกจากจะได้ทำอาชีพที่ต้องใช้คนพูดภาษาอังกฤษได้แล้ว คนที่ทำอาชีพนี้ยังต้องเดินทางไป ตปท บ่อยๆ ได้ไปค้าง ไปเที่ยวทริปนึงหลายวัน

หรือ ไปบินทีนึง ไปเป็นสิบวัน เป็นสัปดาห์ เพราะไม่ได้มีไฟล์ทบินทุกวัน หรือ ต้องบินไปหลายเมือง
ที่เขาเรียกว่า ไปบินซอย (ซอยไฟล์ท ถี่ๆ สั้นๆ)

คือมันเป็นงานที่เป็นไลฟ์สไตล์ด้วย ได้พูดภาษา ได้เที่ยวนอก ได้บินไปบินมา ได้แต่งตัว ได้เจอคนหลากหลาย
ได้ไปกินอาหารแปลกๆ ได้ไปช้อปปิ้ง ได้ซื้อสินค้าที่ไม่มีขายใน ปท ของตนเอง ได้ไปพบสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ

//

ส่วนลูกเรือสมัยนี้ หลายๆ สาย ส่วนใหญ่นอกจากจะได้เงินเดือนน้อย ได้พักน้อย ได้เที่ยวน้อย แล้วบางคนอาจจะเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาๆ
หรือ ไม่ใช่นักเรียนนอก หรือ เป็นเด็ก ตจว  หรือ บางคนไม่เคยเดินทางไป ตปท มาก่อน ก่อนที่จะเป็นลูกเรือ

เพราะฉนั้น ในหลายๆ กรณี การบริการจะไม่เหมือนลูกเรือรุ่นเก่าๆ คำพูดคำจา กิริยามารยาท ความรอบรู้ การแต่งกาย
เรื่องที่คุย มารยาทสังคม หลายๆ คน จะไม่เหมือนลูกเรือรุ่นเก่าๆ คนรุ่นใหม่บางคน บริการแบบหุ่นยนตร์ บริการตามสคริ๊พท์
และ บางคน ศัลยกรรมเยอะมาก บางคนมีหน้าตาแบบพิมพ์นิยม หลายๆ คนหน้าตาเหมือนๆ กัน ทรงเดียวกัน ขาดเอกลักษณ์
จะยิ้ม จะพูด จะไหว้ ต้องทำตามที่ถูกเทรนนิ่งมา สวย หล่อก็จริง แต่ขาดเสน่ห์แบบคนรุ่นเก่า

//


คือมันมีหลายๆ ปัจจัย

หลักๆ เลย มันมาจากความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่เป็นไปตามยุคสมัย ตามปกติของวัฏจักร
เป็นไปตามเทคโนโลยี เป็นไปตามเทรนด์ เป็นไปตามกระแส เป็นไปตามดีมานด์ ซัพพลาย เป็นไปตามกระแสทุนนิยม
เป็นไปตามความนิยมของความร่วมสมัยในแต่ละยุค

//

สมัยนี้เหรอ ใครๆ ก็บินได้ ใครๆ ก็เป็นลูกเรือได้ สายการบินมีเยอะแยะ แล้วลูกเรือสมัยนี้ ส่วนใหญ่บินไปบินกลับ ได้พักสั้นมาก
บางครั้งได้พักแค่ไม่ถึงวัน ก็ต้องบินต่อแล้ว

หรือ หลายๆ ที่ บินไปพัก ได้พักแค่นอกเมือง ตรงใกล้ๆ สนามบิน ออกไปเที่ยวไม่ได้ เพราะไกลไป เวลาไม่ทัน

แล้วลูกเรือสมัยนี้ เงินเดือนน้อยกว่าสมัยก่อนมาก สวัสดิการก็น้อยลง หรือ ถูกตัด ถูกลด แล้วการทำงานก็เป็นแบบต่อสัญญาทุกๆ 2-3 ปี
ไม่ใช่แบบเมื่อก่อน ที่พอเป็นแล้ว ก็ทำไป 20, 30, 40 ปี ทำงานเดียวตั้งแต่หนุ่มๆ สาวๆ ทำไปจนเกษียน

//

หรือ ผู้โดยสารสมัยนี้ ในหลายๆ สายการบินทั่วโลก ทุกทวีป ต่อให้ เป็น ผดส ชั้นธุรกิจ หรือ ชั้นเฟิสท์ แต่บางคนมารยาทสังคมไม่ใช่

กิริยาท่าทาง การกินอยู่ การพูดจา ไม่ใช่แบบสมัยก่อน

เพราะสมัยนี้ ใครๆ ก็บินได้ แลกไมล์ก็ได้ หรือ เอาคะแนนคนอื่นแลกก็ได้ โปรฯ มีเยอะแยะ เพราะสายการบินเยอะขึ้น
มีการแข่งขันทางธุรกิจสูง

ผู้โดยสารสมัยนี้ ชั้นธุรกิจ ชั้นเฟิสท์ ในหลายๆ เส้นทาง บางคน นุ่งขาสั้น เสื้อยืดคอกลม เสื้อสายเดียว รองเท้าแตะคีบ
เดินข้ามที่นั่งคนอื่นผ่านไปข้างหน้าโดยไม่ขอโทษ เข้าห้องน้ำสกปรก ลูกเรือเอาอาหารมาให้ไม่ขอบคุณ
พูดจากับลูกเรือห้วนๆ สั่งๆๆ ขาดมารยาทต่อ ผดส ด้วยกัน

บางคนมารยาทการกินอยู่มูมมาม มีทั้งนั้น เห็นมาหมดแล้ว ในหลายๆ ทวีป หลายสายการบิน

//

การเดินทางทางอากาศในสมัยนี้ ทั่วโลก บรรยากาศต่างจากเมื่อก่อนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ มารยาทของ ผดส ส่วนใหญ่
รวมไปถึงคุณภาพของลูกเรือส่วนใหญ่ด้วย และ บรรยากาศในเลาน์จ บรรยากาศที่สนามบินด้วย ทุกอย่าง เปลี่ยนในทางขาลง

//

เลาน์จสายการบิน สมัยก่อน อาหารดีๆ น่านั่ง ตกแต่งดี ใช้ของดีมีราคา บรรยากาศเงียบๆ สงบๆ ผดส มีมารยาท
ห้องน้ำในเลาน์จ สะอาด หรูหรา เต็มไปด้วยสิ่งของอำนวยความสะดวก

สมัยนี้เหรอ เลาน์จสายการบินในหลายๆ ประเทศ บางแห่ง บางสนามบิน นึกว่าหลงเข้าไปในฟู้ดคอร์ท หรือ ในตลาดสด โต๊ะเก้าอี้สกปรก
หลายๆ แห่ง หลายๆ สนามบิน ห้องน้ำเหม็น สกปรก อาหารของกินผลไม้ต่างๆ นาๆ เหมือนของที่ทำเอาไปเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม ไม่สด ไม่สวย
และ ให้กินของไม่มีประโยชน์ ของทอด ของหวาน แป้ง ขนม นม เนย


//

อีกอย่างนึงในสมัยนี้ คือ อิทธิพลจากดารา คนดัง เซเล็บ อิทธิพลของแฟชั่น อิทธิพลของโซเชี่ยลฯ

คือ ใครๆ สมัยนี้ที่เดินทาง จะเน้นแต่งตัวสบายๆ คล่องตัว

ใส่แล้วอาจจะไม่ต้องไปเปลี่ยนชุดบนเครื่องอีก

ใส่กางเกงสเว็ทแพ๊นท์ส์ ใส่เสื้อมีฮู้ด ใส่เสื้อคอกลม ใส่เสื้อคอเต่า สบายๆ กางเกงแบบไม่มีซิป
หลายๆ คนคือแต่งตัวพร้อมที่จะขึ้นไปนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบินไฟล์ทกลางคืน

รองเท้าก็เป็นผ้าใบ หรือ รองเท้าที่ใส่แล้วถอดออกแล้วสวมกลับง่าย เพื่อความสะดวกในการผ่านจุดตรวจสัมภาระ
หรือ ถอดเข้าออกระหว่างอยู่บนเครื่อง

หรือ สนามบินสมัยนี้ ใหญ่ขึ้น เดินไกลขึ้น หรือ หลายๆ สนามบินก็มีหลายเทอร์มินั่ล เดินไกลๆ หรือ ต้องนั่งรถไฟในสนามบิน

บางสนามบินเดินจากเครื่องไป ต.ม. หรือ เดินจากเทอร์มินั่ลไปเกท เดินไกลเป็นกิโลๆ

จึงแทบจะไม่มีใครมามัวสวมส้นสูง หรือ ใส่รองเท้าที่สวมแล้วเดินยากๆ หรือ แต่งตัวเต็มยศจัดเต็ม เดินทางแล้ว


//

อนึ่ง ในบางไฟล์ท ภายในยุโรป หรือ ภายในเอเชีย เป็นต้น อาจจะยังเห็นคนใส่ชุดทำงานอยู่
ใส่สูท ใส่รองเท้าหนัง รองเท้าส้นสูง อันนี้คือ ส่วนใหญ่บินไปทำงาน บินไปประชุม

แต่มักจะเป็นไฟล์ทสั้นๆ แค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง หรือ อย่างมาก บินประมาณ 1-4 ชั่วโมง ระดับนี้

คือบินถึงที่หมายแล้ว ทำงานต่อเลย

หรือ ตามสนามบินหลายแห่งสมัยนี้ เมื่อบินถึงที่หมายแล้ว

เมื่อผ่าน ต.ม. ผ่านศุกลกากรออกมาแล้ว จะมีเลาน์จให้ที่ขาออก สำหรับเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า หาของกินได้
ดื่มชากาแฟ กินอาหารเช้า ก่อนที่จะไปทำงานต่อ หรือ นั่งคุยงานที่นั่นได้เลย ทำงานเสร็จคุยเสร็จแล้วบินต่อเลย


*มี Edit มาเล่าต่อนะ ว่าสมัยนี้ ยังมีคนใส่สูทขึ้นเครื่องอยู่ แต่แบ่งเป็นประเภทย่อยๆ กว้างๆ ดังนี้ เช่น ...

• คนรุ่นเก่า อายุประมาณ 60, 70 ถึง 70 กว่าขึ้นไป ที่เป็นผู้ดีๆ รวยๆ ไฮโซ คนกลุ่มนี้ ยังแต่งตัวเต็มยศอยู่ ทั้งหญิงชาย
ผู้ชายบางคน ผูกหูกระต่าย มีผ้าเช็ดหน้าเหน็บกระเป๋า กลัดดอกไม้ ผู้หญิงแต่งตัวแต่งหน้าทำผมทำเล็บ ใส่เครื่องประดับ
บุคลิกกิริยามารยาท เป็นทางการ

• คนทำงาน แต่จะไม่ผูกเน็คไท (ไปผูกตอนประชุม แต่ไม่ผูกตอนเดินทาง หรือ ไม่ผูกเลย)

• คนรุ่น 40 กว่า 50 กว่า ถ้าจะใส่สูท นิยมใส่สูทแบบแคชช่วล อาจจะใส่สูทนุ่งยีนส์ เสื้อคอกลม บู๊ท รองเท้าผ้าใบ
เช่น สูทของพอล สมิธ อะไรแนวๆ นี้ หรือ สูทของชาแนล หรือ ของลีวายส์มีสูทยีนส์เดนิ่ม เป็นต้น

• พลเมืองของ ปท กำลังพัฒนา หรือ พลเมืองของ ปท ที่อนุรักษ์นิยม ที่คนนิยมใส่สูทในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
มีหลาย ปท แต่ขอไม่เอ่ยชื่อ ปท ไหนเลย

• หรือ อย่างอิหร่าน คนอิหร่านแต่งตัวเก่ง นิยมแต่งตัวดี ผู้ชายใส่สูทขึ้นเครื่องเยอะเลย แล้วเสื้อผ้าแฟชั่นดีๆ ที่อิหร่าน ไม่แพง

• คนสมัยใหม่เยอะแยะ ใส่แจ็คเก็ตแบบไม่มีปก แทนสูท (แบบที่ผู้ชายไทยชอบใส่ในออฟฟิส)

เป็นต้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่