แต่พอไปถึงพม่าแล้ว แทบไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลย เพราะว่า ครั้งนี้เราได้ใช้บริการรถเช่านำเที่ยวของ Ko Saw ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและไกด์ด้วยภายในคนเดียวกัน การที่เรามี Ko Saw เป็นคนนำเที่ยว ทำให้เราสบายใจมากขึ้น เพราะพี่เค้าเป็นคนเฮฮา และเป็นกันเอง พาเราไปกินไปเที่ยวในทุก ๆ ที่ และคอยแนะนำ คอยเล่าประวัติเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ให้ตลอดเวลา
ตั้งแต่ก่อนเดินทาง Ko Saw เป็นที่ปรึกษาให้เราดีมาก ๆ จนกระทั่งมาถึงพี่เค้าก็ดูแลครอบครัวเราเป็นอย่างดีตลอดทั้งทริปเลย
เราเชื่อว่า การเจอไกด์ที่ดีและเหมาะกับเราจะทำให้การท่องเที่ยวของเราสนุกและมีความสุขมากขึ้น
ก่อนเดินทาง เราไลน์ปรึกษาไกด์เยอะมาก ตั้งแต่ไฟล์ทบิน โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว
จนไกด์บอกกับเราว่า Don’t Worry. Take it easy. We go together na.
การเดินทางของเราครั้งนี้ ไกด์แนะนำว่า ขาไป ให้เราเลือกไฟล์ทแรก และขากลับให้เลือกไฟลท์สุดท้าย
เราเลยเลือกบินกับ Air Asia ไฟล์ทเช้าสุด ออกเดินทาง 7:15 ถึงย่างกุ้งประมาณ 8:00 น.
และขากลับเรากลับไฟล์ทสุดท้าย ออกเดินทางจากย่างกุ้ง 21:40 น. ถึง กรุงเทพฯ 23:30 น.
การเดินทางโดย Air Asia ราบรื่นดีเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร
การจองที่พักนั้น เราก็ปรึกษาไกด์อีกเหมือนเดิม
ที่พักบนพระธาตุอินทร์แขวนนั้น เราพักที่ Kyaik HTO Hotel วิวจากที่พักสวยมากมาก ห่างจากพระธาตุไปหน่อย แต่ก็อยู่ในระยะที่เดินได้
ส่วนที่พักในย่างกุ้งนั้น เราพักที่ Merchant Art Hotel ที่พักที่ทำเลดีมาก สามารถมองเห็นเจดีย์ชเวดากองจากตรงระเบียงเลย
ไกด์บอกว่า ราคาที่พักในช่วงนี้ยังไม่แพงมากนัก เพราะเป็นช่วง Low Season แต่ถ้าเป็นช่วง High Season (พ.ย.-ก.พ.) ราคาจะสูงกว่านี้มาก
เที่ยวพม่าครั้งแรก พระธาตุอินทร์แขวน-หงสาวดี-ย่างกุ้ง 3 วัน 2 คืน
ด้วยความที่เป็นครั้งแรก ก่อนเดินทางเลยมีความกังวลเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสื่อสาร การเดินทาง หรืออาหารการกิน
ยิ่งพาพ่อแม่ไปด้วยก็กังวลว่าท่านจะเดินไหวรึป่าว เพราะจากการหาข้อมูลจากหลากหลายที่ บอกว่า บนพระธาตุอินทร์แขวนต้องเดินขึ้นเนินและขึ้นบันไดด้วย พอใกล้วันเดินทางยิ่งนอนไม่หลับ เพราะกลัวทริปไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ และกลัวพ่อแม่จะเหนื่อยเกินไป
แต่พอไปถึงพม่าแล้ว แทบไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลย เพราะว่า ครั้งนี้เราได้ใช้บริการรถเช่านำเที่ยวของ Ko Saw ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและไกด์ด้วยภายในคนเดียวกัน การที่เรามี Ko Saw เป็นคนนำเที่ยว ทำให้เราสบายใจมากขึ้น เพราะพี่เค้าเป็นคนเฮฮา และเป็นกันเอง พาเราไปกินไปเที่ยวในทุก ๆ ที่ และคอยแนะนำ คอยเล่าประวัติเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ให้ตลอดเวลา
ตั้งแต่ก่อนเดินทาง Ko Saw เป็นที่ปรึกษาให้เราดีมาก ๆ จนกระทั่งมาถึงพี่เค้าก็ดูแลครอบครัวเราเป็นอย่างดีตลอดทั้งทริปเลย
เราเชื่อว่า การเจอไกด์ที่ดีและเหมาะกับเราจะทำให้การท่องเที่ยวของเราสนุกและมีความสุขมากขึ้น
ก่อนเดินทาง เราไลน์ปรึกษาไกด์เยอะมาก ตั้งแต่ไฟล์ทบิน โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว
จนไกด์บอกกับเราว่า Don’t Worry. Take it easy. We go together na.
การเดินทางของเราครั้งนี้ ไกด์แนะนำว่า ขาไป ให้เราเลือกไฟล์ทแรก และขากลับให้เลือกไฟลท์สุดท้าย
เราเลยเลือกบินกับ Air Asia ไฟล์ทเช้าสุด ออกเดินทาง 7:15 ถึงย่างกุ้งประมาณ 8:00 น.
และขากลับเรากลับไฟล์ทสุดท้าย ออกเดินทางจากย่างกุ้ง 21:40 น. ถึง กรุงเทพฯ 23:30 น.
การเดินทางโดย Air Asia ราบรื่นดีเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร
การจองที่พักนั้น เราก็ปรึกษาไกด์อีกเหมือนเดิม
ที่พักบนพระธาตุอินทร์แขวนนั้น เราพักที่ Kyaik HTO Hotel วิวจากที่พักสวยมากมาก ห่างจากพระธาตุไปหน่อย แต่ก็อยู่ในระยะที่เดินได้
ส่วนที่พักในย่างกุ้งนั้น เราพักที่ Merchant Art Hotel ที่พักที่ทำเลดีมาก สามารถมองเห็นเจดีย์ชเวดากองจากตรงระเบียงเลย
ไกด์บอกว่า ราคาที่พักในช่วงนี้ยังไม่แพงมากนัก เพราะเป็นช่วง Low Season แต่ถ้าเป็นช่วง High Season (พ.ย.-ก.พ.) ราคาจะสูงกว่านี้มาก
สำหรับการเช่ารถ เราได้ติดต่อหลายคนมาก แต่ส่วนใหญ่ราคาสูงเกินที่เราจะรับไหว
จนกระทั่งเจอคอนแทคของ Ko Saw (Line ID: kosaw555) เลยไลน์ไปสอบถามราคา ซึ่งเป็นราคาที่รับได้และไม่สูงจนเกินไป
นอกจากนั้น Ko Saw ยังคอยให้คำแนะนำกับเรามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง การแลกเงิน การซื้อซิม
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงวางแผนการท่องเที่ยวให้เป็นอย่างดี ทำให้เราอุ่นใจและสบายใจมากขึ้น
ก่อนวันเดินทาง Ko Saw ก็จะทักมาถามว่าทริปคอนเฟิร์มมั้ย และให้เราส่งรายละเอียดไฟล์ทที่เราจะเดินทาง
จากนั้น เค้าก็จะไลน์ป้ายต้อนรับที่มีชื่อเราส่งมาให้ พอถึงสนามบินย่างกุ้ง เราก็มองหาป้ายนั้นแหละ เค้าจะรออยู่ตรงประตูทางออก
วันแรก
เมื่อมาถึงสนามบินย่างนานาชาติย่างกุ้ง Ko Saw ก็มารอรับแล้ว โดยถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่า รอตรงนี้นะ พอเจอกัน Ko Saw ก็พาเราไปแลกเงิน ซื้อซิม แล้วก็ลากกระเป๋าเราไปที่รถ และพาไปกินอาหารเช้าที่ ร้านอาหารพม่าแห่งนึง
พออิ่มท้อง เราก็เดินทางมุ่งหน้าสู่พระธาตุอินทร์แขวน โดยแวะเที่ยวในเมืองหงสาวดี 2 แห่ง คือ
1. พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น หรือพระ 4 ทิศ
2. พระราชวังบุเรงนอง
นั่งรถต่อไปซักพักใหญ่ๆ ก็มาถึงจุดที่เราต้องขึ้นรถบรรทุกหรือที่คนไทยเรียกกันว่ารถขนหมู ไปยังพระธาตุอินทร์แขวน
ตรงจุดนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะสัพพาระค่อนข้างเยอะ ถ่ายรูปไม่ค่อยสะดวก
แนะนำว่า หากมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ มา ควรจะเปลี่ยนเป็นกระเป๋าเป้ใบเล็ก เพื่อที่จะสะพายเดินได้อย่างสะดวก
เมื่อลงรถขนหมูแล้ว เราก็เดินไปยัง Kyaik HTO Hotel เพื่อเชคอิน
เมื่อเชคอินเสร็จแล้ว ก็เดินไปพระธาตุอินทร์แขวนกัน
โชคดีที่ไปถึงตอนเย็นๆ อากาศเลยไม่ร้อน และคนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไร
แต่น่าเสียดายที่ช่วงนั้น พระธาตุมีการบูรณะ เลยไม่ได้เห็นพระธาตุเต็มองค์เท่าไร
ต้องอาศัยมุมกล้องในการถ่ายรูป ซึ่งไกด์ก็น่ารัก ช่วยหามุมถ่ายรูปสวยๆ เพื่อบังจุดที่บูรณะอยู่
วันที่สอง
เราเดินไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวนอีกครั้งและชมบรรยากาศในตอนเช้า
วันนี้เป็นวันเสาร์ เวลา ประมาณ 6 โมงเช้า คนเริ่มเดินทางมาที่พระธาตุเยอะขึ้นกว่าเมื่อวาน
และบรรยากาศก็สวยคนละแบบกับเมื่อคืน เช้านี้ได้เห็นบรรยากาศของชาวบ้านมากขึ้น
(ไกด์เราน่ารักมากก จับมือพ่อ พาเดินขึ้นเดินลงบันไดตลอดเลย)
เมื่อถึงเวลาอันสมควรประมาณ 9 โมง เราก็ลงจากพระธาตุอินทร์แขวน เพื่อที่จะไปเที่ยวในหงสาวดีอีก 2 แห่ง คือ
1. พระเจดีย์ชเวมอดอร์
2. พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว
นอกจากนั้น ไกด์ยังพาเราไปสักการะพระองค์ใหญ่ที่นี้ด้วย แต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร
(เห็นแล้วกลัวแทนเลยจ้า เพราะมันสูงมากมาก)
จากนั้น เราก็นั่งรถยาวๆ ไปย่างกุ้ง เพื่อไปสักการะเจดีย์ชเวดากอง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความสวยงามขนาดนี้ เหลืองทองอร่ามสุดๆ