คุณคิดอย่างไรเมื่อแต่งงานแล้วเจอแบบนี้

สวัสดีครับ เรื่องมีอยู่ว่าผมเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์เมื่อไม่กี่วันมานี้ จุดเริ่มต้นของการแต่งงานครั้งนี้มีอยู่ว่า เมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มรับราชการใหม่ๆผมเป็นคนเอ็นเตอร์เทนสนุกสนาน รุ่นพี่ผมจึงชอบพาผมไปเที่ยวบ้านเขา เพราะบ้านเขามีงานบุญบ่อย ผมได้ไปเจอป้าคนนึง เขาถูกอกถูกใจผมมากอยากได้ผมเป็นลูกเขย คือเขาก็มาถามผมตรงๆนี่แหละว่าเขามีลูกสาว ขอเราเป็นลูกเขยได้ไหม ผมก็บอกเขาว่าก็ต้องลองคุยกันดูก่อน หลังจากนั้นก็มีเรื่องราวอีกมากมายแต่ขอเล่าสั้นๆละกันนะครับ ก็คือผมก็ไม่ได้คุย กับลูกสาวเขามากมายหรอก จะเป็นแม่เขามากกว่าที่ เป็นสื่อกลางจัดการทุกอย่างให้ผมกับลูกสาวเขาได้มาเจอกัน แล้วก็ไปเที่ยวด้วยกันบ้างแต่ก็ไปเป็นครอบครัวส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวของเขา ผมกับลูกสาวเขาก็ไม่ค่อยได้คุยกันหรอกเพราะต่างคนต่างทำงานมีภาระหน้าที่ค่อนข้างจะยุ่ง ปีหนึ่งผมได้เจอกับลูกสาวเขาประมาณ 2-3 ครั้ง เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี ป้าเขาก็จัดการเรื่องแต่งงานให้ด้วยด้วยหาฤกษ์หายามบอกต้องแต่งงานวันที่เท่านั้นเท่านี้ โดยที่ผมกับลูกสาวเค้าก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แล้วพอใกล้ถึงฤกษ์วันแต่งงาน ผมก็ยังคิดอยู่ว่าถ้าแต่งงานกันจริงๆมันจะอยู่ด้วยกันได้หรือเปล่า เพราะผมคือคนหนึ่งที่จริงๆแล้วอะไรไม่ถูกต้องก็ไม่ค่อยจะยอมใคร ป้าเขาบอกว่าลูกสาวเขาจะแต่งงานกับผม ตอนแรกผมก็ยังไม่ตัดสินใจผมมาตัดสินใจจริงๆก่อนที่จะถึงเลิกแต่งงานที่เขาหาให้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น ผมก็คิดว่าตอนนี้ผมก็อายุพอสมควร จะหาจะหาโอกาสที่จะแต่งงานกับใครสักคนหนึ่งที่มีญาติของเขามาซัพพอร์ตดูแลผมดีขนาดนี้ ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ไปที่นั่น สุดท้ายผมก็ตัดสินใจว่าจะแต่งก็แต่งว่ะ หลังจากนั้นก็จัดการดำเนินการเรื่องการแต่งตั้งแต่ พาญาติผู้ใหญ่ไปสู่ขอ ถ่ายพรีเวดดิ้ง แล้วก็จัดงานแต่งงาน ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีนะปลื้มทุกฝ่ายแฮปปี้ แต่รู้สึกว่าคนที่จะไม่แฮปปี้ก็คือผมกับเจ้าสาวนี่แหละ แน่นอนครับว่าที่เล่ามา ผมกับเจ้าสาว ก่อนแต่งงาน ไม่เคยเกินเลยกันเลย หลังเสร็จงานแต่ง ในห้องหอนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เราได้ร่วมนอนเตียงเดียวกันแบบสองต่อสอง ผมก็เอื้อมมือไปโอบกอดเขาพร้อมกับค่อยๆบรรจงจรดจมูกหอมตรงบริเวณท้ายทอย ผมรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงของเค้า สักพักเจ้าสาวก็พูดว่า ไม่เอา เค้ายังไม่ได้รู้สึกรัก จะมาแตะเนื้อต้องตัว เค้าไม่โอเค ผมนี่อึ้งเลยครับ ผมแทบจะลุกเดินออกจากห้องหอไปเลย เกือบจะพูดออกไปว่าไม่โอเคก็เลิกกันไปเถอะ แต่ก็พยายามอดทนไม่อยากให้เสียบรรยากาศงานแต่ง แล้วผมก็พูดออกไปว่า ถ้างั้นจะตกลงแต่งงานกันไปทำไม ทำไมไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก ผมก็อยากปฏิเสธเหมือนกัน เพียงแต่ผมไม่ได้ปฏิเสธตั้งแต่แรก ที่ผ่านมามีคนอื่นๆมาชอบผมก็เยอะ ผมก็ชอบเค้าด้วย แต่ผมก็ไม่ได้ให้ความหวังใคร เพราะรู้ว่าจะได้แต่งงานกับคนนี้ จัดงานแต่งครั้งนี้ คชจ.ที่ผมจ่ายไปสี่แสนกว่าบาท สิ่งที่ผมได้รับก็คือ คำพูดที่ไม่โอเค กับภารกิจที่ต้องทำให้เค้ารู้สึกรักอีก ซึ่งปกติผมไม่ต้องจีบหรอกนะ งานผมได้เจอผู้คนมากมาย ที่ผ่านมาผมอยู่คนเดียวผทก็มีความสุขอยู่แล้ว ทำไมต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ บางทีก็รู้สึกอายตัวเอง เวลามีคนมาแซวว่าอย่ารุนแรงกับน้องเค้านะ เบาๆบ้าง แน่นอนครับจะมีคนที่สนิทกันมาถามเรื่องพวกนี้ ผมก็ตอบไปว่า "ละไว้ในฐานที่เข้าใจ"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่