เรื่องราวของลูกคนเดียว

กระทู้คำถาม
เริ่มเลยนะคะ

เราเป็นลูกคนเดียวค่ะ เราเคยคิดว่าถ้าเรามีพี่ มีน้องเราคงจะเข้าสังคมเก่งกว่านี้ แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ซี
เพื่อนเราบางคนบอกว่า 'ลูกคนเดียวดีจะตาย' มันอาจจะไม่ใช่เสมอไปนะคะ
สำหรับเราการเป็นลูกคนเดียวคือการแบกรับอะไรหลายๆอย่างไว้ ซึ่งตัวเราเองพอได้คำเหล่านั้นมา ไม่สามารถไประบายรึปรึกษาใครได้
มีบางครั้งที่จนปัญญาแก้ปัญหา ก็ร้องไห้ออกมาในห้องคนเดียว โดยที่ทุกคนในบ้านไม่รู้
ทุกคนมักจะเปรียบเทียบบ้าง ชอบนินทาเรื่องที่เราชอบเก็บตัว ชอบหาว่าเราไม่มีเพื่อนบ้าง
เราไม่เถียงหรือหยุดคนพวกนั้นหรอกค่ะ
แต่เราจะชอบเถียงในใจเสมอ
บ่อยครั้งเราก็ชอบคิดนะคะ เราจะเป็นเด็กเก็บกดรึเปล่า? แต่พอไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าไม่น่าจะเป็น

ตอนนี้เราอยู่ม.5ค่ะ อีกแปปๆก็เข้ามหาลัยแล้ว เวลาใันเร็วมากๆ เราอยากเข้ามหาลัยให้ไกลจากบ้าน เผลอๆก็อยากไปกรุงเทพ แต่มีช่วงหนึ่งที่ได้ยินเขาพูดว่า 'ต่อใกล้นี่ก็ได้เนาะ ' ใจเราตอนนั้นหมดหวังเลยค่ะ เลยคิดใหม่ จะต่อใกล้ๆแต่ก็ไมาได้ใกล้ขนาดนั้น

แม่เราชอบสปอยล์เราค่ะ อยากให้เราเป็นหมอ แต่เราหัวไม่ถึงจริงๆ เราชอบภาษาค่ะ เราเลยลงภาษาตอนม.4 แม่เราช็อคไปเลย กลัวไม่มีงานทำ ชอบถามซ้ำๆว่าจะลงจริงๆเหรอ เราก็มั่นใจว่าจะลงค่ะ
เราอยากจบม.6ให้เร็วแล้วสอบเข้ามหาลัยให้ได้ ส่วนตัวไม่อยากเป็นเด็กซิ่วค่ะ

เราน่าจะคิดเกินตัวไปสักนิดนะคะ
เราชอบคิดว่าอยากเรียนม.6เร็วๆ สอบเข้ามหาลัยใช้ชีวิต4ปีนั้นให้คุ้ม จากนั้นก็จะเริ่มทำงาน หาเงินให้แม่ใช้ เพราะเรารู้สึกว่าด้วยความที่ตัวเราเองเป็นลูกคนเดียว เราอยากให้เขาภูมิใจในตัวเรา

นิสัยแย่ๆของเราคือการที่ไม่ยอมพูดอะไร ปล่อยให้คนอื่นมองเราในแบบผิดๆ และปัญหาส่วนใหญ่คือเรื่อง เงิน ค่ะ เราก็เก็บเงินนะคะ เพราะเรารู้สึกว่า เราควรเริ่มเก็บได้แล้ว บาครั้งที่แม่มาดูมันก็เยอะบ้างน้อยบ้าง เพราะเวลาจ่ายเงินห้องหรือค่าสอบวิชาอื่นๆเราก็จะใช้เงินพวกนั้น เราคิดว่าเงินสอบ จ่ายค่าบลาๆๆๆๆๆ มันน้อย เราต่ายเองก็ได้ แต่แม่ก็จะชอบบอกว่า เอาเงินไปกินขนมเหรอ บลาๆๆๆๆๆ เราก็ปล่อยเขาไปค่ะ ไม่อยากมีปัญหาเดี๋ยวใันจะบานปลาย

ตั้งแต่ขึ้นมัธยมมาเราแทบจะไม่ได้กินข้าวกับครอบครัวเลยค่ะ เหตุมันเกิดจากอะไรเราก็ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจจะมาจากมีครั้งหนึ่งคนในครอบครัวพูดอะไรมาสักอย่าง แล้วมันทำให้เรากลัวค่ะ กลัวการที่จะตอบ เรื่องบางเรื่องอาจจะจริง แต่เราก็ไม่อยากจะตอบ แต่พวกเขาก็เข็นจนจะให้ได้คำตอบ
เราไม่ชอบ เลยไม่ค่อยอยากไปนั่งกินกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาเท่าไร

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราไม่ชอบพูดกับคนในครอบครัว เมื่อก่อนเราก็พูดค่ะ แต่เคยมีครั้นที่เคยพูดหรือปรึกษา เขากลับหัวเราะหรือพูดให้มันเป็นเรื่องเล่นๆ มันทำให้เราเสียเซลฟ์ไปเลย และทำให้คนเป็นคนไม่พูดกับคนในครอบครัวมาถึงวันนี้ อาจจะมีพูดบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะค่ะ

กฎตลกๆก็มีนะคะ แต่เราก็เข้าใจแหละว่าเขาเป็นห่วงเรา คือเรื่องการใช้โทรศัพท์ค่ะ เราต้องนอน จัน-ศุกร์ จำกัดเวลาประมาณไม่เกิน21:30น. แต่ถ้าเสาร์-อาทิตหรือวันหยุดก็จะให้นอนไม่เกิน22:00ค่ะ และไม่ให้เราโทรศัพท์ไว้ในห้อง เหตุผลที่แม่บอกคือ กลัวไฟไหม้.. [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

บางครั้งก็อยากออกจากบ้านไปอยู่มหาลัยเร็วๆเพราะอยากทำตามใจตัวเองบ้าง
ขอแค่สักครั้งก็ยังดี ยิ้ม

ขอบคุณที่เขามาอ่านค่ะ 🙏🏻
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่