บั้งไฟพญานาคเกิดจากอะไร? แง่วิทยาศาสตร์ และทางธรรม
บั้งไฟพญานาคเกิดจากอะไร เกิดจากนิมิตจินตะ ส่วนนักวิทยาศาสตร์ในเว็บไซต์ของผู้จัดการออนไลน์กล่าวว่า
ในจังหวัดหนองคาย มีการเกิดปรากฏการณ์ประหลาดมีลูกไฟสีชมพูพุ่งขึ้นเหนือลำน้ำโขง ตั้งแต่ระดับ ๑-๓๐ เมตร แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงประมาณ ๕๐-๑๕๐ เมตร เป็นเวลาประมาณ ๕-๑๐ วินาที ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ชาวบ้านเรียกว่า บั้งไฟผี หรือ บั้งไฟพญานาค โดยจะเกิดปีละ ๑ ครั้งเท่านั้น ในช่วงวันออกพรรษา หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของไทยหลายฉบับสรุปว่า บั้งไฟพญานาค คือ ก๊าซมีเทน-ไนโตรเจน ที่เกิดจากการอาศัยอยู่ร่วมกันระหว่างแบคทีเรียที่ทนต่อออกซิเจนได้ ณ ความลึกของแม่น้ำโขงและแหล่งน้ำข้างเคียง ๔.๕๕ - ๑๓.๔๐ เมตร ตำแหน่งที่มีสารอินทรีย์พอเหมาะใต้ผิวโคลน หรือทรายท้องแม่น้ำโขง ซึ่งระดับน้ำขนาดนี้จะมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๑๕ องศาเซลเซียส (ปริมาณออกซิเจนน้อย)
ทั้งนี้ในวันที่เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค คือวันที่แสงแดดส่องลงมาในช่วงเวลาประมาณ ๑๐,๑๓ และ๑๖ นาฬิกา มีอุณหภูมิมากกว่า ๒๖ องศาเซลเซียสทำให้มีความร้อนมากพอที่จะย่อยสลายอินทรีย์ และจะมีก๊าซมีเทนจากการหมักมากว่า ๓-๔ ชั่วโมง ซึ่งมากที่จะก่อให้เกิดความดันก๊าชในผิวทรายทำให้ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ
ฟองก๊าซที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำบางส่วนจะฟุ้งกระจายออกไป ส่วนแกนในของก๊าซขนาดเท่าหัวแม่มือจะพุ่งขึ้นสูงกระทบกับออกซิเจน รวมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงของคืนที่เกิดเหตุการณ์ทำให้เกิดการสันดาปอย่างรวดเร็วจนติดไฟได้ ดังนั้นดวงไฟหลากสีที่เราพบเห็นจะเป็นสีแดงอำพัน (เหลือง)
ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เกิดบั้งไฟพญานาคจะเป็นเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม กันยายน และตุลาคม เพราะโลกโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดทำให้รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตเพิ่มปริมาณสูงขึ้นและเจาะทะลวงยังพื้นโลกได้มากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ตั้งอยู่ในแถบแนวเส้นศูนย์สูตรที่สามารถรับแสงอาทิตย์ได้มาก
เนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเองในแกนที่เอียงทำมุม ๒๓.๕ องศา กับดวงอาทิตย์ทำให้ซีกโลกในเวลากลางคืนของประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูด ๑๕-๔๕ องศาเหนือและองศาใต้ อยู่ห่างจากแนวแรงรวมของแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ไม่เกิน ๒๕ องศาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนกันยายน,ตุลาคม,เมษายน และพฤษภาคม ทำให้มีปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นในหลายประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว
สิ่งที่พุ่งขึ้นมานี้เป็นพลัง คนที่มีนิมิตจินตะ ก็จะนิมิตจินตะเป็นพญานาคพ่นพุ่งขึ้นมาจากสายน้ำ
ทำไมลูกไฟจะต้องพุ่งขึ้นตรงกับวันออกพรรษา เพราะว่า ในคืนนั้นมีอ็อกซิเจน ก๊าซที่ช่วยให้ติดไฟสูงสุดในรอบปี ซึ่งก็เกิดจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงพลังงานรังสีของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลก เป็นวาระของธรรม
จะเห็นได้ว่าเป็นวาระแห่งธรรม บางปีก็พุ่งลูกไฟมาก บางปีก็มีน้อย ไม่ใช่แน่นอนทุกปี บางปีก็ไปโผล่ขึ้นอีกที่หนึ่ง แต่เป็นระหว่างตรงนั้น เหมือนกับพระจันทร์ พอถึงวาระก็เต็มดวง แต่บางวันจันทร์เพ็ญเราเห็นแต่บางจันทร์เพ็ญเราไม่เห็น ต้องขึ้นกับสิ่งแวดล้อมของเมฆ แต่ถ้าถึงวาระพระจันทร์ก็จะสว่างจันทร์เพ็ญเต็มดวง
อย่างเช่นหลวงพ่อท่านไปเห็นสวรรค์เป็นเช่นนี้ แล้วเราจะไปเถียงว่าสวรรค์ของคริสต์หรือเปล่า จะต้องไปเถียงสวรรค์ของอิสลามหรือไม่ คนละเรื่องกัน เถียงกันตายแต่เรื่องก็ยังไม่จบ แม้แต่นรกยมบาลของไทยแต่งชุดสีแดง นุ่งจูงกระเบน แต่ของจีนก็แต่งออกเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่งเป็นกี่เพ้า จะเถียงโต้แย้งกันไม่จบ เราต้องแยกว่านี่เป็นนิมิตจินตะ ยังอยู่ในโลกของรูปธรรม แต่พลังนี้อยู่ในโลกของนามธรรม นามธรรมยังถือว่ามีอย่างนี้ๆ จนในที่สุดไม่ใช่ เป็นพลังแห่งธรรม เราต้องแยกตรงนี้ให้ได้ แล้วเราจะเข้าใจทั้งหมด ทั้งองค์ธรรม แล้วเราจะไม่ขัดแย้งกัน รู้ว่ามาจากไหน
เช่น พญานาคนี้มีหงอน มาจากถิ่นภูมิศาสตร์ยังไง จะต้องมาจากตรงนี้ เป็นรูปธรรมของสิ่งนี้ แต่ในพลังเหมือนกัน
บางคนเห็นสวรรค์ นี่เป็นพลัง บางคนก็เห็นพระอินทร์ขี่ช้างเอราวัณ พระอินทร์ของฝรั่งไม่ได้ขี่ช้าง ของจีนเง็กเซียนฮ่องเต้ ไม่ก็ขี่ข้าง แต่ก็เป็นพลังเดียวกัน แล้วแต่ว่าเป็นนิมิตจินตะ แล้วแต่สิ่งแวดล้อม แล้วแต่ชนชาติของใครเขา เพราะสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน
คนที่มีภูมิปัญญาเข้าถึงพลัง ได้พยายามปริวัฒน์พลังแห่งพญานาคนี้ให้ออกมาเป็นรูปธรรม ของท้องถิ่นของเขา เพื่ิอให้เขาเข้าใจแล้วมีที่จับต้องได้ ถ้าไม่มีสิ่งที่จับต้องได้ เขาไม่สามารถดำรงความเป็นศรัทธาได้
สมมติว่าเราบอกว่าเป็นพลัง อีกคนหนึ่งเขาไม่รู้ ไม่รู้จะจับต้องอย่างไรในเมื่อของเขา จินตะของเขาอ่อน ถ้ามีรูปภาพ มีรูปปั้น มีองค์ให้เขาจับต้องได้ เขาก็จะเข้าใจง่าย เห็นด้วยตา สัมผัสได้
^_^ ..._/\_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต
บั้งไฟพญานาคเกิดจากอะไร? แง่วิทยาศาสตร์ และทางธรรม
บั้งไฟพญานาคเกิดจากอะไร เกิดจากนิมิตจินตะ ส่วนนักวิทยาศาสตร์ในเว็บไซต์ของผู้จัดการออนไลน์กล่าวว่า
ในจังหวัดหนองคาย มีการเกิดปรากฏการณ์ประหลาดมีลูกไฟสีชมพูพุ่งขึ้นเหนือลำน้ำโขง ตั้งแต่ระดับ ๑-๓๐ เมตร แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงประมาณ ๕๐-๑๕๐ เมตร เป็นเวลาประมาณ ๕-๑๐ วินาที ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ชาวบ้านเรียกว่า บั้งไฟผี หรือ บั้งไฟพญานาค โดยจะเกิดปีละ ๑ ครั้งเท่านั้น ในช่วงวันออกพรรษา หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของไทยหลายฉบับสรุปว่า บั้งไฟพญานาค คือ ก๊าซมีเทน-ไนโตรเจน ที่เกิดจากการอาศัยอยู่ร่วมกันระหว่างแบคทีเรียที่ทนต่อออกซิเจนได้ ณ ความลึกของแม่น้ำโขงและแหล่งน้ำข้างเคียง ๔.๕๕ - ๑๓.๔๐ เมตร ตำแหน่งที่มีสารอินทรีย์พอเหมาะใต้ผิวโคลน หรือทรายท้องแม่น้ำโขง ซึ่งระดับน้ำขนาดนี้จะมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๑๕ องศาเซลเซียส (ปริมาณออกซิเจนน้อย)
ทั้งนี้ในวันที่เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค คือวันที่แสงแดดส่องลงมาในช่วงเวลาประมาณ ๑๐,๑๓ และ๑๖ นาฬิกา มีอุณหภูมิมากกว่า ๒๖ องศาเซลเซียสทำให้มีความร้อนมากพอที่จะย่อยสลายอินทรีย์ และจะมีก๊าซมีเทนจากการหมักมากว่า ๓-๔ ชั่วโมง ซึ่งมากที่จะก่อให้เกิดความดันก๊าชในผิวทรายทำให้ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ
ฟองก๊าซที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำบางส่วนจะฟุ้งกระจายออกไป ส่วนแกนในของก๊าซขนาดเท่าหัวแม่มือจะพุ่งขึ้นสูงกระทบกับออกซิเจน รวมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงของคืนที่เกิดเหตุการณ์ทำให้เกิดการสันดาปอย่างรวดเร็วจนติดไฟได้ ดังนั้นดวงไฟหลากสีที่เราพบเห็นจะเป็นสีแดงอำพัน (เหลือง)
ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เกิดบั้งไฟพญานาคจะเป็นเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม กันยายน และตุลาคม เพราะโลกโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดทำให้รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตเพิ่มปริมาณสูงขึ้นและเจาะทะลวงยังพื้นโลกได้มากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ตั้งอยู่ในแถบแนวเส้นศูนย์สูตรที่สามารถรับแสงอาทิตย์ได้มาก
เนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเองในแกนที่เอียงทำมุม ๒๓.๕ องศา กับดวงอาทิตย์ทำให้ซีกโลกในเวลากลางคืนของประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูด ๑๕-๔๕ องศาเหนือและองศาใต้ อยู่ห่างจากแนวแรงรวมของแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ไม่เกิน ๒๕ องศาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนกันยายน,ตุลาคม,เมษายน และพฤษภาคม ทำให้มีปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นในหลายประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว
สิ่งที่พุ่งขึ้นมานี้เป็นพลัง คนที่มีนิมิตจินตะ ก็จะนิมิตจินตะเป็นพญานาคพ่นพุ่งขึ้นมาจากสายน้ำ
ทำไมลูกไฟจะต้องพุ่งขึ้นตรงกับวันออกพรรษา เพราะว่า ในคืนนั้นมีอ็อกซิเจน ก๊าซที่ช่วยให้ติดไฟสูงสุดในรอบปี ซึ่งก็เกิดจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงพลังงานรังสีของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลก เป็นวาระของธรรม
จะเห็นได้ว่าเป็นวาระแห่งธรรม บางปีก็พุ่งลูกไฟมาก บางปีก็มีน้อย ไม่ใช่แน่นอนทุกปี บางปีก็ไปโผล่ขึ้นอีกที่หนึ่ง แต่เป็นระหว่างตรงนั้น เหมือนกับพระจันทร์ พอถึงวาระก็เต็มดวง แต่บางวันจันทร์เพ็ญเราเห็นแต่บางจันทร์เพ็ญเราไม่เห็น ต้องขึ้นกับสิ่งแวดล้อมของเมฆ แต่ถ้าถึงวาระพระจันทร์ก็จะสว่างจันทร์เพ็ญเต็มดวง
อย่างเช่นหลวงพ่อท่านไปเห็นสวรรค์เป็นเช่นนี้ แล้วเราจะไปเถียงว่าสวรรค์ของคริสต์หรือเปล่า จะต้องไปเถียงสวรรค์ของอิสลามหรือไม่ คนละเรื่องกัน เถียงกันตายแต่เรื่องก็ยังไม่จบ แม้แต่นรกยมบาลของไทยแต่งชุดสีแดง นุ่งจูงกระเบน แต่ของจีนก็แต่งออกเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่งเป็นกี่เพ้า จะเถียงโต้แย้งกันไม่จบ เราต้องแยกว่านี่เป็นนิมิตจินตะ ยังอยู่ในโลกของรูปธรรม แต่พลังนี้อยู่ในโลกของนามธรรม นามธรรมยังถือว่ามีอย่างนี้ๆ จนในที่สุดไม่ใช่ เป็นพลังแห่งธรรม เราต้องแยกตรงนี้ให้ได้ แล้วเราจะเข้าใจทั้งหมด ทั้งองค์ธรรม แล้วเราจะไม่ขัดแย้งกัน รู้ว่ามาจากไหน
เช่น พญานาคนี้มีหงอน มาจากถิ่นภูมิศาสตร์ยังไง จะต้องมาจากตรงนี้ เป็นรูปธรรมของสิ่งนี้ แต่ในพลังเหมือนกัน
บางคนเห็นสวรรค์ นี่เป็นพลัง บางคนก็เห็นพระอินทร์ขี่ช้างเอราวัณ พระอินทร์ของฝรั่งไม่ได้ขี่ช้าง ของจีนเง็กเซียนฮ่องเต้ ไม่ก็ขี่ข้าง แต่ก็เป็นพลังเดียวกัน แล้วแต่ว่าเป็นนิมิตจินตะ แล้วแต่สิ่งแวดล้อม แล้วแต่ชนชาติของใครเขา เพราะสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน
คนที่มีภูมิปัญญาเข้าถึงพลัง ได้พยายามปริวัฒน์พลังแห่งพญานาคนี้ให้ออกมาเป็นรูปธรรม ของท้องถิ่นของเขา เพื่ิอให้เขาเข้าใจแล้วมีที่จับต้องได้ ถ้าไม่มีสิ่งที่จับต้องได้ เขาไม่สามารถดำรงความเป็นศรัทธาได้
สมมติว่าเราบอกว่าเป็นพลัง อีกคนหนึ่งเขาไม่รู้ ไม่รู้จะจับต้องอย่างไรในเมื่อของเขา จินตะของเขาอ่อน ถ้ามีรูปภาพ มีรูปปั้น มีองค์ให้เขาจับต้องได้ เขาก็จะเข้าใจง่าย เห็นด้วยตา สัมผัสได้
^_^ ..._/\_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต