บทความเรื่อง "วิปัสสนาล้วนไม่มี" มีแต่ "วิปัสสนานำสมาธิ" หรือ "ปัญญานำสมาธิ"

กระทู้สนทนา


ถ้าจะเจริญสุกขวิปัสสโก ก็จะต้องเจริญสมถยานิก(มีปฐมฌาน+วิปัสสนาญาณ9) หรือ เจริญวิปัสสนายานิก(เจริญวิปัสสนาจนมีปฐมฌานพร้อมบรรลุธรรม)
(แล้วแต่ว่าจะใช้อะไรนำ จะใช้ สมาธินำปัญญา แบบ สมถยานิก หรือ ปัญญานำสมาธิ แบบ วิปัสสนายานิก ได้ทั้ง2วิธี)   

ส่วนมากแล้วนักท่องตำรา มักจะทำฌานไม่ได้ พวกเขาจึงฝากความหวังไว้กับการบรรลุธรรมแบบ วิปัสสนายานิก กันมาก  
พอมีใครมาพูดถึงเรื่องฌาน พวกนักท่องตำราพวกนี้เขาจะรีบออกมาแอนตี้ เพราะพวกเขาทำฌานไม่ได้ (เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองด้อย จึงไม่อยากฟัง) 
พวกเขาจึงมักจะยกเอาเรื่อง วิปัสสนายานิก มาอ้าง ว่ามีหนทางอันนี้อยู่ เป็นทางรอดเล็กๆของพวกเขา 

จะบอกให้เลยว่าพวกคุณคิดผิด วิปัสสนายานิก มันอาจจะได้สำหรับคนอื่น แต่อาจจะไม่ได้สำหรับคุณ เพราะมันยากกว่าเข้าฌานหลับตาเสียอีก 
(ตำราเขามีเขียนบอกเอาไว้เพื่อความครบถ้วน เขียนบอกเอาไว้ว่ามีบุคคลแบบนี้อยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำได้)

เพราะการเจริญวิปัสสนา จนจิตเข้าถึง ปฐมฌาน นั้น มันก็คือการเข้าฌานลืมตาน่ะเอง ซึ่งมันยากกว่าเข้าฌานหลับตามาก 
ที่เขาให้เจริญ อานาปานสติ ก่อน แล้วค่อยไปเจริญวิปัสสนาญาณทีหลัง วนลูปกัน ก็เพราะเหตุนี้ เพราะเข้าฌานหลับตามันง่ายกว่า 
พอได้กำลังสมาธิเฉียดฌาน หรือได้ฌาน มันก็จะยิ่งไปส่งเสริมให้การเจริญวิปัสสนาญาณ มีปัญญาเจริญแหลมคมเด็ดขาดขึ้น (อย่างนี้มีโอกาสมากกว่า) 

การเจริญกองกรรมฐานที่ใช้การคิดพิจารณา จนจิตปักแน่นในอารมณ์พิจารณา จนจิตรวม เข้าฌานลืมตาได้ เป็นของยากกว่าฌานหลับตามาก
เพราะการที่คุณจะคิดพิจารณาธรรม จนจิตเข้าปฐมฌานได้ในขณะที่ลูกตาเบิกโพลงเปิดกว้างอยู่นั้น คุณจะต้องมีอารมณ์ปักแน่นในการพิจารณามาก 
จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในการเจริญกองกรรมฐานที่เป็นการคิดพิจารณาตัดละร่างกายนี้เป็นอย่างดี ถึงจะทำได้
  (ยากกว่าเข้าปฐมฌานหลับตามาก)

ก็ขนาดคุณนั่งหลับตานิ่งๆ ไม่มีภาพ-ไม่มีเสียง อะไรเข้ามารบกวน คุณก็ยังยากที่จะเข้าปฐมฌานได้เลย? แล้วนับประสาอะไรกับลืมตาเบิกโพลงอยู่? 
(แต่พวกคุณกลับไปตั้งความหวังเอาไว้กับวิธีที่ยาก แต่วิธีที่ง่ายกว่าคุณยังทำไม่ได้เลย? แล้ววิธีที่ยากกว่าคุณจะทำได้หรือ?) 

เพราะฉนั้น.......

ที่เขาให้เจริญอานาปานสติ ให้ได้ฌานมาก่อน แล้วค่อยเจริญวิปัสสนาทีหลัง ก็เพราะเหตุนี้ ก็เพราะว่า การพิจารณาธรรมจนเข้าฌานทั้งๆที่ลืมตามันยาก 
(อย่าเอาการบรรลุธรรมแบบปัญญาวิมุติของพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลมาเทียบกับคนในยุคปัจจุบันนี้ คนในยุคปัจจุบันนี้จะต้องมีการขัดเกลามาก)
(ในยุคปัจจุบันนี้ ไม่มีพระพุทธเจ้า มาล่วงรู้วาระจิตคุณ และล่วงรู้จริตที่ติดขัดของคุณโดยตรง แล้วพูดเทศน์สอนแก้ทางจริตนั้นให้โดยตรงให้แล้ว)
(และในยุคปัจจุบันนี้ บุคคลประเภท อุคคฏิตัญญูบุคคล ไม่มีแล้ว คือผู้ที่ฟังธรรมแค่เพียงหัวข้อเล็กน้อย ก็สามารถที่จะบรรลุธรรมได้ รวดพรวดเดียวเลย) 

เพราะฉนั้น คนในยุคปัจจุบันนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ สมถกรรมฐาน + วิปัสสนากรรมฐาน มาเจริญควบคู่ไปด้วยกันเสมอ (โปรดจำคำนี้เอาไว้ให้ดี)


ในทางทฤษฏีตำรานั้น เขียนเอาไว้ว่า สุกขวิปัสสโก "ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน" แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีการเจริญวิปัสสนาล้วน เพราะว่า.......

การที่จะเจริญวิปัสสนาญาณ9ได้นั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยกองสมถกรรมฐาน เช่น มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติ, อสุภกรรมฐาน 
มาช่วยร่วมประกอบในการเจริญวิปัสสนาญาณ9 เสมอ อย่างขาดไม่ได้เลย (วิปัสสนายานิก ควรจะเรียกว่า "ปัญญานำสมาธิ" ถึงจะตรงตัว) 

(((((  วิปัสสนาญาณ9  )))))
๑. อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ (พิจารณาเห็นความเกิดและความดับ)               ใช้  มรณานุสสติกรรมฐาน
๒. ภังคานุปัสสนาญาณ         (พิจารณาเห็นความดับ)                                 ใช้  มรณานุสสติกรรมฐาน 
๓. ภยตูปัฎฐานญาณ             (พิจารณาเห็นสังขารเป็นของน่ากลัว)              ใช้  มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน 
๔. อาทีนวานุปัสสนาญาณ     (พิจารณาเห็นโทษของสังขาร)                      ใช้  มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน
๕. นิพพิทานุปัสสนาญาณ      (พิจารณาสังขารเห็นเป็นของน่าเบื่อหน่าย)     ใช้  มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน
๖. มุญจิตุกามยตาญาณ         (พิจารณาเพื่อใคร่จะให้พ้นจากสังขารไปเสีย)
๗. ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ     (พิจารณาหาทางที่จะให้พ้นจากสังขาร)
๘. สังขารุเปกขาญาณ           (พิจารณาเห็นว่า ควรวางเฉยในสังขาร)
๙. สัจจานุโลมิกญาณ            (พิจารณาอนุโลมในญาณทั้ง ๘ นั้น เพื่อกำหนดรู้ในอริยสัจ) 

คุณเห็นในข้อ1 ถึงข้อ5 ในวิปัสสญาณ9 ไหมว่า?  การเจริญวิปัสสนาญาณ9 นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการเจริญสมถกรรมฐาน เช่น......
มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน มาช่วยร่วมประกอบในการเจริญวิปัสสนาญาณเสมอ
  (อย่างขาดไม่ได้เลย) 

เพราะฉนั้น คำว่า "ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน" หมายถึง ผู้ที่ไม่เคยได้ฌานมาก่อน (จึงใช้วิธี ปัญญานำสมาธิ) เท่านั้น (โปรดจำคำนี้เอาไว้ให้ดี)
แต่ไม่ได้หมายความว่า "สามารถบรรลุธรรมได้โดยที่เจริญแต่วิปัสสนาญาณล้วนๆ เพียวๆ โดยที่ไม่ต้องเจริญสมถกรรมฐาน"  (อันนี้เข้าใจผิดทาง) 

คำว่า "ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน" เป็นคำเรียกที่เอาไว้ใช้แยกหมวดหมู่ในตำรา ว่าหมวดนี้เป็นการใช้ "ปัญญานำสมาธิ" เฉยๆเท่านั้น 
เพื่อให้ดูแยกออกจากหมวด เตวิชโช, ฉฬภิญโญ, ปฏิสัมภิทาญาณ ที่จะต้องได้สมถะถึง ฌาน4 มาก่อน แล้วค่อยไปเจริญวิปัสสนาญาณทีหลัง 
(เพราะทั้ง 3 หมวดนี้ จำเป็นจะต้องได้กำลังสมถะถึง ฌาน4 มาก่อน ถึงจะสำเร็จได้) (ในตำราจึงใช้คำเรียกให้ดูแยกออกจากกัน เพื่อความเข้าใจง่าย)  
แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีการเจริญวิปัสสนาญาณล้วนๆ เพียวๆ จะไม่มี จะไม่สามารถที่จะกระทำได้ 

เพราะการเจริญวิปัสสนาญาณ "จำเป็น" จะต้อง อาศัยการเจริญสมถกรรมฐาน เช่น มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน 
มาช่วยร่วมประกอบในการเจริญวิปัสสนาญาณเสมอ "อย่างขาดไม่ได้เลย" (ขอให้เข้าใจเรื่องนี้เสียใหม่ ตีความตำราผิดทางกันมานาน) 



พอเอ่ยขึ้นมาว่า สมถกรรมฐาน คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่า จะต้องเป็น อานาปานสติกรรมฐาน แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น 
แต่ความจริงแล้ว สมถกรรมฐาน มีทั้งหมด 40 กอง คุณจะไปหยิบกองไหนใน 40 กองนี้ขึ้นมาเจริญ ก็เป็น สมถกรรมฐาน ไปหมดทั้งสิ้น 

และ มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน ทั้ง 3 กองนี้ ก็เป็น สมถกรรมฐาน เป็นกำลังของสมาธิ ทำให้จิตตั้งมั่น 

เพราะฉนั้น การเจริญวิปัสสนายานิก(เจริญวิปัสสนาจนมีปฐมฌานพร้อมบรรลุธรรม)
นั่นก็คือ การเจริญวิปัสสนาญาณ9 
โดยมีการเจริญสมถกรรมฐาน เช่น  มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน มาร่วมประกอบในการเจริญวิปัสสนาญาณ
จนได้กำลังสมาธิ ปฐมฌาน จาก มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน 
แล้วได้อารมณ์ในการตัดละร่างกายได้เด็ดขาด จากการเจริญวิปัสสนาญาณ9 เกิดขึ้นพร้อมกัน
 (เจริญวิปัสสนาจนมีปฐมฌานพร้อมบรรลุธรรม)

เพราะฉนั้น ในทางปฏิบัติ จึงไม่มีการเจริญวิปัสสนาญาณล้วนๆ เพียวๆ จนบรรลุธรรม จะไม่มี จะไม่สามารถที่จะกระทำได้ 
เพราะว่า สมถกรรมฐาน เช่น  มรณานุสสติกรรมฐาน, กายคตานุสสติกรรมฐาน, อสุภกรรมฐาน "จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญวิปัสสนาญาณเสมอ"
 

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่