" เธอ เราว่าเรารักกันมากนะ แต่อยู่ด้วยกันแล้วเราไม่มีความสุขเลย " นี่เป็นบทเรียนใหม่ในชีวิตของฉันเหรอเนี่ย

กราบบ...สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวพันทิปทุกคน วันนี้เรามีเรื่องมาแชร์กึ่งปรึกษาและขอคำแนะนำจากชาวพันทิปผู้ที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ว่ามีแนวคิดหรือมุมมองกับเรื่องนี้อย่างไร ตอนนี้เราอยู่ในช่วงอายุที่เข้าสู่วัยทำงานอย่างจริงจังเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็มีมุมมองที่อาจจะไม่กว้างพอ หรืออาจจะยังไม่โตพอ เพราะเราก็เพิ่งเคยอายุเท่านี้เหมือนกันเลยไม่รู้จะเอาไปเทียบกับอะไร 55555 

เพี้ยนฮัลโหล
 
         
          เรื่องที่จะแชร์วันนี้ก็ตามหัวข้อเลยค่ะ ขอเล่าย้อนแบบสั้นๆก่อนเลย ตอนเรียนมหาลัยเรามีแฟนที่คอยซับพอร์ททุกอย่างของกันและกัน มีชีวิตที่ดีขึ้น โตขึ้น และมีการวางแผนอนาคตร่วมกัน เรามักจะใช้ชีวิตโดยการ depend on เค้าแทบจะทุกเรื่อง เอาความรู้สึกของตัวเองไปวางไว้ที่เค้าตลอด  เช่น วันหยุดเรา
ก็อยากจะใช้เวลาอยู่กับเค้า แต่ถ้าเค้าไม่ว่างเราก็จะมีนอยด์และงอนบ้าง (ย้ำว่าบ้างนะคะ ไม่ใช่ทุกครั้ง แบบนั้นก็ไม่ไหว 5555 ) ซึ่งบางทีก็เข้าใจว่าทำให้เค้าเหนื่อย แต่ตอนนั้นเราเปลี่ยนนิสัยนี้ไม่ได้เลย เพราะเราเป็นแบบนั้นมาตลอดเวลาที่คบกัน 
 
(เปลี่ยนไม่ได้ มันเปลี่ยนไม่ด๊ายยย)  เพี้ยนเซ็งเป็ด
 
 
            จนเข้าสู่วัยทำงานใหม่ๆ เค้าจะหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว ส่วนเราเป็นฟรีแลนซ์จัดตารางทำงานเองได้ โดย depend on เค้าอีกเช่นกัน งานเค้าค่อนข้างหนักค่ะ บางวันเลิกดึก บางอาทิตย์ไม่ได้หยุดเลย วันไหนได้หยุดก็อยากพัก เลยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันน้อยลง กิจกรรมที่ทำร่วมกันก็น้อยลง เราก็พยายามลดการน้อยใจให้น้อยลงนะคะ หลายครั้งที่คุยกัน เค้าเองก็บอกว่าเค้าให้เราได้เท่านี้ เราเข้าใจและเปลี่ยนความคิดใหม่พยายามหาความสุขด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะไม่ว่ายังไงเราก็ยัง depend on เค้าในหลายๆเรื่องอยู่ดี เราเก็บความงอนไว้จนเราเองก็ไม่มีความสุข และรู้ว่าเค้าก็ไม่แฮปปี้ที่เค้าเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ จนเราตัดสินใจคุยกันและเห็นตรงกันว่า “เธอเรารักกันนะแต่เราอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขเลย” 
 
(กว่าจะผ่านตรงนี้มาได้ก็หนักเอาเรื่องอยู่เด้ออออ)  พาพันเศร้า
 
           
           หลังจากนั้นเราก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตค่ะ ไม่ต้อง depend on ใคร เราอยากทำอะไรเราทำหมด มีเวลาใส่ใจสนใจตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญเลยคือเรา “ชอบตัวเอง” มากขึ้น ระหว่างนี้เราก็ยังคุยกับแฟนเก่าได้ มีคิดถึงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ปิดใจนะคะ เพียงแต่ไม่ขวนขวาย แต่มีคนนึงที่เข้ามาและเค้าชัดเจนกับเรามาก เราเลยตัดสินใจลองคุยกับเค้าดู คิดว่าไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าไม่ใช่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ เรายังคงใช้ชีวิตแบบปกติโดยที่มีเค้าเพิ่มเข้ามา แต่ครั้งนี้เรากลับไม่เอาความสุขทั้งหมดของเราไปไว้ที่เค้า  ไม่ใช้ชีวิตแบบ depend on เค้าไปซะหมด แต่เราก็ใส่ใจและแคร์เค้าเต็มที่เท่าที่เราไหวและไม่ฝืน เราเองก็กลัวน้อยไปเลยถามว่าเค้าโอเคกับการใช้ชีวิตด้วยกันในระดับนี้มั้ย ซึ่งเค้าบอกว่าตอนนี้เค้าโอเค ไม่ได้อึดอัดหรือน้อยใจอะไร 
 
 
(โอ้ยฉันผ่านมันมาแล้ววว ฉันผ่านมันมาได้ยังไงเนี่ยย)   เพี้ยนลอย
            
       
           ตอนนี้กับแฟนเก่าเราก็ยังมีคุยกันบ้าง เรายังรักเค้านะ ยังเป็นคนที่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย ยังรู้ใจ และรู้จักกันดี แต่ทุกครั้งที่คุยเรากลับมีความรู้สึกเหมือนเรายังกลับไปเป็นคนเดิมและรู้สึกไม่ชอบตัวเอง เราเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง จะศึกษากับคนใหม่จนได้คบกัน หรือกลับไปใช้ชีวิตคนเดียวแบบเดิม หรือบางทีอาจจะกลับไปคบกับแฟนเก่าในแบบที่เราเป็นคนใหม่ 
           
           แต่ตอนนี้เราได้บทเรียนใหม่ในช่วงชีวิตในวัยนี้คือ คือเราชอบความรู้สึกที่เราชอบตัวเองแบบนี้จัง และขอให้คนที่จะอยู่กับเราในอนาคตเค้าก็ชอบตัวเองแบบที่เราชอบเหมือนกัน ฉันรักเธอนะ ตัวฉันเอง
           
          เรื่องก็จบแต่เพียงเท่านี้แหละท่านผู้ชวมม มีใครอยากแชร์ แนะนำ หรือเห็นต่างยังไง แชร์ได้เลยนะคะ เราเองก็อยากได้มุมมองอื่นๆบ้าง สำหรับเราการได้บทเรียนนี้ในวัยนี้ทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะมากๆเลย ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบค่า 

เพี้ยนขอบคุณ
 
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่