ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา วงการหนังไทยได้เปิดรับดารานักแสดงหน้าใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีจำนวนหนึ่งที่เคยเป็นที่รู้จักในทางสายอื่น รวมไปถึงพวกนักร้องนักดนตรีมืออาชีพทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่
จากที่เราเห็นแต่ดารานักแสดงอาชีพมาประชันฝีมือมานักต่อนักแล้ว การที่เอาศิลปินนักร้องมาเล่นหนังด้วยบทที่ถนัดตามอาชีพเดิมหรือจะเป็นบทที่ไม่ชินหูชินตานั้นย่อมส่งถึงชี้วัดความยั่งยืนในวงการบันเทิง หรือจะถือเป็นการลองผิดลองถูกเพื่อนำไปพัฒนาสำหรับการแสดงเรื่องต่อไป นั่นก็ขึ้นอยู่กับแรงใจหรือ...แรงเชียร์นักร้องคนนั้น
ในโอกาสนี้ เรามาดูกันว่า มีศิลปินนักร้องท่านใดที่พอเป็นตัวอย่างสำหรับคอหนังรุ่นใหม่ได้บ้าง...
เริ่มด้วยอดีตเจ้าของผลงานเพลงที่เป็นที่ยอมรับในคุณภาพอย่าง "เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์" เขาคนนี้จับงานบันเทิงมาสารพัดชนิด แต่มีน้อยคนนักที่สืบทราบมาว่าเขาเคยเล่นหนังประกบคู่กับ "จินตหรา สุขพัฒน์" มาก่อน แล้วก็เงียบหายจากจอเงินไปพักใหญ๋ จนกระทั่งค่ายหนัง "จีดีเอช" เล็งเห็นถึงคุณค่าและความสามารถที่เขาสั่งสมไว้ เขาจึงตัดสินใจหวนสู่จอเงินด้วยเรื่อง "ฉลาดเกมส์โกง" ที่ส่งผลให้เขากลายเป็นนักแสดงคุณภาพที่ผู้สร้างหนังรายต่าง ๆ หมายปอง โดยผลงานเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็คือ "โปรเมฯ" และจะมีโอกาสเล่นหนังให้ได้ชมต่อไปสำหรับคนวัย 60 อย่างเขา
อีกคนที่ถือว่าเป็นนักร้องที่มีน้ำเสียงอันทรงพลัง เป็นที่ถูกใจของค่ายเพลงและผู้สร้างสรรค์บทเพลงในโอกาสต่าง ๆ แถมยังเป็นโค้ชใหญ่ใจดีจากรายการเดอะวอยซ์ เธอคือ "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" กับผลงานเรื่อง "ไบค์แมน" ที่ได้รับทั้งกระแสรายได้และคำชม โดยเฉพาะการแสดงของเธอที่อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีมาก เมื่อเธอได้รับคำชมอย่างงดงามจึงขอพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง...ก็เรื่อง "ไบค์แมน 2" ที่กำลังโกยเงินอยู่นั่นไง
ตามมาด้วยนักร้องติดดินเสียงนุ่มที่ชื่อ "พลพล พลกองเส็ง" ผู้ประสบความสำเร็จจากงานเพลงหลายต่อหลายชุด แม้จะเงียบหายไปบ้าง แต่ไม่รู้เป็นไงเขาถึงปลีกตัวมาจับงานแสดง แถมเป็นหนังตลกที่ชื่อ "มิสเตอร์ดื้อ กันท่าเหรียญทอง" ของเฮียยอร์ชซะด้วย แม้ว่าหนังจะทำเงินไปไม่มาก แต่แฟน ๆ ก็เรียกร้องให้พี่พลเล่นหนังต่อไปถ้าได้บทที่ถูกใจยิ่งกว่านี้
เจ้าของน้ำเสียงใส ๆ จากบทเพลง เจ็บนิดเดียว และ ช้ำคือเรา อย่าง "นิตยา บุญสูงเนิน" หรือที่คนยุคนี้มักเอ่ยปากว่า "แม่ของเดอะทอยส์" เธอเป็นนักร้องที่เจนเวทีมายาวนาน ผ่านการประกวดร้องเพลงระดับประเทศ มีผลงานเพลงนับได้ก็หลายร้อย แต่เพิ่งมารับงานแสดงหนังเป็นครั้งแรกในเรื่อง "ขุนแผน ฟ้าฟื้น" ที่เพิ่งลาโรงไปหมาด ๆ ในบทแม่ของขุนช้าง ถึงบทจะน้อยนิดตามชื่อเล่น แต่แฟน ๆ ก็หวังจะเห็นบทบาทของเธอให้เด่นชัดกว่านี้ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นสองแม่ลูกทำงานร่วมกันในหนังเรื่องต่อไปก็เป็นได้นะ
มาถึงคิวของหนึ่งในแกนนำวงดนตรีเพื่อชีวิตขวัญใจสิบร้อยพันยันรัฐมนตรี "เทียรี่ เมฆวัฒนา" กับผลงานแสดงหนังแอ็คชั่นฟอร์มดีเรื่อง "บอดี้การ์ดหน้าหัก" ที่จะออกมาสนั่นเมืองในปลายเดือนนี้ ซึ่งก็มีหลายคนที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับตัวเขาว่า ก่อนที่เขายืนหยัดในสายดนตรีได้เคยเล่นหนังเป็นพระเอกในเรื่อง "สตรีหมายเลขศูนย์" และ "โอ้...กุ๊กไก่" พอมาอยู่กับวงคาราบาวก็ได้เล่นหนังเป็นตัวเองในเรื่อง "เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ"...เราต้องคอยตั้งตาดูว่าการหวนสู่จอเงินในรอบ 35 ปีของเขา กับมาดที่เราไม่เคยเห็น จะเข็นให้เขาฟันฝ่าเสียงติเสียงชมได้สักเพียงใด
ฉันขอเนื้อที่ไว้เพียงแค่นี้ ใครอีกที่คุณอยากเห็น มาคุยกันได้นะ สวัสดี.
เมื่อนักร้องดัง...มาเล่นหนังไทย (ประมวลสิ่งที่พบในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา)
จากที่เราเห็นแต่ดารานักแสดงอาชีพมาประชันฝีมือมานักต่อนักแล้ว การที่เอาศิลปินนักร้องมาเล่นหนังด้วยบทที่ถนัดตามอาชีพเดิมหรือจะเป็นบทที่ไม่ชินหูชินตานั้นย่อมส่งถึงชี้วัดความยั่งยืนในวงการบันเทิง หรือจะถือเป็นการลองผิดลองถูกเพื่อนำไปพัฒนาสำหรับการแสดงเรื่องต่อไป นั่นก็ขึ้นอยู่กับแรงใจหรือ...แรงเชียร์นักร้องคนนั้น
ในโอกาสนี้ เรามาดูกันว่า มีศิลปินนักร้องท่านใดที่พอเป็นตัวอย่างสำหรับคอหนังรุ่นใหม่ได้บ้าง...
เริ่มด้วยอดีตเจ้าของผลงานเพลงที่เป็นที่ยอมรับในคุณภาพอย่าง "เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์" เขาคนนี้จับงานบันเทิงมาสารพัดชนิด แต่มีน้อยคนนักที่สืบทราบมาว่าเขาเคยเล่นหนังประกบคู่กับ "จินตหรา สุขพัฒน์" มาก่อน แล้วก็เงียบหายจากจอเงินไปพักใหญ๋ จนกระทั่งค่ายหนัง "จีดีเอช" เล็งเห็นถึงคุณค่าและความสามารถที่เขาสั่งสมไว้ เขาจึงตัดสินใจหวนสู่จอเงินด้วยเรื่อง "ฉลาดเกมส์โกง" ที่ส่งผลให้เขากลายเป็นนักแสดงคุณภาพที่ผู้สร้างหนังรายต่าง ๆ หมายปอง โดยผลงานเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็คือ "โปรเมฯ" และจะมีโอกาสเล่นหนังให้ได้ชมต่อไปสำหรับคนวัย 60 อย่างเขา
อีกคนที่ถือว่าเป็นนักร้องที่มีน้ำเสียงอันทรงพลัง เป็นที่ถูกใจของค่ายเพลงและผู้สร้างสรรค์บทเพลงในโอกาสต่าง ๆ แถมยังเป็นโค้ชใหญ่ใจดีจากรายการเดอะวอยซ์ เธอคือ "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" กับผลงานเรื่อง "ไบค์แมน" ที่ได้รับทั้งกระแสรายได้และคำชม โดยเฉพาะการแสดงของเธอที่อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีมาก เมื่อเธอได้รับคำชมอย่างงดงามจึงขอพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง...ก็เรื่อง "ไบค์แมน 2" ที่กำลังโกยเงินอยู่นั่นไง
ตามมาด้วยนักร้องติดดินเสียงนุ่มที่ชื่อ "พลพล พลกองเส็ง" ผู้ประสบความสำเร็จจากงานเพลงหลายต่อหลายชุด แม้จะเงียบหายไปบ้าง แต่ไม่รู้เป็นไงเขาถึงปลีกตัวมาจับงานแสดง แถมเป็นหนังตลกที่ชื่อ "มิสเตอร์ดื้อ กันท่าเหรียญทอง" ของเฮียยอร์ชซะด้วย แม้ว่าหนังจะทำเงินไปไม่มาก แต่แฟน ๆ ก็เรียกร้องให้พี่พลเล่นหนังต่อไปถ้าได้บทที่ถูกใจยิ่งกว่านี้
เจ้าของน้ำเสียงใส ๆ จากบทเพลง เจ็บนิดเดียว และ ช้ำคือเรา อย่าง "นิตยา บุญสูงเนิน" หรือที่คนยุคนี้มักเอ่ยปากว่า "แม่ของเดอะทอยส์" เธอเป็นนักร้องที่เจนเวทีมายาวนาน ผ่านการประกวดร้องเพลงระดับประเทศ มีผลงานเพลงนับได้ก็หลายร้อย แต่เพิ่งมารับงานแสดงหนังเป็นครั้งแรกในเรื่อง "ขุนแผน ฟ้าฟื้น" ที่เพิ่งลาโรงไปหมาด ๆ ในบทแม่ของขุนช้าง ถึงบทจะน้อยนิดตามชื่อเล่น แต่แฟน ๆ ก็หวังจะเห็นบทบาทของเธอให้เด่นชัดกว่านี้ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นสองแม่ลูกทำงานร่วมกันในหนังเรื่องต่อไปก็เป็นได้นะ
มาถึงคิวของหนึ่งในแกนนำวงดนตรีเพื่อชีวิตขวัญใจสิบร้อยพันยันรัฐมนตรี "เทียรี่ เมฆวัฒนา" กับผลงานแสดงหนังแอ็คชั่นฟอร์มดีเรื่อง "บอดี้การ์ดหน้าหัก" ที่จะออกมาสนั่นเมืองในปลายเดือนนี้ ซึ่งก็มีหลายคนที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับตัวเขาว่า ก่อนที่เขายืนหยัดในสายดนตรีได้เคยเล่นหนังเป็นพระเอกในเรื่อง "สตรีหมายเลขศูนย์" และ "โอ้...กุ๊กไก่" พอมาอยู่กับวงคาราบาวก็ได้เล่นหนังเป็นตัวเองในเรื่อง "เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ"...เราต้องคอยตั้งตาดูว่าการหวนสู่จอเงินในรอบ 35 ปีของเขา กับมาดที่เราไม่เคยเห็น จะเข็นให้เขาฟันฝ่าเสียงติเสียงชมได้สักเพียงใด