
ทริปวังเวียงครั้งนี้เกิดจากความที่อ่านรีวิวในพันทิปเยอะมากกก บางกระทู้บอกมีเงินแค่ 3,000 บาท ก็ไปได้สบายๆ บ้างก็บอกว่าไม่ได้ เอาไงดีละด้วยความที่ชอบบรรยากาศจากภาพที่เพื่อนๆแชร์ เห้ยทำไมมันสวยละแต่ก็แอบกังวลว่าจะแพงไหม เริ่มหาแนวร่วมชะตากรรม จะดีจะร้ายก็มีเพื่อนละไม่กลัว กดจองตั๋วชิจ๊ะ โชคไม่เข้าข้างตั๋วรถอุดร-วังเวียงเต็มจ้า เราเดินทางช่วงวันหยุดที่ 12-14 ตุลา ด้วยละช่วงหยุดและความชะล้าใจ เราแนะนำว่าถ้าได้แพลนแล้วว่าจะไปวันไหนแน่นอนจองไว้ล่วงหน้าเลยสะดวกดี แต่ไม่เป็นไรหากใครจองไม่ทันเราแนะนำแบบเราถึงต้องแต่รถแต่เราว่าก็สะดวกดีนะ
DAY 1 การเดินทาง

เราขึ้นรถที่ บขส.หนองคาย เพื่อประหยัดระยะเวลาในการเดินทาง
-จองตั๋วรถเดินทางระหว่างประเทศ หนองคาย-เวียงจันทร์ ตรงเคาท์เตอร์ โดยใช้พลาสปอร์ต ในการซื้อตั๋วของแต่ละคน รถเที่ยวแรกเวลา 07:30 น. รอบต่อไป ประมาณ09:00 ถ้าจำไม่ผิดนะ ลองเช็คข้อมูลได้ในเว็บขนส่งระหว่างประเทศ
-เมื่อถึงหน้าด่านเราต้องลงจากรถแล้วประทับตราขาออกจากประเทศตรงตม. แล้วเดินผ่านประตูมาขึ้นรถคันเดิม รถจะวิ่งข้ามสะพานพาเราไปอีกฝั่ง สปป.ลาว จากนั้นเราก็ลงรถเพื่อประทับตราขาเข้าประเทศและเสียค่าข้ามแดน เวลานี้ละเราสามารถซื้อซิมหรือแลกเงินได้เลย เราแลกที่ร้านฝั่งตรงข้ามตม.เรทดีนะ 296 แล้วแต่ช่วง เราแลกไป 4,000 บาท กันเผื่อฉุกเฉิน เป็นเงินลาว 1,184,000 กีบ รวยเลยทีนี้ รถคันเดิมจะพาเรามาส่งที่สถานีขนส่ง(ตลาดเช้า) เป็นสถานีสุดท้าย
-ต่อรถบัสสายสีเขียว ไปขนส่งสายเหนือ
-ขึ้นรถตู้ต่อไปวังเวียงตรงฝั่งด้านหลัง รถจะจอดเรียงกันเลือกขึ้นได้เลย ใช้เวลาเดินทางต่อไปวังเวียงประมาณ 4 ชั่วโมงแล้วแต่คนขับจะหวานเย็นหรือเฟี้ยวฟ้าว

เราถึงวังเวียงเวลาประมาณ 14:00 น. อันดับแรกเลยเดินเข้าเมืองหาร้านซื้อซิมเนื่องจากเราซื้อไม่ทันตอนขาเข้าเพราะมัวแลกเงิน แต่มาซื้อที่ร้านนี้ก็ราคาเท่ากับที่เราซื้อตรงตม. เราเลือกแพคเก็ท 3 วัน 10,000 กีบ ร้านอยู่ทางไปร้านอะเมชอล เป็นร้านขายมือถือป้ายสีส้ม มีเน็ตแล้วก็สบายละหาที่พักต่อเลย ด้วยความที่อยากพักติดธรรมชาติหรือไม่ก็ริมแม่น้ำซอง สุดท้ายเต็มจ้า เดินวนหาที่พักจนล้า แนะนำจองมาก่อนก็ดีนะเชื่อเถอะเพราะมาแบกทั้งสัมภาระที่หนักหน่วงและเดินขึ้นเนินของที่พักแต่ละที่บอกเลยว่าเล่นเอาหลังเคล็ด สุดท้ายเราก็ได้ที่พักจ้า
ที่พัก บ้านพักสวนธรรมชาติ ราคา 600 บาท/ห้อง เห้ยราคาดี เป็นเตียงเดี่ยว 3 เตียง เป็นห้องแอร์ ห้องใหญ่พอสมควร ห่างจากแม่น้ำซองไม่ถึง 10 ก้าว

พักผ่อนกันสักนิด อาหารมื้อแรกของเราที่นี่เน้นแบบง่ายๆ แต่อร่อยเลยละ

-คาเฟ่จำปาลาวบังกะโล บรรยากาศยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแสงลับภูเขาผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก มันสงบ ชิวมาก

มองจากตรงนี้ไปจะเห็นบรรยากาศ ที่พักจำปาลาวบังกะโล และวิวภูเขาด้านหลัง


แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า พร้อมกับอากาศที่กำลังเริ่มจะเย็นตัวขึ้น ผิดกับช่วงกลางวันคนละโยดเลย ดีอย่างบอกไม่ถูก

DAY 2 หลังจากได้ข้อตกลงกันเมื่อวาน แพลนของเราในวันนี้คือเราจะไปตามหาหมอกให้มากที่สุด เพราะเมื่อคืนแอบมีฝนปรอยเล็กน้อย
-เช่ามอไชค์ 2 คัน ร้านอยู่ซอยเลยซอย V TOWN (ตลาดกลางคืนวังเวียง) 2 ซอย ร้านพี่แกจะเป็นตึกสีเหลือง ข้างร้านเนื้อย่าง ราคาถูกกว่าหลายๆร้านที่เราสอบถาม รถเกียร์ออโต้คันละ 40,000 กีบ (ไม่รวมน้ำมัน) มีแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวให้เราด้วย ใช้พลาสปอร์ตในการเช่า

-วิถีไบร์ทเกอร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว กับถนนมีจะว่ารุกรังก็น่าจะเกินกว่า เพราะถนนมีแต่ก้อนหิน พร้อมจะล้มตลอดเวลาหากมือและแขนไม่แข็งแรงพอ


เราขับรถออกไปฝั่งตรงข้ามตัวเมือง ตรงที่เราลงรถตู้ ลงไปในซอยจะเจอทางเหมือนไปทุ่งนา เนื่องจากมองไปแล้วเห็นหมอกกับภูเขาแล้วต้องรีบไปเก็บภาพ และสิ่งที่เราได้จากการออกนอกเส้นทางท่องเที่ยว

-ถ้ำจัง ค่าเข้าคนละ 5,000 กีบ จุดนี้เป็นสถานที่ยอดฮิตของวังเวียงอีกที่ ที่ทุกคนต้องรู้จักเมื่อพูดถึง "สะพานส้ม"

จุดตรงสะพานคนแอบเยอะถ้าจะให้ได้รูปดีคงยาก มุมนี้ก็สวยไม่แพ้กันสะพานส้มเหมือนกันพร้อมวิวน้ำใส ภูเขาเขียวขจี เดินข้ามสะพานเข้ามาอีกนิดเลยจ๊ะเพื่อนๆ คราวนี้ละโพสต์เต็มที่ไม่ต้องเขินอายกันเลยทีนี้

-สถานที่ต่อไป บลูลากูล เสียค่ารถข้ามสะพานรถมอไชค์ 2 คัน +3 คน 20,000 กีบ
บรรยากาศระหว่างทางไปบลูลากูล เวลาจะ 9:00 น.ยังมีหมอกเหลือไม่รอช้าแวะสักหน่อย (จากภาพอาจจะไม่ค่อยเห็นหมอกสักเท่าไหร่)

ตกลงกันว่าจะเข้าแค่บลูลากูล 3 เราเลยไม่แวะบลูลากูล 1,2 เพราะดูแล้วคนน่าจะเยอะ เลยขับตรงไปที่ชมวิวถัดไป
-จุดชมวิวผาเงิน ค่าเข้า 10,000 กีบ ระยะทาง25-30 เมตร ดูแล้วน่าจะสบายๆเดินทางนกชมไม้ (แต่ความเป็นจริงไม่เป็นดังฝัน) โห้อย่างโหดระยะทางแค่นี้แต่ใช้เวลารวมแล้ว 1 ซม. ทางขึ้นยิ่งกว่าปีนผาบอกเลยต้องมีสติและดูแลตัวเองดีๆ ทุกย่างก้าวคือความเสี่ยง แนะนำพกน้ำขึ้นไปด้วย เดินผ่านฝูงชนก็มีแต่เสียงให้กำลังใจว่าให้ถึงแล้วๆ สู้ๆนะ แต่พอมองไปทำไมมันดูลิบหลี่ พูดกับเพื่อนเอานะสักครั้งถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้ภูกระดึงก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเรา พอถึงจุดชมวิวแล้วนั่งพักสักนิดชมวิวภูเขา เมือง ความเหนื่อยที่สะสมมาเมื่อกี้หายไปในพริบตา เพราะวิวคุ้มค่ามากที่สักครั้งถ้ามาต้องลอง เป็นการทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย

ถึงบูลลากูล 3 แล้ว สำหรับเราคิดว่าก็เป็นแค่บ่อน้ำสร้างขึ้นมา ก็เลยไม่เข้าเล่นกัน (แต่น้ำเขาเขียวมรกตจริงทุกที่เลย)

เราจึงแว้นกันกะกลับที่พักเพราะสภาพตอนนี้ไม่ไหวแล้ว รถก็สกปรกอยากล้างรถให้พี่แกมากเพราะสงสารหากแกต้องมาล้างเอง ระหว่างทางเราก็เจอสะพานคลองน้ำ น้ำใสและเย็นมากสวยจนอดที่จะลงไปเล่นไม่ไหว เล่นสักพักก็มีน้องๆบ้านอยู่แถวนั้นมาเล่นด้วย คิดแล้วอยากมีเพื่อนพักแบบนี้สักหลัง (เอาจริงๆส่วนตัวเราว่าตรงนี้สวยกว่าบูลลากูล 3 อีก)
VANGVIENG เกินคาดฝัน
ทริปวังเวียงครั้งนี้เกิดจากความที่อ่านรีวิวในพันทิปเยอะมากกก บางกระทู้บอกมีเงินแค่ 3,000 บาท ก็ไปได้สบายๆ บ้างก็บอกว่าไม่ได้ เอาไงดีละด้วยความที่ชอบบรรยากาศจากภาพที่เพื่อนๆแชร์ เห้ยทำไมมันสวยละแต่ก็แอบกังวลว่าจะแพงไหม เริ่มหาแนวร่วมชะตากรรม จะดีจะร้ายก็มีเพื่อนละไม่กลัว กดจองตั๋วชิจ๊ะ โชคไม่เข้าข้างตั๋วรถอุดร-วังเวียงเต็มจ้า เราเดินทางช่วงวันหยุดที่ 12-14 ตุลา ด้วยละช่วงหยุดและความชะล้าใจ เราแนะนำว่าถ้าได้แพลนแล้วว่าจะไปวันไหนแน่นอนจองไว้ล่วงหน้าเลยสะดวกดี แต่ไม่เป็นไรหากใครจองไม่ทันเราแนะนำแบบเราถึงต้องแต่รถแต่เราว่าก็สะดวกดีนะ
DAY 1 การเดินทาง
-จองตั๋วรถเดินทางระหว่างประเทศ หนองคาย-เวียงจันทร์ ตรงเคาท์เตอร์ โดยใช้พลาสปอร์ต ในการซื้อตั๋วของแต่ละคน รถเที่ยวแรกเวลา 07:30 น. รอบต่อไป ประมาณ09:00 ถ้าจำไม่ผิดนะ ลองเช็คข้อมูลได้ในเว็บขนส่งระหว่างประเทศ
-เมื่อถึงหน้าด่านเราต้องลงจากรถแล้วประทับตราขาออกจากประเทศตรงตม. แล้วเดินผ่านประตูมาขึ้นรถคันเดิม รถจะวิ่งข้ามสะพานพาเราไปอีกฝั่ง สปป.ลาว จากนั้นเราก็ลงรถเพื่อประทับตราขาเข้าประเทศและเสียค่าข้ามแดน เวลานี้ละเราสามารถซื้อซิมหรือแลกเงินได้เลย เราแลกที่ร้านฝั่งตรงข้ามตม.เรทดีนะ 296 แล้วแต่ช่วง เราแลกไป 4,000 บาท กันเผื่อฉุกเฉิน เป็นเงินลาว 1,184,000 กีบ รวยเลยทีนี้ รถคันเดิมจะพาเรามาส่งที่สถานีขนส่ง(ตลาดเช้า) เป็นสถานีสุดท้าย
-ต่อรถบัสสายสีเขียว ไปขนส่งสายเหนือ
-ขึ้นรถตู้ต่อไปวังเวียงตรงฝั่งด้านหลัง รถจะจอดเรียงกันเลือกขึ้นได้เลย ใช้เวลาเดินทางต่อไปวังเวียงประมาณ 4 ชั่วโมงแล้วแต่คนขับจะหวานเย็นหรือเฟี้ยวฟ้าว
เราถึงวังเวียงเวลาประมาณ 14:00 น. อันดับแรกเลยเดินเข้าเมืองหาร้านซื้อซิมเนื่องจากเราซื้อไม่ทันตอนขาเข้าเพราะมัวแลกเงิน แต่มาซื้อที่ร้านนี้ก็ราคาเท่ากับที่เราซื้อตรงตม. เราเลือกแพคเก็ท 3 วัน 10,000 กีบ ร้านอยู่ทางไปร้านอะเมชอล เป็นร้านขายมือถือป้ายสีส้ม มีเน็ตแล้วก็สบายละหาที่พักต่อเลย ด้วยความที่อยากพักติดธรรมชาติหรือไม่ก็ริมแม่น้ำซอง สุดท้ายเต็มจ้า เดินวนหาที่พักจนล้า แนะนำจองมาก่อนก็ดีนะเชื่อเถอะเพราะมาแบกทั้งสัมภาระที่หนักหน่วงและเดินขึ้นเนินของที่พักแต่ละที่บอกเลยว่าเล่นเอาหลังเคล็ด สุดท้ายเราก็ได้ที่พักจ้า
ที่พัก บ้านพักสวนธรรมชาติ ราคา 600 บาท/ห้อง เห้ยราคาดี เป็นเตียงเดี่ยว 3 เตียง เป็นห้องแอร์ ห้องใหญ่พอสมควร ห่างจากแม่น้ำซองไม่ถึง 10 ก้าว
พักผ่อนกันสักนิด อาหารมื้อแรกของเราที่นี่เน้นแบบง่ายๆ แต่อร่อยเลยละ
-คาเฟ่จำปาลาวบังกะโล บรรยากาศยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแสงลับภูเขาผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก มันสงบ ชิวมาก
มองจากตรงนี้ไปจะเห็นบรรยากาศ ที่พักจำปาลาวบังกะโล และวิวภูเขาด้านหลัง
แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า พร้อมกับอากาศที่กำลังเริ่มจะเย็นตัวขึ้น ผิดกับช่วงกลางวันคนละโยดเลย ดีอย่างบอกไม่ถูก
DAY 2 หลังจากได้ข้อตกลงกันเมื่อวาน แพลนของเราในวันนี้คือเราจะไปตามหาหมอกให้มากที่สุด เพราะเมื่อคืนแอบมีฝนปรอยเล็กน้อย
-เช่ามอไชค์ 2 คัน ร้านอยู่ซอยเลยซอย V TOWN (ตลาดกลางคืนวังเวียง) 2 ซอย ร้านพี่แกจะเป็นตึกสีเหลือง ข้างร้านเนื้อย่าง ราคาถูกกว่าหลายๆร้านที่เราสอบถาม รถเกียร์ออโต้คันละ 40,000 กีบ (ไม่รวมน้ำมัน) มีแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวให้เราด้วย ใช้พลาสปอร์ตในการเช่า
-วิถีไบร์ทเกอร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว กับถนนมีจะว่ารุกรังก็น่าจะเกินกว่า เพราะถนนมีแต่ก้อนหิน พร้อมจะล้มตลอดเวลาหากมือและแขนไม่แข็งแรงพอ
เราขับรถออกไปฝั่งตรงข้ามตัวเมือง ตรงที่เราลงรถตู้ ลงไปในซอยจะเจอทางเหมือนไปทุ่งนา เนื่องจากมองไปแล้วเห็นหมอกกับภูเขาแล้วต้องรีบไปเก็บภาพ และสิ่งที่เราได้จากการออกนอกเส้นทางท่องเที่ยว
-ถ้ำจัง ค่าเข้าคนละ 5,000 กีบ จุดนี้เป็นสถานที่ยอดฮิตของวังเวียงอีกที่ ที่ทุกคนต้องรู้จักเมื่อพูดถึง "สะพานส้ม"
จุดตรงสะพานคนแอบเยอะถ้าจะให้ได้รูปดีคงยาก มุมนี้ก็สวยไม่แพ้กันสะพานส้มเหมือนกันพร้อมวิวน้ำใส ภูเขาเขียวขจี เดินข้ามสะพานเข้ามาอีกนิดเลยจ๊ะเพื่อนๆ คราวนี้ละโพสต์เต็มที่ไม่ต้องเขินอายกันเลยทีนี้
-สถานที่ต่อไป บลูลากูล เสียค่ารถข้ามสะพานรถมอไชค์ 2 คัน +3 คน 20,000 กีบ
บรรยากาศระหว่างทางไปบลูลากูล เวลาจะ 9:00 น.ยังมีหมอกเหลือไม่รอช้าแวะสักหน่อย (จากภาพอาจจะไม่ค่อยเห็นหมอกสักเท่าไหร่)
ตกลงกันว่าจะเข้าแค่บลูลากูล 3 เราเลยไม่แวะบลูลากูล 1,2 เพราะดูแล้วคนน่าจะเยอะ เลยขับตรงไปที่ชมวิวถัดไป
-จุดชมวิวผาเงิน ค่าเข้า 10,000 กีบ ระยะทาง25-30 เมตร ดูแล้วน่าจะสบายๆเดินทางนกชมไม้ (แต่ความเป็นจริงไม่เป็นดังฝัน) โห้อย่างโหดระยะทางแค่นี้แต่ใช้เวลารวมแล้ว 1 ซม. ทางขึ้นยิ่งกว่าปีนผาบอกเลยต้องมีสติและดูแลตัวเองดีๆ ทุกย่างก้าวคือความเสี่ยง แนะนำพกน้ำขึ้นไปด้วย เดินผ่านฝูงชนก็มีแต่เสียงให้กำลังใจว่าให้ถึงแล้วๆ สู้ๆนะ แต่พอมองไปทำไมมันดูลิบหลี่ พูดกับเพื่อนเอานะสักครั้งถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้ภูกระดึงก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเรา พอถึงจุดชมวิวแล้วนั่งพักสักนิดชมวิวภูเขา เมือง ความเหนื่อยที่สะสมมาเมื่อกี้หายไปในพริบตา เพราะวิวคุ้มค่ามากที่สักครั้งถ้ามาต้องลอง เป็นการทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย
ถึงบูลลากูล 3 แล้ว สำหรับเราคิดว่าก็เป็นแค่บ่อน้ำสร้างขึ้นมา ก็เลยไม่เข้าเล่นกัน (แต่น้ำเขาเขียวมรกตจริงทุกที่เลย)
เราจึงแว้นกันกะกลับที่พักเพราะสภาพตอนนี้ไม่ไหวแล้ว รถก็สกปรกอยากล้างรถให้พี่แกมากเพราะสงสารหากแกต้องมาล้างเอง ระหว่างทางเราก็เจอสะพานคลองน้ำ น้ำใสและเย็นมากสวยจนอดที่จะลงไปเล่นไม่ไหว เล่นสักพักก็มีน้องๆบ้านอยู่แถวนั้นมาเล่นด้วย คิดแล้วอยากมีเพื่อนพักแบบนี้สักหลัง (เอาจริงๆส่วนตัวเราว่าตรงนี้สวยกว่าบูลลากูล 3 อีก)