บทความเรื่อง "ตัดละ(สักกายทิฏฐิ) เพียงตัวเดียวลงได้อย่างเด็ดขาด ก็บรรลุธรรมได้" ภาคพิเศษ

กระทู้สนทนา

สักกายทิฏฐิ การมีความเห็นว่า ร่างกายนี้เป็นเรา เป็นของเรา (วิธีคิดตัดละก็คือ ร่างกายนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา)



คำถามของคุณ Exampli gratia กับคุณ สมาชิกหมายเลข 2438823 เป็นคำถามแบบเดียวกัน 
(คุณ Exampli gratia เขาสงสัยเรื่อง กามฉันทะ ส่วนคุณ สมาชิกหมายเลข 2438823 สงสัยเรื่อง มานะ)
แต่คำถามของคุณทั้ง 2 คน สามารถใช้คำตอบเดียวกันร่วมกันได้ อธิบายทีเดียวแล้วใช้คำตอบร่วมกันได้เลย 

สาเหตุที่ผู้ศึกษาธรรมเมื่อมาอ่านศึกษาตำรา แล้วก็มักจะมีความสับสนและสงสัยในตรงจุดนี้เหมือนๆกัน ก็เพราะว่า....... 
ปัจจุบันนี้เขามีการสอนกันผิดๆว่า พระโสดาบัน ตัดละสักกายทิฏฐิได้หมดจดแล้ว (ต้นทางของการตีความตำราผิด ทำให้เกิดคำถามย้อนแย้งต่างๆขึ้นมา)

ก็เลยมีคนสงสัย แล้วตั้งคำถามออกมาว่า "ทำไมการตัดละสักกายทิฏฐิถึงง่ายกว่าการละกามครับ?" ออกมา  
(สงสัยเพราะว่า กามฉันทะ มันควรจะต้องอาศัยอยู่บนความรู้สึกว่าเป็นตัวตนของตน มันถึงจะเกิดกำเริบขึ้นได้)
(ถ้าความเห็นว่ามีกายมีตัวมีตน มีของตนเอง มันโดนตัดละไปหมดแล้ว แล้วมันจะเอาอะไรไปกำเริบ?)

ก็เลยมีคนสงสัย แล้วตั้งคำถามออกมาว่า "ทำไม สักกายทิฏฐิ กับ มานะ ไม่ถูกละไปพร้อมกัน?" ออกมา 
(สงสัยเพราะว่า มานะ      มันควรจะต้องอาศัยอยู่บนความรู้สึกว่าเป็นตัวตนของตน มันถึงจะเกิดกำเริบขึ้นได้)
(ถ้าความเห็นว่ามีกายมีตัวมีตน มีของตนเอง มันโดนตัดละไปหมดแล้ว แล้วมันจะเอาอะไรไปกำเริบ?)

เมื่อโดนสอนให้เข้าใจว่า พระโสดาบัน ตัดละสักกายทิฏฐิได้หมดจดแล้ว จึงกลายเป็นงูกินหาง หาคำตอบไม่เจอ อธิบายต่อไม่ได้ (ตอบแบบงงๆกันหมด)
งงว่าทำไมพอตัดละสักกายทิฏฐิ(ร่างกาย)ได้หมดจดแล้ว ทำไมจะต้องไปตัดละ กามฉันทะ และ มานะ ซึ่งเป็นกิเลสที่เนื่องกับร่างกายอีก?
 


จริงๆแล้ว ถ้าคุณตัดละสักกายทิฏฐิได้หมดจดแล้ว คุณก็ไม่ต้องไปตัดละกามฉันทะอีก เพราะกามฉันทะ มันอยู่บนพื้นฐานของการมีร่างกาย 
(มันจะต้องมีกายของตัวเองก่อน เห็นว่าตัวเองมีกายมีตัวมีตนก่อน หลงยืดมั่นในกายของตนเองก่อน แล้วค่อยไปหลงยึดมั่นพอใจในกายของผู้อื่นทีหลัง)

เฉกเช่นเดียวกัน 

ถ้าคุณตัดละสักกายทิฏฐิได้หมดจดแล้ว คุณก็ไม่ต้องไปตัดละมานะ(ถือตัวถือตน)อีก เพราะมานะ ถือตัวถือตน มันอยู่บนพื้นฐานของการมีร่างกาย 
(มันจะต้องมีกายของตัวเองก่อน เห็นว่าตัวเองมีกายมีตัวมีตนก่อน มันถึงจะไปมีมานะถือตัวถือตน ในภายหลังได้)   

เพราะฉนั้น สักกายทิฏฐิ ข้อนี้ มันจะโดนตัดกร๊วบทีเดียวขาดหมดจดเลยไม่ได้ แต่มันจะโดนตัดละไปทีละขั้นๆ ตามการเข้าถึงความเป็นพระอริยะเจ้า 



เรื่องตัดละ สักกายทิฏฐิ นั้น มีคนตีความหมายผิด และ เข้าใจผิดทางกันเยอะมาก  โดยเข้าใจว่า พระโสดาบัน ตัดละสักกายทิฏฐิได้หมดจดแล้ว 
แต่ความจริงแล้ว  ในทางปฏิบัติ พระโสดาบันตัดละสังโยชน์ในข้อนี้ได้เพียงแค่เบาๆเท่านั้น  (ตัดได้เหมือนกัน แต่ตัดได้แค่เบาๆ)

ถ้า สักกายทิฏฐิ ตัดกร๊วบได้ทีเดียวขาดเลย อันนี้แสดงว่าคนผู้นั้นบรรลุความเป็นอรหัตผลแล้ว 
สักกายทิฏฐิ ตัวนี้ จะตัดละได้อย่างเด็ดขาดหมดจด ก็ต่อเมื่อบรรลุอรหัตผลแล้วเท่านั้น
 

สักกายทิฏฐิ เป็นสังโยชน์ที่มีความซับซ้อนเป็นพิเศษ (ไม่เหมือนสังโยชน์ในข้ออื่นๆ)  
เป็นสังโยชน์เพียงข้อเดียว ที่มีความหนักแน่นในการตัดละ 3 ระดับ ตามกำลังใจในการตัดละร่างกาย ของ พระอริยะเจ้า  (นี่คือคำตอบที่คุณหาอยู่) 

(เลื่อนลงไปอ่าน แล้วทำความเข้าใจในคอมเม้นถัดไป ในบทความเรื่อง "ตัดละ(สักกายทิฏฐิ) เพียงตัวเดียวลงได้อย่างเด็ดขาด ก็บรรลุธรรมได้")


แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่