- เราซื้อบ้านผ่อนผ่านสหกรณ์ มธ. โอนและติดจำนองกับสหกรณ์ มธ. ผ่อนโดยหัก ณ ที่จ่าย จากบัญชีเงินเดือน เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 48 ชื่อ น.ส. ศิวาพร ............. (เรียกว่าทรัพท์ส่วนตัวใช่ไหมค่ะ) เราเลี้ยงแม่ ให้แม่เลิกทำงาน เพราะเราทำงานได้แล้ว
- เราแต่งงาน จดทะเบียน 9 พ.ย. 2549 สามี ทำงานไปรษณีย์ เงินเดือน แจ้งในสลิป 0 บาท บางเดือน ติดลบ 1500 บาท
- ด้วยปัญหาเรื่องเงิน สามีไม่มีเงินแถมยังขอเงินไปทำงาน วันละ 100 บาท (ภาระเราทั้งผ่อนบ้าน ดูแล แม่ และลูก )เราจึง เลิกกัน และ แยกกันอยู่ โดย สามี ย้ายไปเช่าห้องอยู่ที่อื่น แต่ยังไม่ได้หย่า มีลูกด้วยกัน 1 คน เรารับเป็นคนเลียงดูเองทั้งหมด สามีไม่มีเงินส่งเสีย
- เดือน กรกฎาคม 2554 สามีเสียชีวิต (อยู่ในทะเบียนสมรส4 ปี 8 เดือน)
ญาติพี่น้อง พ่อ แม่ ของสามี ไม่มีใคร รับทำศพให้
(เราไปติดต่อที่ ไปรษณีย์ และสหกรณ์ไปรษณี เพื่อขอรับเงินค่าทำศพ ) แต่ไม่ได้ เนื่องจาก ทางสหกรณ์ไปรษณีแจ้งว่า ผู้รับผลประโยชน์ คือ บิดา ของผู้เสียชีวิต และ ผู้รับ เงินค่าทำศพอันดับที่ 1 คือ บุตร คนโต (ลูกติดสามี อายุ 11 ปี มารดาของเขาเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว)
#สรุปคือ ไม่ได้เงินค่าทำศพหรือเงินใดๆ จากไปรษณี และสหกรณ์ไปรษณีย์
-เราต้องกู้เงินมาทำศพให้เอง
-หลังจากสามีเสียชีวิต เกิดอุทกภัย ปี 2554
-ได้รับเอกสารติดตาม จากธนาคารออมสิน เนื่องด้วย สามีไปเซ็นค้ำประกันให้เพื่อน เราไปติดต่อ ธนาคาร ยื่นเอกสารต่าง ๆ
-ปี 2559 เรานำบ้านรีไฟแน้นกับสหกรณ์ มธ. ที่เดิม เพื่อนำเงินมาซ่อมแซมบ้าน และใช้หนี้นอกระบบ
-ปี 2560 ได้รับเอกสาร บังคับ คดี อายัดบ้านเพื่อขายทอดตลาด
-เงินเดือนเราก็ยังถูกหักค่าผ่อนบ้านอยู่ทุกเดือน ผ่อนบ้านมา ล้านกว่า เหลือ อีก เก้าแสน กว่า โฉนดบ้านถูกอายัด
-เราถูกตัดสิทธิในการกู้สหกรณ์ ไม่ว่าจะกู้ฉุกเฉินแค่เท่ากับเงินเดือนยังไม่สามารถทำได้
*************************************บ้านที่เราซื้อก่อนแต่งาน ชื่อเราซื้อคนเดียว กลายเป็นสินสมรสได้อย่างไร*************************************
บ้านที่ซื้อผ่อนกับสหกรณ์โดยการหักเงินเดือน ณ ที่จ่าย #ก่อนแต่งงาน ทำไมถึงเป็นสินสมรส
- เราแต่งงาน จดทะเบียน 9 พ.ย. 2549 สามี ทำงานไปรษณีย์ เงินเดือน แจ้งในสลิป 0 บาท บางเดือน ติดลบ 1500 บาท
- ด้วยปัญหาเรื่องเงิน สามีไม่มีเงินแถมยังขอเงินไปทำงาน วันละ 100 บาท (ภาระเราทั้งผ่อนบ้าน ดูแล แม่ และลูก )เราจึง เลิกกัน และ แยกกันอยู่ โดย สามี ย้ายไปเช่าห้องอยู่ที่อื่น แต่ยังไม่ได้หย่า มีลูกด้วยกัน 1 คน เรารับเป็นคนเลียงดูเองทั้งหมด สามีไม่มีเงินส่งเสีย
- เดือน กรกฎาคม 2554 สามีเสียชีวิต (อยู่ในทะเบียนสมรส4 ปี 8 เดือน)
ญาติพี่น้อง พ่อ แม่ ของสามี ไม่มีใคร รับทำศพให้
(เราไปติดต่อที่ ไปรษณีย์ และสหกรณ์ไปรษณี เพื่อขอรับเงินค่าทำศพ ) แต่ไม่ได้ เนื่องจาก ทางสหกรณ์ไปรษณีแจ้งว่า ผู้รับผลประโยชน์ คือ บิดา ของผู้เสียชีวิต และ ผู้รับ เงินค่าทำศพอันดับที่ 1 คือ บุตร คนโต (ลูกติดสามี อายุ 11 ปี มารดาของเขาเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว)
#สรุปคือ ไม่ได้เงินค่าทำศพหรือเงินใดๆ จากไปรษณี และสหกรณ์ไปรษณีย์
-เราต้องกู้เงินมาทำศพให้เอง
-หลังจากสามีเสียชีวิต เกิดอุทกภัย ปี 2554
-ได้รับเอกสารติดตาม จากธนาคารออมสิน เนื่องด้วย สามีไปเซ็นค้ำประกันให้เพื่อน เราไปติดต่อ ธนาคาร ยื่นเอกสารต่าง ๆ
-ปี 2559 เรานำบ้านรีไฟแน้นกับสหกรณ์ มธ. ที่เดิม เพื่อนำเงินมาซ่อมแซมบ้าน และใช้หนี้นอกระบบ
-ปี 2560 ได้รับเอกสาร บังคับ คดี อายัดบ้านเพื่อขายทอดตลาด
-เงินเดือนเราก็ยังถูกหักค่าผ่อนบ้านอยู่ทุกเดือน ผ่อนบ้านมา ล้านกว่า เหลือ อีก เก้าแสน กว่า โฉนดบ้านถูกอายัด
-เราถูกตัดสิทธิในการกู้สหกรณ์ ไม่ว่าจะกู้ฉุกเฉินแค่เท่ากับเงินเดือนยังไม่สามารถทำได้
*************************************บ้านที่เราซื้อก่อนแต่งาน ชื่อเราซื้อคนเดียว กลายเป็นสินสมรสได้อย่างไร*************************************