ถือว่าเป็นกระทู้ที่ระบายความในใจ ที่คิดว่ามันเหตุเป็นผลมากที่สุด
เราอายุ 33 ปี มีแฟนครั้งล่าสุด คือ อายุ 23 ปี ซึ่งใครๆที่รู้ กว่ามักจะบอกว่า นานมากๆ ส่วนมากก็ว่าแปลกอยู่มาได้ยังไง ไม่เหงาเหรอ ........เวลาเหงา มันจัดการทุกอย่างมันได้เองเพราะเคยชินไปแล้ว แฟนคนสุดท้ายของเราตอนอายุ 23 ปี เป็นผู้ชายคนเดียวที่ ดูแลเราดีมากๆ เทคแคร์และดูแลเราเสมอ ต่างจากผู้ชายก่อนหน้านี้ และ ต่างจากผู้ชาย ที่เข้ามาจีบหลังจากเลิกกับคนล่าสุดโดยสิ้นเชิง
ตามชื่อกรทู้ ที่เราบอกว่า เราชอบเจอผู้ชายมาของเงิน เราจะเล่าชีวิตที่ผ่านมาของเราให้ฟังนะ แต่ตัดสินเอาเองแล้วกันคะ
เราทำงานที่เกี่ยวกับบัญชี โดยเป็นเสมียนมาตั้งแต่ ปี 1 หลังจากที่จบม. 6 เราต้องรับผิดชอบทุกอย่างของตัวเราเองหมด เราทำงานด้วยเรียนด้วย แต่สุดท้าย ก็ไม่จบคะ............เพราะไม่ได้โฟกัสที่เรียน แต่โฟกัสที่การทำงาน ไม่ใช่เรื่องดีนะ แต่เราดันรู้สึกว่า ทำงานมันง่ายกว่า เพราะเข้าไปอยู่ในกระบวนการแล้ว เราเรียนรู้มันเองาเรื่อยๆ จนสุดท้ายตัดสินใจ เลิกเรียนและทิ้งไป เราทำงานที่บ้านคะ ออฟฟิศเราใช้บ้านเป็นที่ทำงาน แล้ววันนึง เราก็อยากทำเค้กขึ้นมาเพราะเป็นคนชอบกินเบเกอรี่ แต่ไม่มีเงินก้อนหรอกนะคะ ก็ใช้เงินเดือนที่ทำงานนั่นแหละซื้ออุปกรณ์ พอทำแล้วอร่อย ก็เลยอยากลองดี ทำขายเลย ใช้เงินเดือนนี่แหละซื้อของ แต่ของเบเกอรี่ก็รู้ๆกันอยู่ว่า มันก็ไม่ได้ถูก ก็เลยไปใช้บัตรเครดิตแทน ทีนี้ปัญหาคืออะไรละคะ เป็นหนี้งัย ครึ่งล้าน แล้วงัยต่อ ก็ทำงานต่อไปซิคะ แต่ดันไม่ได้มีความรู้เรื่องการสางตลาด และ จัดระบบ การขาย เพราะ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตมา คือ ทำคนเดียว คิดทุกอย่างเอง เพราะไม่ได้คบใคร ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนล่าสุดมา 5 ปี ก็เริ่มทำเบเกอรี่ ไม่มีคู่คิด ไม่ม่ีพาร์ทเนอร์ แค่ดันอยากทำงัย เพราะเวลาทำบัญชีที่บ้าน มันก็ไม่มีใครมาบังคับ แวะไปทำเบเกอรี่เพิ่มอีกซักหน่อยเพราะชอบ ถามว่า เบเกอรี่มีกำไรมั๊ย ???????? มี แต่เท่าไหร่ละ คือ พลาดตรงที่ไม่ได้ทำบัญชี ทั้งๆที่ตัวเอง ก็ทำบัญชี อย่าเพิ่งด่ากันนะ ............ ตั้งแต่ทำเบเกอรี่มา 90 % คือ อาบน้ำวันละหน เพราะก็ทำเบเกอรี่ทุกขั้นตอน คนเดียว จริงๆ จนกระทั่ง นั่งขายแบบสัปหงก ทุกวันนี้ก็ยังเป็นนะ อะโอเค...........แล้ว เกี่ยวไรกับ มีผู้ชายชอบมาขอเงิน ............ก็คือ เวลาที่มีคนคุยด้วย พอทำความรู้จัก เค้าก็ต้องรู้ใช่ป่ะ ว่าเราทำอะไร ทำงานอะไร แรกๆก็ ไม่ได้มาขอดื้อๆหรอก พอรู้จักกันไปนาน ใช้คำว่ารู้จักนะ เพราะเราไม่ค่อยคบใครง่ายๆ เราชอบทำความรู้จักแบบเพื่อนสนิทมากกกกก คนนึงก่อน ยังไม่ได้เป็นแฟนนะ ก็จะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาและ เราไม่เคยบอกคนที่เราทำความรู้จักนะ ว่าเราเป็นหนี้เท่าไหร่ เพราะมันหน้าอาย แต่เราก็ไม่เคยขอเงินใคร เพราะเราหาเองได้ และเหตุผลที่เราไม่ค่อยจะรีบร้อนคบกับใคร เพราะเราเป็นคนที่จริงจัง ถ้าเกิดจริงจัง แล้วเค้ารู้ว่าเราเป็นหนี้ เค้าก็ไม่โอเคหรอก ใครๆก็ไม้โอเค เค้าคงคิดว่า ถ้าตกลงปลงใจ กูต้องแบกภาระหนี้ด้วยแน่ๆ ก็เลย เลิกคิดเรื่องแต่งงาน หรือ มีแฟนไปเลย เป็นไทเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน หรือ จะครองโสดไปก็ไม่เป็นไร มันเฉยๆ ไปแล้ว คือ เอาง่าย ถึงตอนนี้เราจะเป็นหนี้ แต่เราก็ทำงานผ่อนไปเรื่อยๆ แหละ ถึงมันนานหน่อย เพราะเราทำงานทุกอย่างคนเดียว แต่เราไม่ชอบที่ต้องมาเจ็บใจ เจ็บช้ำกับคนที่เข้ามาแล้วมาคุยเรื่อง เงินๆทองๆกับเรา การตัดสินใจแบบนี้ เราคิดว่า มันโอเคที่สุดแล้ว หนี้ของเรา เราใช้เอง ไม่ต้องมาคิดมากกับเรา
แต่ขอ การที่เราทำงานสองอย่าง ทั้ง การทำบัญชี และการทำขนมขายด้วยก็เถอะ ใช้ มันมีเงินเราไม่เถียง แต่หนี้ ครึ่งล้าน มันก็ไม่ใช่น้อยๆับผู้หญิงตัวคนเดียว ขออย่าได้เข้ามาเพื่อทำงานให้เราทุกข์ใจอีกเลย
ขอบคุณพันทิปที่ให้พิมพ์ยาวๆ และ ขอบคุณคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย
ขอบคุณคะ
เหตุผลที่ยังไม่คบใครเป็นแฟน คือ เพราะมักเจอผู้ชายขอเงิน
เราอายุ 33 ปี มีแฟนครั้งล่าสุด คือ อายุ 23 ปี ซึ่งใครๆที่รู้ กว่ามักจะบอกว่า นานมากๆ ส่วนมากก็ว่าแปลกอยู่มาได้ยังไง ไม่เหงาเหรอ ........เวลาเหงา มันจัดการทุกอย่างมันได้เองเพราะเคยชินไปแล้ว แฟนคนสุดท้ายของเราตอนอายุ 23 ปี เป็นผู้ชายคนเดียวที่ ดูแลเราดีมากๆ เทคแคร์และดูแลเราเสมอ ต่างจากผู้ชายก่อนหน้านี้ และ ต่างจากผู้ชาย ที่เข้ามาจีบหลังจากเลิกกับคนล่าสุดโดยสิ้นเชิง
ตามชื่อกรทู้ ที่เราบอกว่า เราชอบเจอผู้ชายมาของเงิน เราจะเล่าชีวิตที่ผ่านมาของเราให้ฟังนะ แต่ตัดสินเอาเองแล้วกันคะ
เราทำงานที่เกี่ยวกับบัญชี โดยเป็นเสมียนมาตั้งแต่ ปี 1 หลังจากที่จบม. 6 เราต้องรับผิดชอบทุกอย่างของตัวเราเองหมด เราทำงานด้วยเรียนด้วย แต่สุดท้าย ก็ไม่จบคะ............เพราะไม่ได้โฟกัสที่เรียน แต่โฟกัสที่การทำงาน ไม่ใช่เรื่องดีนะ แต่เราดันรู้สึกว่า ทำงานมันง่ายกว่า เพราะเข้าไปอยู่ในกระบวนการแล้ว เราเรียนรู้มันเองาเรื่อยๆ จนสุดท้ายตัดสินใจ เลิกเรียนและทิ้งไป เราทำงานที่บ้านคะ ออฟฟิศเราใช้บ้านเป็นที่ทำงาน แล้ววันนึง เราก็อยากทำเค้กขึ้นมาเพราะเป็นคนชอบกินเบเกอรี่ แต่ไม่มีเงินก้อนหรอกนะคะ ก็ใช้เงินเดือนที่ทำงานนั่นแหละซื้ออุปกรณ์ พอทำแล้วอร่อย ก็เลยอยากลองดี ทำขายเลย ใช้เงินเดือนนี่แหละซื้อของ แต่ของเบเกอรี่ก็รู้ๆกันอยู่ว่า มันก็ไม่ได้ถูก ก็เลยไปใช้บัตรเครดิตแทน ทีนี้ปัญหาคืออะไรละคะ เป็นหนี้งัย ครึ่งล้าน แล้วงัยต่อ ก็ทำงานต่อไปซิคะ แต่ดันไม่ได้มีความรู้เรื่องการสางตลาด และ จัดระบบ การขาย เพราะ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตมา คือ ทำคนเดียว คิดทุกอย่างเอง เพราะไม่ได้คบใคร ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนล่าสุดมา 5 ปี ก็เริ่มทำเบเกอรี่ ไม่มีคู่คิด ไม่ม่ีพาร์ทเนอร์ แค่ดันอยากทำงัย เพราะเวลาทำบัญชีที่บ้าน มันก็ไม่มีใครมาบังคับ แวะไปทำเบเกอรี่เพิ่มอีกซักหน่อยเพราะชอบ ถามว่า เบเกอรี่มีกำไรมั๊ย ???????? มี แต่เท่าไหร่ละ คือ พลาดตรงที่ไม่ได้ทำบัญชี ทั้งๆที่ตัวเอง ก็ทำบัญชี อย่าเพิ่งด่ากันนะ ............ ตั้งแต่ทำเบเกอรี่มา 90 % คือ อาบน้ำวันละหน เพราะก็ทำเบเกอรี่ทุกขั้นตอน คนเดียว จริงๆ จนกระทั่ง นั่งขายแบบสัปหงก ทุกวันนี้ก็ยังเป็นนะ อะโอเค...........แล้ว เกี่ยวไรกับ มีผู้ชายชอบมาขอเงิน ............ก็คือ เวลาที่มีคนคุยด้วย พอทำความรู้จัก เค้าก็ต้องรู้ใช่ป่ะ ว่าเราทำอะไร ทำงานอะไร แรกๆก็ ไม่ได้มาขอดื้อๆหรอก พอรู้จักกันไปนาน ใช้คำว่ารู้จักนะ เพราะเราไม่ค่อยคบใครง่ายๆ เราชอบทำความรู้จักแบบเพื่อนสนิทมากกกกก คนนึงก่อน ยังไม่ได้เป็นแฟนนะ ก็จะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาและ เราไม่เคยบอกคนที่เราทำความรู้จักนะ ว่าเราเป็นหนี้เท่าไหร่ เพราะมันหน้าอาย แต่เราก็ไม่เคยขอเงินใคร เพราะเราหาเองได้ และเหตุผลที่เราไม่ค่อยจะรีบร้อนคบกับใคร เพราะเราเป็นคนที่จริงจัง ถ้าเกิดจริงจัง แล้วเค้ารู้ว่าเราเป็นหนี้ เค้าก็ไม่โอเคหรอก ใครๆก็ไม้โอเค เค้าคงคิดว่า ถ้าตกลงปลงใจ กูต้องแบกภาระหนี้ด้วยแน่ๆ ก็เลย เลิกคิดเรื่องแต่งงาน หรือ มีแฟนไปเลย เป็นไทเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน หรือ จะครองโสดไปก็ไม่เป็นไร มันเฉยๆ ไปแล้ว คือ เอาง่าย ถึงตอนนี้เราจะเป็นหนี้ แต่เราก็ทำงานผ่อนไปเรื่อยๆ แหละ ถึงมันนานหน่อย เพราะเราทำงานทุกอย่างคนเดียว แต่เราไม่ชอบที่ต้องมาเจ็บใจ เจ็บช้ำกับคนที่เข้ามาแล้วมาคุยเรื่อง เงินๆทองๆกับเรา การตัดสินใจแบบนี้ เราคิดว่า มันโอเคที่สุดแล้ว หนี้ของเรา เราใช้เอง ไม่ต้องมาคิดมากกับเรา
แต่ขอ การที่เราทำงานสองอย่าง ทั้ง การทำบัญชี และการทำขนมขายด้วยก็เถอะ ใช้ มันมีเงินเราไม่เถียง แต่หนี้ ครึ่งล้าน มันก็ไม่ใช่น้อยๆับผู้หญิงตัวคนเดียว ขออย่าได้เข้ามาเพื่อทำงานให้เราทุกข์ใจอีกเลย
ขอบคุณพันทิปที่ให้พิมพ์ยาวๆ และ ขอบคุณคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย
ขอบคุณคะ