รสชาติความเป็นคน... EP. 1

กระทู้สนทนา
          วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.43 น. วันนี้ผมตื่นขึ้นมาแบบแปลกๆ ไม่ได้มีความงัวเงีย หรืออยากที่จะนอนต่อ แต่ตื่นขึ้นมากับความหวาดกลัวว่าตนเองกำลังใช้ชีวิตอยู่คนเดียวบนโลกนี้ (ซึ่งผมก็อยู่คนเดียวจริงๆ) ผมมีความคิดที่จะเขียนเรื่องราว เพื่อเล่าถึงชีวิตของผมตลอดระยะเวลา 43 ปีที่ผ่านมา  มานานมากแล้ว แต่ก็มีความลังเล อย่างแรกน่าจะเป็นการใช้ภาษาไทย ซึ่งแม้จะพูดได้ และเขียนได้ แต่การใช้ภาษาไทย ที่ไม่ได้ใช้เขียนมากว่า 20 ปี ทั้งการเรียบเรียง การใช้ และแม้กระทั่งการเว้นวรรคประโยค มันยากมาก และผมจะเขียนที่ไหน แล้วจะเขียนอย่างไรที่จะมีคนสนใจที่จะอ่าน แต่ก็เอาเถอะ เขียนก็เขียน ไม่ต้องเอาแบบอย่างของใคร เอาแบบอย่างของตัวผมเองเนี่ยแหละ      
          การใช้ชีวิตมันไม่ใช่ง่าย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ยากเช่นเดียวกัน ถ้าเราทำความเข้าใจ และความเป็นไปของมันอย่างจริงจัง ใช่ครับ ชีวิตคนมันก็เหมือนตัวละครตัวหนึ่ง ที่ยืนอยู่บนโลกซึ่งเป็น Stage ที่ใหญ่มาก มีทั้ง drama มีทั้ง laughter มีทั้ง tragedy มีทั้ง happiness และ sadness มีทั้งความแน่นนอน และความไม่แน่นอน มีทั้งปาฏิหาริย์ และเรื่องเหลือเชื่อ มีทั้งเลว มีทั้งดี มีทั้งการโกหก ปลิ้นปล่อน กะล่อน ยิ้ม และอีกมากมาย ซึ่งผมขอเรียกทั้งหมดนี้รวมกันว่า "วิชาการเอาตัวรอด หรือ Survival Skills"
          ทุกตัวอักษร ทุกประโยค และทุกเรื่องราวที่ผมเขียนทั้งหมดจากนี้เป็นต้นไป ผมไม่ใช้คำว่า "based on true story" แต่ขอใช้ว่า "truly true story" หรือความจริงที่เกิดขึ้นล้วนๆ ไม่มีแต่งเติม หรือเติมแต่ง และผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นวิทยาทานแด่ผู้อ่าน สิ่งใดควรทำ หรือสิ่งใดควรเลี่ยง และอะไรคือผลที่จะตามมา บังเอิญผมเป็นคนที่มีความจำค่อนข้างดี จึงทำให้ผมสามารถท่ายถอดสิ่งเหล่านี้ โดยไม่คลาดเคลื่อน และผมขอเล่าอย่างละเอียดนะครับ ถ้าเบื่อที่จะอ่านตอนไหน ข้ามได้ ข้ามครับ เพราะแน่นอน มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่กับการใช้ชีวิตของคนแต่ละคน
          ผมเป็นคนกรุงเทพมหานครครับ ซึ่งมีคุณพ่อเชื้อสายจีน มีหลักปักฐานเดิมอยู่ที่อำเภอหนึ่ง ในจังหวัดเชียงราย และคุณแม่เป็นคนไทยแท้ ซึ่งมีหลักปักฐานอยู่เขตหนึ่งในฝั่งธนบุรี ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสบายๆ มีความรับผิดชอบอย่างเดียวคือการเรียน มีน้องสาว 1 คน (เท่าที่ฟังการเล่าต่อๆกันมา) ก่อนผมเกิด ทั้งคุณพ่อ และคุณแม่มีความเป็นอยู่อย่างยากจนแร้นแค้นมาก ทางด้านคุณย่า มีลูกทั้งหมด 8 คน แต่อดตาย ไม่มีจะกิน หรือเพราะโรคร้าย ซึ่งไม่มีเงินที่จะซื้อยารักษา จนเหลือ 3 คน ซึ่งเหลือคุณพ่อของผมเป็นลูกผู้ชายคนกลางเพียงคนเดียว และยึดอาชีพหลักโดยการหิ้วถุงโอเลี้ยงขายตามสนามมวย ส่วนคุณแม่เป็นลูกคนสุดท้องของคุณยาย จากทั้งหมด 6 คน และยึดอาชีพหลักโดยการร้อยพวงมาลัยขาย อยู่ตรงสี่แยกพรานนก ความฝันของผู้หญิงคนนึง ว่าอยากจะสำเร็จการศึกษาทางด้านการพยาบาล แต่ชีวิตกลับต้องหักเห โดยคุณลุง (ซึ่งเป็นแพทย์ ณ ขณะนั้น) ได้ห้ามปรามไว้ จึงเข้ารับการศึกษาในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งในขณะที่เรียน ก็ขายข้าวแกงกับคุณยายอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่คนเราเมื่อชะตาขีวิต มันจะต้องมาพบเจอ และใช้ชีวิตร่วมกัน มันก็มาแบบแปลกๆ คุณพ่อเป็นคนที่มีหัวทางการศึกษาดีมาก จึงสอบชิงทุนที่ดีที่สุดในโลกได้ และเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาต่อจนจบปริญญาเอก ณ ในมลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบ (ข้อเท็จจริง อันนี้ผมไม่ทราบดี) แต่มีคนเล่าว่า ระหว่างคุณพ่อยังคงพอมีเวลาเหลือก่อนจะกลับประเทศไทยเพื่อทำการใช้ทุนการศึกษา ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมือง Cincinnati ในมลรัฐ Ohio โดยการเป็นพ่อค้าขายผลไม้ ส่วนคุณแม่ผมก็ไปซื้อผลไม้ จนได้พบกัน
          พูดไปมันก็เหมือนโลกจะดูสวย อะไรๆเกิดขึ้นอย่างลงตัว เป็นไปตามขั้นตอน และจังหวะของชีวิต แต่ความผิดหวังของแต่ละคนก็มีมิใช่น้อย คุณพ่อซึ่งชอบการเรียน การอ่านหนังสือ แต่เวลาที่จะได้ทำอย่างที่ตัวเองชอบนั้น มันน้อยมากเหลือเกิน เพราะเป็นลูกชายคนเดียว (นอกเสียจากคุณปู่) ที่ต้องรับผิดชอบ ดูแล และเป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนคุณแม่อยากเรียนอีกอย่าง ก็กลับโดนห้ามปรามโดยคุณลุง คุณพ่อไปอยู่สหรัฐอเมริกา โดยการสอบชิงทุน แต่คุณแม่ ไปได้อย่างไร จากฐานะความเป็นอยู่ ณ ขณะนั้น ผมเองยังไม่ได้รับคำตอบจนถึงทุกวันนี้ นอกเสียจากได้รับรู้มาว่า ได้ไปอยู่กับคุณลุงที่เปลี่ยนเป็นสัญชาติเป็นคนอเมริกัน ในขณะที่ทางประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศว่ากำลังขาดแคลนแพทย์ ที่มลรัฐเพนซิลวาเนีย ความผิดหวังของคุณแม่ เกิดจากตัวเอง ซึ่งอยากที่จะไปเรียนต่อ แต่กลับต้องไปเลี้ยงลูกชายของคุณลุง และทำหน้าที่แม่บ้าน จนไม่ได้เรียน (แล้วคุณแม่ทำอย่างไรครับ) ไม่พ้น "การหนี" จากสิ่งที่เกิดขึ้น และนี่ก็เป็นอีก สถานการณ์หนึ่ง ที่ทำให้คุณพ่อ และคุณแม่มาได้มาพบ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่