เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เราได้มีการคุยกับแฟนในเรื่องความสัมพันธ์ เป็นวันที่เขามาบอกกับเราว่า ตอนนี้เขาไม่รู้สึกว่าอยากแต่งงานกับเรา ต่อให้พร้อมก็ไม่แต่งนะ ซึ่งเราก็ได้บอกกลับไปว่า ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้อยากแต่งนะ อยากพร้อมกว่านี้ก่อน แต่เขากลับบอกว่าเขาไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น เขาจะสื่อว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาอยากแต่งงานด้วยแล้ว ไม่เหมือนตอนแรกๆที่ก่อนหน้านี้เขาอยากสร้างครอบครัวกับเรา แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกแบบนั้นแล้ว (หน้าชาจนพูดอะไรไม่ออกแต่ต้องฟอร์มไว้) แต่เขาไม่ได้มีใคร และบอกว่ายังรักเราเหมือนเดิม ไม่ว่าเราจะคิดยังไงก็ช่าง แต่อย่าคิดว่าเขาไม่รักเรา แต่เขาไม่อยากให้เรามาเสียเวลารอ เราทำงานตรงนี้มีโอกาสเจอคนที่ดีอีกเยอะและพร้อมจะดูแลเรา แปลกมากที่เรายอมถอยออกมาแต่โดยดี ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงยื้อสุดชีวิต ไม่ใช่ว่าเราอยากถอยนะ แต่เราท้อเพราะที่ผ่านมาเราเป็นฝ่ายปรับเปลี่ยนและตามเขามาตลอด เราเป็นฝ่ายรอเขาเสมอ รอเขาว่าง รอเขามีเวลาพาไปเที่ยว รอวันที่เขาให้ความสำคัญเราเหมือนเดิม แฟนเราเขาจะจริงจังกับชีวิตมาก ซึ่งเราเข้าใจดีและพร้อมเคียงข้างเขาเสมอและอยากเป็นพลังบวกให้เขาเหมือนที่เคยเป็น แต่วันนี้พลังบวกของตัวเราเองมันไม่เคยได้ถูกเติมมานานมากแล้ว จนพลังในตัวเราหมดในวันนี้จึงไม่มีพลังส่งต่อไปที่เขา
เราคบกับแฟนมา 3 ปี 8 เดือน แฟนเราอายุ 26 ปี เราอายุ 27 ปี แต่ถือว่าเป็นรุ่นเดียวกันเพราะเรียนจบปีเดียวกัน คบกันปีแรกทุกอย่างอินเลิฟมาก เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากๆที่ได้เขาเป็นแฟน เราเติมความรักให้กันเต็มที่ เข้าปีที่สองเริ่มเปิดเผยตัวตนมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ทะเลาะกันบ่อยขึ้นแต่เราก็ยังรักกันดี รักมากกว่าเดิมอีกและเราก็อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขา พอเข้าปีที่สามมีอะไรหลายๆอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตเรา เราเปลี่ยนงานจากเดิมเราเป็นนักจิตวิทยา รับราชการอยู่ที่หนึ่ง แต่พอเราอยากลองเปลี่ยนชีวิต อยากออกจาก comfort zone เดิมๆจึงมาเป็นเซลล์ เราเป็น freight forwarder เพราะเราและแฟนเปลี่ยนงานใหม่พร้อมๆกัน บอกก่อนว่าครอบครัวของเราค่อนข้างหัวโบราณเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ จะเจอกันทุกวันเสาร์ ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ พอเราเริ่มโตขึ้นเราเริ่มโฟกัสที่อนาคตตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่เคยดูแลเขา คอยถาม เป็นห่วงเป็นใย กลับกลายไม่มีเวลาให้เหมือนเดิม คุยกับลูกค้าดึกดื่น จนพักหลังๆไม่ได้คุยกับแฟนเลย เจอกันเราก็เอาแต่ทำงานตอบแชทลูกค้า ไม่ค่อยได้ใส่ใจกันเหมือนเมื่อก่อน เราเริ่มงี่เง่าน้อยลง... และเริ่มมีคนเข้าหาเรามากขึ้น(ไม่ใช่ลูกค้า) ซึ่งแฟนเราเป็นคนฉลาด เขาคงมีเซนต์ของเขา แต่เราไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจจากเขาเลย ที่เราอยากหาเงินเยอะๆ อยากทำชีวิตให้ดีขึ้น เพราะเราอยากให้เขารู้ว่าเราดูแลตัวเองได้และพร้อมที่จะดูแลเขาได้ อยากให้อดทนรออีกนิดพอเราอยู่ตัวแล้วเราจะกลับไปเติมความรักให้เหมือนเดิมเหมือนปีแรกที่เราคบกัน เราทุ่มเทกับงานมาก เพราะเราเพิ่งเริ่มลองทำในสายงานนี้และแบกรับความกดดันค่อนข้างมาก และเราก็ทำสำเร็จ โดยที่แฟนก็สนับสนุนมาโดยตลอดให้กำลังใจตลอด จนเราประสบความสําเร็จเรียกได้ว่ารายได้เรามากมายจากงานนี้ จนเรามองข้ามความสัมพันธ์ที่มีอยู่ เพราะคิดว่าที่มีแบบนี้ก็ดีแล้วคิดแค่ว่ารอก่อนนะ ถ้าเราทำได้แล้วเราจะทำความสัมพันธ์ของเราให้ดีขึ้น จนไม่ทันได้คิดว่าเขากำลังจะจากไป...
ตอนนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว เรากลับเสียใจมากว่าทำไมไม่ยื้อเขาไว้ เราเริ่มทำได้และงานเราก็กำลังไปได้ดีมีเวลาให้เขาแล้ว ติดแค่ตอนนี้เขาไม่อยู่กับเราแล้ว เราได้แต่ทำในสิ่งที่อยากทำให้เขาในวันที่มันสายไป เราอยากดูแลเขา ดูแลบ้านเขาเหมือนที่ดูแลพ่อกับแม่เราเอง อยากทำเหมือนที่เคยทำให้ตอนแรก เรารู้ดีว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่ทำแบบนี้ แต่เราแค่อยากทำตามความตั้งใจเดิมอยากเห็นรอยยิ้มเขา ความสดใสของผู้ชายคนนี้ และรอยยิ้มที่สดใสของเราที่เขาเคยบอกว่ามันสดใสมากที่สุด มันเจ็บปวดที่ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นความสุขของเขาแต่ตอนนี้เราไม่ใช่ ทุกวันนี้เราก็มีไลน์หาและโทรหาบ้าง ซึ่งเขาดูดีใจทุกครั้งที่เราทักไป ส่วนเขาก็มีไลน์มาคุย บอกคิดถึง และมีเจอกันบ้าง ชวนกันไปนุ่นนี้บ้าง คือความรู้สึกเราสองคนต่างก็เหมือนเดิม พฤติกรรมแบบเดิม แค่สถานะเปลี่ยนไป ตอนนี้เราสับสนไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถ้าลุยด้วยการขอคบต่อจะดีมั้ย จะเสียหน้ามั้ยถ้าเขาปฏิเสธ หรือควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป?
แฟนบอกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่าเรายังไม่รู้สึกอยากแต่งงานกับเธอ
เราคบกับแฟนมา 3 ปี 8 เดือน แฟนเราอายุ 26 ปี เราอายุ 27 ปี แต่ถือว่าเป็นรุ่นเดียวกันเพราะเรียนจบปีเดียวกัน คบกันปีแรกทุกอย่างอินเลิฟมาก เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากๆที่ได้เขาเป็นแฟน เราเติมความรักให้กันเต็มที่ เข้าปีที่สองเริ่มเปิดเผยตัวตนมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ทะเลาะกันบ่อยขึ้นแต่เราก็ยังรักกันดี รักมากกว่าเดิมอีกและเราก็อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขา พอเข้าปีที่สามมีอะไรหลายๆอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตเรา เราเปลี่ยนงานจากเดิมเราเป็นนักจิตวิทยา รับราชการอยู่ที่หนึ่ง แต่พอเราอยากลองเปลี่ยนชีวิต อยากออกจาก comfort zone เดิมๆจึงมาเป็นเซลล์ เราเป็น freight forwarder เพราะเราและแฟนเปลี่ยนงานใหม่พร้อมๆกัน บอกก่อนว่าครอบครัวของเราค่อนข้างหัวโบราณเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ จะเจอกันทุกวันเสาร์ ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ พอเราเริ่มโตขึ้นเราเริ่มโฟกัสที่อนาคตตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่เคยดูแลเขา คอยถาม เป็นห่วงเป็นใย กลับกลายไม่มีเวลาให้เหมือนเดิม คุยกับลูกค้าดึกดื่น จนพักหลังๆไม่ได้คุยกับแฟนเลย เจอกันเราก็เอาแต่ทำงานตอบแชทลูกค้า ไม่ค่อยได้ใส่ใจกันเหมือนเมื่อก่อน เราเริ่มงี่เง่าน้อยลง... และเริ่มมีคนเข้าหาเรามากขึ้น(ไม่ใช่ลูกค้า) ซึ่งแฟนเราเป็นคนฉลาด เขาคงมีเซนต์ของเขา แต่เราไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจจากเขาเลย ที่เราอยากหาเงินเยอะๆ อยากทำชีวิตให้ดีขึ้น เพราะเราอยากให้เขารู้ว่าเราดูแลตัวเองได้และพร้อมที่จะดูแลเขาได้ อยากให้อดทนรออีกนิดพอเราอยู่ตัวแล้วเราจะกลับไปเติมความรักให้เหมือนเดิมเหมือนปีแรกที่เราคบกัน เราทุ่มเทกับงานมาก เพราะเราเพิ่งเริ่มลองทำในสายงานนี้และแบกรับความกดดันค่อนข้างมาก และเราก็ทำสำเร็จ โดยที่แฟนก็สนับสนุนมาโดยตลอดให้กำลังใจตลอด จนเราประสบความสําเร็จเรียกได้ว่ารายได้เรามากมายจากงานนี้ จนเรามองข้ามความสัมพันธ์ที่มีอยู่ เพราะคิดว่าที่มีแบบนี้ก็ดีแล้วคิดแค่ว่ารอก่อนนะ ถ้าเราทำได้แล้วเราจะทำความสัมพันธ์ของเราให้ดีขึ้น จนไม่ทันได้คิดว่าเขากำลังจะจากไป...
ตอนนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว เรากลับเสียใจมากว่าทำไมไม่ยื้อเขาไว้ เราเริ่มทำได้และงานเราก็กำลังไปได้ดีมีเวลาให้เขาแล้ว ติดแค่ตอนนี้เขาไม่อยู่กับเราแล้ว เราได้แต่ทำในสิ่งที่อยากทำให้เขาในวันที่มันสายไป เราอยากดูแลเขา ดูแลบ้านเขาเหมือนที่ดูแลพ่อกับแม่เราเอง อยากทำเหมือนที่เคยทำให้ตอนแรก เรารู้ดีว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่ทำแบบนี้ แต่เราแค่อยากทำตามความตั้งใจเดิมอยากเห็นรอยยิ้มเขา ความสดใสของผู้ชายคนนี้ และรอยยิ้มที่สดใสของเราที่เขาเคยบอกว่ามันสดใสมากที่สุด มันเจ็บปวดที่ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นความสุขของเขาแต่ตอนนี้เราไม่ใช่ ทุกวันนี้เราก็มีไลน์หาและโทรหาบ้าง ซึ่งเขาดูดีใจทุกครั้งที่เราทักไป ส่วนเขาก็มีไลน์มาคุย บอกคิดถึง และมีเจอกันบ้าง ชวนกันไปนุ่นนี้บ้าง คือความรู้สึกเราสองคนต่างก็เหมือนเดิม พฤติกรรมแบบเดิม แค่สถานะเปลี่ยนไป ตอนนี้เราสับสนไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถ้าลุยด้วยการขอคบต่อจะดีมั้ย จะเสียหน้ามั้ยถ้าเขาปฏิเสธ หรือควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป?