ใจความหลักๆ เลยคือเรารู้สึกเหมือนถูก "เจ้านายหลอกให้คบกับผัวน้อยของเขา"
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ 5 เดือนก่อน...
เราเปลี่ยนงาน ย้ายไปทำงานบริษัทของคนรู้จัก(ของแม่) เจ้านายเราเป็นผู้หญิง เราไปทำงานเหมือนเป็นเลขาดูแลเอกสารให้เขา เข้างานก่อนตี 5 ทุกวัน เราจึงตัดสินใจย้ายไปนอนที่ทำงานเลย(เป็นอาคารพานิชย์) ชั้นล่างเป็นออฟฟิศ ชั้นบนมีเราพักอยู่คนเดียว
เจ้านายเราอายุ 48 ปี เขาแนะนำให้เรารู้จักและเป็นเพื่อนกับพนักงานอีกคน ซึ่งอายุ 21 ปี (เราอายุ 26 ปี)
เอาแบบคร่าวๆ เลยคือเรากับน้องเพื่อนร่วมงานก็สนิทกันมากขึ้นทุกวัน จนเจ้านายเชียร์ให้คบกันเลย เป็นแฟนกันเลย เดี๋ยวสู่ขอให้เองเลย อะไรทำนองนั้น
ตัวเราก็เริ่มรู้สึกว่าเริ่มชอบ เริ่มมองเป็นอย่างอื่น มันค่อยๆ รู้สึกไปเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน เจ้านายมักถามเราตลอดว่าเป็นไงกัน ถึงขั้นไหนแล้ว มีอะไรกันหรือยัง ป้องกันไหม คอยถามเรื่องส่วนตัวเราตลอด ซึ่งคำตอบคือยัง... ยังไม่มีอะไรลึกซึ้ง (แต่ก็มีถูกเนื้อต้องตัวกัน เกือบไปบ้าง)
จนวันนึงที่มันเริ่มมีโมเม้นที่มันมากกว่าเพื่อน เราก็คิดว่าเราคงชอบแล้วแหละ แต่ก็อยากดูๆ ไปก่อน
เวลาผ่านไปจนเข้าเดือนที่ 4 น้องคนนั้นมานอนอยู่กับเราที่ออฟฟิศ เจ้านายมาเห็น เขาไล่เราออกไปข้างนอกห้อง แล้วบอกว่าเขามีเรื่องจะคุยกัน ซึ่งเรางงมาก พอเขาคุยกันเสร็จ ตามเราออกมา เราก็เอะใจถามเขาไปว่ามีอะไรที่เราต้องรู้ไหม พวกพี่มีความสัมพันธ์อะไรทำนองนั้นกันใช่ไหม...
เขายอมรับว่าใช่...
ตอนนั้นเราได้แต่บอกว่าเราโอเค เราไม่เป็นไร เพราะยังไงก็ยังไม่มีอะไรกัน
สิ่งที่เขาสารภาพกับเราคือ เจ้านายเขาเชียร์แบบนั้น ให้คนอื่นในที่ทำงานได้ยิน เพราะคนอื่นในที่ทำงานสงสัยเรื่องเจ้านายกับเด็กผู้ชายอายุ 21 ... เขาเลยเชียร์ให้คนอื่นเห็นว่าเขาเชียร์นะ เขาสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน พวกเขาสองคนเลยตัดสินใจดึงเราเข้าไปเป็นฉากกั้น แต่พอเรากับผู้ชายคนนั้นสนิทกันมาก เขาก็เลยคุยกันบอกให้ผู้ชายห่างออก แต่ผู้ชายดันรู้สึกชอบเราขึ้นมามันเลยเกิดปัญหาขึ้น
เราเสียความรู้สึก
เราตั้งคำถาม ถามเขากลับไปว่า เราเคยทำอะไรให้พวกเขาหรอ ทำไมต้องทำอะไรแบบนี้กลับเรา... เขาก็ตอบไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถามกลับว่า เราโตมาแบบไหน ทำไมดูพวกเขาไม่ออกว่าเขาสนิทกันขนาดไหน บอกว่าเราโตมาในทุ่งลาเวนเดอร์ มองโลกในแง่ดีเกินไป
ปัญหามันคงจบง่ายๆ หลังจากนั้นเราก็หางานใหม่และย้ายของออกจากที่นั่นแล้ว
แต่ทำไมเราติดใจกับคำพูดของเจ้านายเราที่เขาถามเรา เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเราเลย...
เราเบื่อที่เรามีความคิดว่าเขาเองก็มีลูกสาว ขอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับลูกเขาบ้าง เขาจะได้รู้สึกแย่เหมือนที่เรารู้สึก แต่มันตีกันอยู่ข้างในว่า ลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เราจะไปคิดแช่งเขาทำไม ทุกวันนี้มันมีความคิดแบบนี้ในหัวตีกันอยู่บ่อยๆ คิดว่าสักวันคงหาย แต่ผ่านมาเป็นเดือนๆ แล้ว เราออกจากตรงนั้นมาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเบื่อที่ติดอยู่กับความคิดนี้
มันไม่ดีกับตัวเราเลย สุขภาพจิตเสียหมดแล้ว แบบนี้ควรแก้ไขหรือรักษายังไงดีคะ
ถูกเจ้านายเชียร์ให้คบกับผัวน้อยของเขา
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ 5 เดือนก่อน...
เราเปลี่ยนงาน ย้ายไปทำงานบริษัทของคนรู้จัก(ของแม่) เจ้านายเราเป็นผู้หญิง เราไปทำงานเหมือนเป็นเลขาดูแลเอกสารให้เขา เข้างานก่อนตี 5 ทุกวัน เราจึงตัดสินใจย้ายไปนอนที่ทำงานเลย(เป็นอาคารพานิชย์) ชั้นล่างเป็นออฟฟิศ ชั้นบนมีเราพักอยู่คนเดียว
เจ้านายเราอายุ 48 ปี เขาแนะนำให้เรารู้จักและเป็นเพื่อนกับพนักงานอีกคน ซึ่งอายุ 21 ปี (เราอายุ 26 ปี)
เอาแบบคร่าวๆ เลยคือเรากับน้องเพื่อนร่วมงานก็สนิทกันมากขึ้นทุกวัน จนเจ้านายเชียร์ให้คบกันเลย เป็นแฟนกันเลย เดี๋ยวสู่ขอให้เองเลย อะไรทำนองนั้น
ตัวเราก็เริ่มรู้สึกว่าเริ่มชอบ เริ่มมองเป็นอย่างอื่น มันค่อยๆ รู้สึกไปเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน เจ้านายมักถามเราตลอดว่าเป็นไงกัน ถึงขั้นไหนแล้ว มีอะไรกันหรือยัง ป้องกันไหม คอยถามเรื่องส่วนตัวเราตลอด ซึ่งคำตอบคือยัง... ยังไม่มีอะไรลึกซึ้ง (แต่ก็มีถูกเนื้อต้องตัวกัน เกือบไปบ้าง)
จนวันนึงที่มันเริ่มมีโมเม้นที่มันมากกว่าเพื่อน เราก็คิดว่าเราคงชอบแล้วแหละ แต่ก็อยากดูๆ ไปก่อน
เวลาผ่านไปจนเข้าเดือนที่ 4 น้องคนนั้นมานอนอยู่กับเราที่ออฟฟิศ เจ้านายมาเห็น เขาไล่เราออกไปข้างนอกห้อง แล้วบอกว่าเขามีเรื่องจะคุยกัน ซึ่งเรางงมาก พอเขาคุยกันเสร็จ ตามเราออกมา เราก็เอะใจถามเขาไปว่ามีอะไรที่เราต้องรู้ไหม พวกพี่มีความสัมพันธ์อะไรทำนองนั้นกันใช่ไหม...
เขายอมรับว่าใช่...
ตอนนั้นเราได้แต่บอกว่าเราโอเค เราไม่เป็นไร เพราะยังไงก็ยังไม่มีอะไรกัน
สิ่งที่เขาสารภาพกับเราคือ เจ้านายเขาเชียร์แบบนั้น ให้คนอื่นในที่ทำงานได้ยิน เพราะคนอื่นในที่ทำงานสงสัยเรื่องเจ้านายกับเด็กผู้ชายอายุ 21 ... เขาเลยเชียร์ให้คนอื่นเห็นว่าเขาเชียร์นะ เขาสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน พวกเขาสองคนเลยตัดสินใจดึงเราเข้าไปเป็นฉากกั้น แต่พอเรากับผู้ชายคนนั้นสนิทกันมาก เขาก็เลยคุยกันบอกให้ผู้ชายห่างออก แต่ผู้ชายดันรู้สึกชอบเราขึ้นมามันเลยเกิดปัญหาขึ้น
เราเสียความรู้สึก
เราตั้งคำถาม ถามเขากลับไปว่า เราเคยทำอะไรให้พวกเขาหรอ ทำไมต้องทำอะไรแบบนี้กลับเรา... เขาก็ตอบไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถามกลับว่า เราโตมาแบบไหน ทำไมดูพวกเขาไม่ออกว่าเขาสนิทกันขนาดไหน บอกว่าเราโตมาในทุ่งลาเวนเดอร์ มองโลกในแง่ดีเกินไป
ปัญหามันคงจบง่ายๆ หลังจากนั้นเราก็หางานใหม่และย้ายของออกจากที่นั่นแล้ว
แต่ทำไมเราติดใจกับคำพูดของเจ้านายเราที่เขาถามเรา เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเราเลย...
เราเบื่อที่เรามีความคิดว่าเขาเองก็มีลูกสาว ขอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับลูกเขาบ้าง เขาจะได้รู้สึกแย่เหมือนที่เรารู้สึก แต่มันตีกันอยู่ข้างในว่า ลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เราจะไปคิดแช่งเขาทำไม ทุกวันนี้มันมีความคิดแบบนี้ในหัวตีกันอยู่บ่อยๆ คิดว่าสักวันคงหาย แต่ผ่านมาเป็นเดือนๆ แล้ว เราออกจากตรงนั้นมาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเบื่อที่ติดอยู่กับความคิดนี้
มันไม่ดีกับตัวเราเลย สุขภาพจิตเสียหมดแล้ว แบบนี้ควรแก้ไขหรือรักษายังไงดีคะ