ถ้าเอาไปลงเกมถุงมือคงต้องเดาออกเป็นแน่แท้ ว่าชากาละมังแน่นวล
อย่ากระนั้นเลย ลงมู้ดีกว่า เนอะออท่านมาสเตอร์GTW
เรื่องสั้นที่อาจจะยาวในอนาคตนี้ เขียนตามแนวถนัดของผมเลย คือแนวแอ๊บซะแตก เอ้ย แอบสะแต๊ก เอ้ย AbStract ทางวรรณกรรมนั่นแล อาจจะปนๆกลื่นและรสของ Psychedelic ตามแนวท่านอาจานมาบ้าง กลิ่นป่าบรรยายจ๋าแบบออท่านชายขอบคันนายาวบ้าง (ก็มันไปคล้ายเองง่า)
คำเตือน เรื่องสั้นที่อาจยาวเรื่องนี้ มีความยากลำบากในการตีความและทำอันตรายต่อความเข้าใจของท่าน (ก็บอกแล้วว่าแอ๊บซะแตก)
เลื่อนไปอ่านชื่อเรื่องอีกที แล้วท่านจะเข้าใจ(แค่ไหนก็ไม่รู้)
ผมเงยหน้าขั้นมาพบกับความประหลาดใจอย่างที่สุด
ผมกำลังยืนบนถนนคอนกรีตกลางเมือง
ด้านซ้ายห่างๆเป็นตลาดที่มีผู้คนบางตา
ด้านขวาไกลๆเป็นผนังคอนกรีตกว้างใหญ่และมีถนนอยู่ด้านบน
ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย...
"แป๊นนนน!" ความตกใจลอยมากับเสียงแตรรถด้านหลัง แต่ยังน้อยกว่าความตกใจที่พบว่าตัวเองยืนอยู่และกำลังก้าวขาที่หุ้มด้วยผ้ายีนส์สีซีดมอซอและรองเท้าแตะเบาหวิว เดินหลบรถบรรทุกแตงโมมายืนข้างถนน แล้วมีมือขวาห่อด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน มากดหัวยุ่งๆให้ต่ำลงมาจากตำแหน่งปัจจุบัน
ชิ้ง..
คนขับรถโบกมือซ้ายแบบปาดๆแล้วขับรถจากไป
ชิ้ง...
เสียงปุริ๊งงิ๊งปะทุขึ้นในมโนสำนึกพอให้รู้สึกถึงความมีตัวตนของมัน ตามด้วยตัวหนังสือแถบหนึ่ง
[ค้นพบเมือง/รองเท้าที่ใช้/กางเกงที่ใส่/เสื้อที่สวม/รูปแบบทรงผม/การขออภัย/การให้อภัย]
ผมสะบัดหน้าไล่มโนและท่องคาถาป้องกันไม่ให้มันกลับมาอีก"ท่าจะบ้า"
[เรียนรู้ภาษา] มะเหงกพุ่งเข้าประชิดกะโหลกและก่นในใจ ๐..มาเดะอ้าย[เรียนรู้วิธีทำร้ายตัวเอง]..๐
ความเงียบมากับชัยชนะ ผมทำท่าสะใจอย่างบ้าคลั่ง
"อ้ายบ้าเอ๊ย" เสียงก่นจากแม่ค้าขายอาหาร
"นี่มันที่ไหนกันเนี่ยยย" สัญชาติญาณบ่งบอกว่าเซลความคุ้นเคยได้จากไปแล้ว และคงอีกสิบสามชาติกว่าถึงจะกลับมาอีก
"ว้อยยย" ผมเริ่มออกเดินไปข้างหน้าและสำรวจเมืองไปด้วย ท่ามกลางสายตาและความรู้สึกประหลาดของผู้คน ที่มีอ้ายบ้าคนหนึ่งยกมะเหงกติดหงีบไปตลอดการเดิน
つづく
ปล.หงีบเป็นภาษาชั้นสูงแปลว่าขมับ
ปล2. ทุกอย่างในเรื่องผมจิ้นขึ้นมาเองทั้งหมด ไม่ได้มีพื้นฐานจากเรื่องจริงแต่อย่างใด
ปล.3 เรื่องเก่า สามารถอ่านประกอบความไม่เข้าใจได้

🎭
https://pantip.com/topic/38063675
ณ.ที่ใดที่ใกล้ที่ไกลที่แห่งหนึ่ง
อย่ากระนั้นเลย ลงมู้ดีกว่า เนอะออท่านมาสเตอร์GTW
เรื่องสั้นที่อาจจะยาวในอนาคตนี้ เขียนตามแนวถนัดของผมเลย คือแนวแอ๊บซะแตก เอ้ย แอบสะแต๊ก เอ้ย AbStract ทางวรรณกรรมนั่นแล อาจจะปนๆกลื่นและรสของ Psychedelic ตามแนวท่านอาจานมาบ้าง กลิ่นป่าบรรยายจ๋าแบบออท่านชายขอบคันนายาวบ้าง (ก็มันไปคล้ายเองง่า)
คำเตือน เรื่องสั้นที่อาจยาวเรื่องนี้ มีความยากลำบากในการตีความและทำอันตรายต่อความเข้าใจของท่าน (ก็บอกแล้วว่าแอ๊บซะแตก)
เลื่อนไปอ่านชื่อเรื่องอีกที แล้วท่านจะเข้าใจ(แค่ไหนก็ไม่รู้)
ผมเงยหน้าขั้นมาพบกับความประหลาดใจอย่างที่สุด
ผมกำลังยืนบนถนนคอนกรีตกลางเมือง
ด้านซ้ายห่างๆเป็นตลาดที่มีผู้คนบางตา
ด้านขวาไกลๆเป็นผนังคอนกรีตกว้างใหญ่และมีถนนอยู่ด้านบน
ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย...
"แป๊นนนน!" ความตกใจลอยมากับเสียงแตรรถด้านหลัง แต่ยังน้อยกว่าความตกใจที่พบว่าตัวเองยืนอยู่และกำลังก้าวขาที่หุ้มด้วยผ้ายีนส์สีซีดมอซอและรองเท้าแตะเบาหวิว เดินหลบรถบรรทุกแตงโมมายืนข้างถนน แล้วมีมือขวาห่อด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน มากดหัวยุ่งๆให้ต่ำลงมาจากตำแหน่งปัจจุบัน
ชิ้ง..
คนขับรถโบกมือซ้ายแบบปาดๆแล้วขับรถจากไป
ชิ้ง...
เสียงปุริ๊งงิ๊งปะทุขึ้นในมโนสำนึกพอให้รู้สึกถึงความมีตัวตนของมัน ตามด้วยตัวหนังสือแถบหนึ่ง
[ค้นพบเมือง/รองเท้าที่ใช้/กางเกงที่ใส่/เสื้อที่สวม/รูปแบบทรงผม/การขออภัย/การให้อภัย]
ผมสะบัดหน้าไล่มโนและท่องคาถาป้องกันไม่ให้มันกลับมาอีก"ท่าจะบ้า"
[เรียนรู้ภาษา] มะเหงกพุ่งเข้าประชิดกะโหลกและก่นในใจ ๐..มาเดะอ้าย[เรียนรู้วิธีทำร้ายตัวเอง]..๐
ความเงียบมากับชัยชนะ ผมทำท่าสะใจอย่างบ้าคลั่ง
"อ้ายบ้าเอ๊ย" เสียงก่นจากแม่ค้าขายอาหาร
"นี่มันที่ไหนกันเนี่ยยย" สัญชาติญาณบ่งบอกว่าเซลความคุ้นเคยได้จากไปแล้ว และคงอีกสิบสามชาติกว่าถึงจะกลับมาอีก
"ว้อยยย" ผมเริ่มออกเดินไปข้างหน้าและสำรวจเมืองไปด้วย ท่ามกลางสายตาและความรู้สึกประหลาดของผู้คน ที่มีอ้ายบ้าคนหนึ่งยกมะเหงกติดหงีบไปตลอดการเดิน
つづく
ปล.หงีบเป็นภาษาชั้นสูงแปลว่าขมับ
ปล2. ทุกอย่างในเรื่องผมจิ้นขึ้นมาเองทั้งหมด ไม่ได้มีพื้นฐานจากเรื่องจริงแต่อย่างใด
ปล.3 เรื่องเก่า สามารถอ่านประกอบความไม่เข้าใจได้
https://pantip.com/topic/38063675