น้องคนนึงที่ตอนนี้แย่เลยหลังไปดูมา นอย- เครียด นอยโลก อึดอัดแล้วเขารู้สึกอารมณ์รุนแรงฉุนเฉียว
จนผมต้องไปดูเพื่อจะมาคุยกับเขา แต่ต้องบอกเลยว่า พอไปดูเรื่องนี้แล้ว ผมเฉยๆ
ส่วนตัวผมเป็นคนชอบดูหนัง ดูอาทิตยละสองเรื่องแต่ไม่ค่อยเอามาเล่า
เวลาดูก็จะอินกับหนัง ร้องไห้ หัวเราะปกติ
ในส่วนของ JOKER ภาพ เพลงประกอบ ตัวละคร บท ผมว่าได้คะแนนดีเยี่ยม
แต่ความสมจริงผมว่ายังขาดไปหลายส่วนเช่น
ในตอนแรกอาเธอร์ เผลอปืนลั่น แสดงว่า ยิงปืนไม่เป็น
แต่ที่รถไฟใต้ดินกลับยิงคนทั้งสองคนในระยะที่ตัวเองล้มอยู่ตรงพื้นและที่สำคัญ ในตอนที่ อาเธอร์เดินตามไปยิงคนที่สาม
ระยะห่างน่าจะไม่น้อยกว่า 16 เมตร นับจากเสาแต่ละต้นช่วงจะประมาณ 4 เมตรต่อต้น
อาเธอร์เดินผ่านประมาณ 4 ช่วงเสา ซึ่งเป้าหมายเคลื่อนที่ ยากมากหากไม่เคยฝึกแล้วจะยิงโดน
อาเธอร์ เขียนหนังสือด้วยมือซ้าย แต่ยิงปืนมือขวา(อันนี้ผมพอเดาได้ว่า นี่คือสาเหตุที่ตัวหนังสือที่เขาเขียนมันยึกยือจนอ่านไม่ค่อยชัด ส่วนตัวหนังสือที่ เน้นกดลงบนกระดาษจนเข้มนั้นรวมถึงการเขียนและการขีดฆ่าอย่างย้ำๆ เป็นอาการของคนที่มีความรุนแรงและเก็บกดอยู่ในตัวทางจิตวิทยา)
จุดแตกหักที่หนังพยายามสื่ออารมณ์การเลือกข้างของความดีและความชั่วคือ
ฉากที่ อาเธอร์ นั่งในรถบัส ที่กำลังเดินทางไป โรงพยาบาล อาคัม เพื่อไปหาความจริงเกี่ยวกับแม่ของตนและการที่ตนถูกรับเลี้ยงมา ตามคำบอกของ โทมัส เวนย์
ภาพที่สื่ออารมณ์ที่ ผู้กำกับสื่อออกมาคือ อาเธอร์ นั่งเบาะหลัง กึ่งกลางระหว่างเส้นแบ่งหน้าต่างระหว่างสองฝั่งและกระจกด้านหลังถูกขีดเขียนด้วยถ้อยคำหยาบคายและสื่อให้เห็นถืงความไร้ระเบียบและความรุนแรง
นั้นเปรียบเสมือน เขากำลังอยู่กึ่งกลางของ การเลือกข้าง
เมื่อได้รู้ความจริง เขาเลือกข้างไปยังฝั่งความรุนแรงทันที
ฆ่าแม่บุญธรรมตัวเอง แต่ความเห็นของผม สิ่งที่เป็นปมในใจเขาคือ เขาอายุมากแล้วแต่อยู่กับแม่มาตลอด
ในปมเรื่องนี้ ฝรั่งจะเข้าใจดีเพราะว่า สังคมในบ้านเขา อายุ 14 ส่วนใหญ่ต้องออกจากบ้านมาทำงานหรืออยู่ด้วยตัวเอง นั้นเป็นสาเหตุที่ อาเธอร์โกรธแค้นที่ตนเองต้องโดนหัวเราะเยาะที่ต้องอยู่กับแม่มาตั้งนานแล้วเก็บเป็นความกดดัน อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากคือ แม่บุญธรรมเขา โกหกเขามาตลอด จึงเป็นจุดแตกหัก
ในโลกความเป็นจริง
ตามกฏของธรรมชาติ สังคมเรามี เหยื่อ กับ นักล่า แฝงอยู่ตั้งแต่ในป่าถึงบ้านเมืองศิวิไลย์อย่างเราๆนี่แหล่ะ
มันไม่มีหรอกความยุติธรรม ความยุติธรรม ถูกสร้างโดยผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่ชีวิต
หากคุณคือชนชั้นล่าง อย่าพยายามหาความยุติธรรม มันไม่มี!!
คุณต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมที่คุณต้องการ นี่คือกฏธรรมชาติ
เพราะหากคุณพยายามเรียกร้องมัน โดยที่คุณไม่ลงมือไขว่คว้ามัน คุณคือเหยื่อ!!
แต่คำถามสำคัญคือ หนทางที่คุณได้มา ไม่ว่าจะเป็น เงิน หรืออำนาจ เพื่อสร้างความยุติธรรมของคุณเองนั้น
มันมาแบบไหน ทำร้ายใคร เอาเปรียบใคร มาหรือไม่ อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญกว่า
อาเธอร์ อาจกล่าวอ้างว่า "ความยุติธรรมไม่มี" ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ และหลายคนที่ติดตามเขาล้วนอ้างตนเองเป็นเหยื่อ เพื่อทำลายผู้อื่นแสวงหาเงินและอำนาจเพื่อหาความยุติธรรม
อาเธอร์ กลายเป็น JOKER
แล้วบรูซ เวยน์ล่ะ ที่พ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้า ทำไมไม่ผันตัวเองมาทำลายสังคม ทำไมผันตัวเองกลายเป็น �BATMAN ทำไมบรูซ ถึงต้องก้าวข้ามตัวเองจากความโกรธ ความเกรี้ยวกราดทั้งหลายแล้วเลือกปกป้องผู้คน
JOKER ถึงกลายเป็นคู่ปรับตัวสำคัญของ BATMAN เพราะเป็นการได้รับความอยุติธรรมแต่คนสองคนนี้
เลือกอยู่คนละข้าง
คนนึงทำลายโลก อีกคนช่วยโลก
แล้วเราเองล่ะ แม้ว่าในวันนี้ไม่ได้รับความยุติธรรมใดๆก็ตาม เราเลือกใช้ชีวิตและเป้าหมายอย่างไรกัน
สิ่งที่เราเลือกและลงมือทำมัน จะกลายเป็นตัวตนของเรา!!!
"ถึงแม้ว่าคุณเป็นเหยื่อ จงกลายเป็นเหยื่อที่แข็งแรงที่สุดที่นักล่าวิ่งตามไม่ทัน จนวันนึงมันอดอาหารแล้วตายไปเอง"
“นอย-จะฆ่าคนเพราะดู JOKER”
จนผมต้องไปดูเพื่อจะมาคุยกับเขา แต่ต้องบอกเลยว่า พอไปดูเรื่องนี้แล้ว ผมเฉยๆ
ส่วนตัวผมเป็นคนชอบดูหนัง ดูอาทิตยละสองเรื่องแต่ไม่ค่อยเอามาเล่า
เวลาดูก็จะอินกับหนัง ร้องไห้ หัวเราะปกติ
ในส่วนของ JOKER ภาพ เพลงประกอบ ตัวละคร บท ผมว่าได้คะแนนดีเยี่ยม
แต่ความสมจริงผมว่ายังขาดไปหลายส่วนเช่น
ในตอนแรกอาเธอร์ เผลอปืนลั่น แสดงว่า ยิงปืนไม่เป็น
แต่ที่รถไฟใต้ดินกลับยิงคนทั้งสองคนในระยะที่ตัวเองล้มอยู่ตรงพื้นและที่สำคัญ ในตอนที่ อาเธอร์เดินตามไปยิงคนที่สาม
ระยะห่างน่าจะไม่น้อยกว่า 16 เมตร นับจากเสาแต่ละต้นช่วงจะประมาณ 4 เมตรต่อต้น
อาเธอร์เดินผ่านประมาณ 4 ช่วงเสา ซึ่งเป้าหมายเคลื่อนที่ ยากมากหากไม่เคยฝึกแล้วจะยิงโดน
อาเธอร์ เขียนหนังสือด้วยมือซ้าย แต่ยิงปืนมือขวา(อันนี้ผมพอเดาได้ว่า นี่คือสาเหตุที่ตัวหนังสือที่เขาเขียนมันยึกยือจนอ่านไม่ค่อยชัด ส่วนตัวหนังสือที่ เน้นกดลงบนกระดาษจนเข้มนั้นรวมถึงการเขียนและการขีดฆ่าอย่างย้ำๆ เป็นอาการของคนที่มีความรุนแรงและเก็บกดอยู่ในตัวทางจิตวิทยา)
จุดแตกหักที่หนังพยายามสื่ออารมณ์การเลือกข้างของความดีและความชั่วคือ
ฉากที่ อาเธอร์ นั่งในรถบัส ที่กำลังเดินทางไป โรงพยาบาล อาคัม เพื่อไปหาความจริงเกี่ยวกับแม่ของตนและการที่ตนถูกรับเลี้ยงมา ตามคำบอกของ โทมัส เวนย์
ภาพที่สื่ออารมณ์ที่ ผู้กำกับสื่อออกมาคือ อาเธอร์ นั่งเบาะหลัง กึ่งกลางระหว่างเส้นแบ่งหน้าต่างระหว่างสองฝั่งและกระจกด้านหลังถูกขีดเขียนด้วยถ้อยคำหยาบคายและสื่อให้เห็นถืงความไร้ระเบียบและความรุนแรง
นั้นเปรียบเสมือน เขากำลังอยู่กึ่งกลางของ การเลือกข้าง
เมื่อได้รู้ความจริง เขาเลือกข้างไปยังฝั่งความรุนแรงทันที
ฆ่าแม่บุญธรรมตัวเอง แต่ความเห็นของผม สิ่งที่เป็นปมในใจเขาคือ เขาอายุมากแล้วแต่อยู่กับแม่มาตลอด
ในปมเรื่องนี้ ฝรั่งจะเข้าใจดีเพราะว่า สังคมในบ้านเขา อายุ 14 ส่วนใหญ่ต้องออกจากบ้านมาทำงานหรืออยู่ด้วยตัวเอง นั้นเป็นสาเหตุที่ อาเธอร์โกรธแค้นที่ตนเองต้องโดนหัวเราะเยาะที่ต้องอยู่กับแม่มาตั้งนานแล้วเก็บเป็นความกดดัน อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากคือ แม่บุญธรรมเขา โกหกเขามาตลอด จึงเป็นจุดแตกหัก
ในโลกความเป็นจริง
ตามกฏของธรรมชาติ สังคมเรามี เหยื่อ กับ นักล่า แฝงอยู่ตั้งแต่ในป่าถึงบ้านเมืองศิวิไลย์อย่างเราๆนี่แหล่ะ
มันไม่มีหรอกความยุติธรรม ความยุติธรรม ถูกสร้างโดยผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่ชีวิต
หากคุณคือชนชั้นล่าง อย่าพยายามหาความยุติธรรม มันไม่มี!!
คุณต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมที่คุณต้องการ นี่คือกฏธรรมชาติ
เพราะหากคุณพยายามเรียกร้องมัน โดยที่คุณไม่ลงมือไขว่คว้ามัน คุณคือเหยื่อ!!
แต่คำถามสำคัญคือ หนทางที่คุณได้มา ไม่ว่าจะเป็น เงิน หรืออำนาจ เพื่อสร้างความยุติธรรมของคุณเองนั้น
มันมาแบบไหน ทำร้ายใคร เอาเปรียบใคร มาหรือไม่ อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญกว่า
อาเธอร์ อาจกล่าวอ้างว่า "ความยุติธรรมไม่มี" ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ และหลายคนที่ติดตามเขาล้วนอ้างตนเองเป็นเหยื่อ เพื่อทำลายผู้อื่นแสวงหาเงินและอำนาจเพื่อหาความยุติธรรม
อาเธอร์ กลายเป็น JOKER
แล้วบรูซ เวยน์ล่ะ ที่พ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้า ทำไมไม่ผันตัวเองมาทำลายสังคม ทำไมผันตัวเองกลายเป็น �BATMAN ทำไมบรูซ ถึงต้องก้าวข้ามตัวเองจากความโกรธ ความเกรี้ยวกราดทั้งหลายแล้วเลือกปกป้องผู้คน
JOKER ถึงกลายเป็นคู่ปรับตัวสำคัญของ BATMAN เพราะเป็นการได้รับความอยุติธรรมแต่คนสองคนนี้
เลือกอยู่คนละข้าง
คนนึงทำลายโลก อีกคนช่วยโลก
แล้วเราเองล่ะ แม้ว่าในวันนี้ไม่ได้รับความยุติธรรมใดๆก็ตาม เราเลือกใช้ชีวิตและเป้าหมายอย่างไรกัน
สิ่งที่เราเลือกและลงมือทำมัน จะกลายเป็นตัวตนของเรา!!!
"ถึงแม้ว่าคุณเป็นเหยื่อ จงกลายเป็นเหยื่อที่แข็งแรงที่สุดที่นักล่าวิ่งตามไม่ทัน จนวันนึงมันอดอาหารแล้วตายไปเอง"