นับถอยหลังสู่ฮาโลวีน !!countdown to halloween!! แปล Creepypasta มาให้อ่านกันค่ะ 7 วัน 7 เรื่อง



เนื่องจากเจ้าของกระทู้ตื่นเต้นกับฟีลวันฮาโลวีนที่กำลังมาถึงมาก  เพราะว่าพอดคาสท์ที่จขกท.ชอบฟังทำโปรเจคพิเศษแบบเล่าเรื่องสยองขวัญทุกวันไปจนถึงวันฮาโลววีน (full body chills podcast)
จขกท.เลยอยากเอามาแชร์บ้าง  (อารมณ์คนมันอินน่ะเนอะ)
จะแปลมาให้อ่านกัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 นะคะ  ลงตอนดึกๆสี่ทุ่มห้าทุ่ม

มีคำหยาบบ้างตามเนื้อหาในต้นฉบับนะคะ

ลิงค์ต้นฉบับนะคะ


Autopilot
 
            เคยมีสักครั้งไหมที่คุณลืมโทรศัพท์ของตัวเอง

            ตอนไหนที่คุณรู้สึกตัวว่าคุณลืมมัน  คงไม่ใช่แค่การที่อยู่ดีๆคุณก็ตบไปที่หน้าผากของตัวเองแล้วอุทานออกมาว่า “แม่_งเอ๊ย”  การรู้สึกตัวมันคงไม่ได้มาเองตามธรรมชาติ  ส่วนใหญ่  คุณจะเริ่มหาโทรศัพท์ของคุณ  คลำหาในกระเป๋ากางเกงหรือในกระเป๋าถือ  และเริ่มสงสัยในชั่วขณะว่าทำไมมันไม่อยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่  แล้วคุณก็จะเริ่มทบทวนไปถึงกิจวัตรของตัวเองที่ผ่านมาเมื่อเช้านี้

            แม่_ง

            ในกรณีของผม  โทรศัพท์ปลุกผมให้ตื่นเหมือนตามปกติ  แต่พอผมมองหน้าจอก็ได้รู้ว่าแบตเตอรี่ของมันเหลือน้อยกว่าที่ผมคิดเอาไว้  มันเป็นโทรศัพท์ใหม่และมีลักษณะที่น่ารำคารอย่างหนึ่งคือการปล่อยให้แอพพิเคชั่นทำงานทั้งคืนจนกินแบตฯในเครื่องไปมาก  พอรู้อย่างนั้น  ผมก็เอามันไปเสียบกับที่ชาร์ตแทนที่จะเอาไปใส่ไว้ในกระเป๋าอย่างเช่นทุกครั้ง  มันคือการที่กิจวัตรประจำวันของผมหลุดหายไปชั่วขณะจากที่มันเคยเป็นแบบเดิมทุกวัน  แต่ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น   พอผมเข้าไปอาบน้ำ  สมองของผมก็กลับมาทำงานในกระบวนการขั้นตอนของกิจวัตรประจำวันที่ผมเคยทำเหมือนเดิมในทุกๆเช้า  และทั้งหมดก็มีแค่นั้นแหละ  

            ทั้งหมดคือการหลงลืม

            และมันก็ไม่ใช่แค่การที่ผมเริ่มจะหลงๆลืมๆ  มันมีผลการวิจัยรองรับจริงๆ  นี่คือเรื่องของกระบวนการการทำงานของสมอง  สมองของคุณไม่ได้ทำงานแค่เพียงสเต็ปเดียว  มันมีความซับซ้อน  เหมือนกับเวลาที่คุณเดินไปที่ไหนซักที่  คุณคิดถึงจุดมุ่งหมายนั้นและพยายามหลักเลี่ยงสิ่งที่จะมาขัดขวาง  แต่คุณไม่ได้คิดถึงวิธีการที่ขาทั้งสองข้างของคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างถูกวิธี  เพราะถ้าคุณคิดถึงมัน  โลกทั้งโลกคงกลายเป็นที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนกับท่าเดินตลกๆเลียนแบบเกมQWOP  ผมไม่ได้คิดถึงวีธีการหายใจ  สิ่งที่ผมคิดคือผมควรจะแวะซื้อกาแฟระหว่างทางหรือเปล่า(ซึ่งผมซื้อมัน)  ผมไม่ได้คิดถึงวิธีการที่จะเคลื่อนที่อาหารเช้าของผมไปสู่ลำไส้  สิ่งที่ผมคิดคือเย็นนี้ผมจะเลิกงานทันที่จะไปรับเอมิลี่ลูกสาวของผมกลับจากเนอสเซอรี่ได้ทันเวลาหรือว่าจะต้องเสียค่าล่วงเวลาให้กับคนที่ดูแลเธอ  สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริง  สเต็ปการทำงานของสมองของคุณที่ประมวลผลเป็นกิจวัตร  เพื่อที่สมองส่วนอื่นจะได้เหลือไว้คิดถึงเรื่องอื่นได้

            ลองคิดถึงมันสิ  คิดถึงนาทีที่เพิ่งผ่านมาของคุณ  คุณจำอะไรได้บ้างไหม  น้อยมากใช่ไหมล่ะ  อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องพื้นฐานมันจะเบลอรวมกันเป็นหนึ่งเดียว  และก็มีการพิสูจน์แล้วว่าการพยายามจำทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆให้ได้ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องยากมาก  ดังนั้นพอเราทำอะไรสักอย่างบ่อยๆเข้ามันจะเริ่มกลายเป็นกิจวัตร  ทำต่อไปเรื่อยๆแล้วเราจะเลิกคิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับสิ่งนั้นเพื่อให้สมองเปลี่ยนไปทำงานกับภาพรวมของกิจวัตรทั้งหมดแทน  สมองของคุณจะทำงานแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆโดยที่คุณไม่ได้คิดถึงมัน  ไม่นาน  สิ่งที่คุณคิดจะเปลี่ยนเป็นทำยังไงให้กิจวัตรของคุณลุล่วงเหมือนกับที่ขาของคุณยังคงก้าวต่อไปเพื่อให้ร่างกายของคุณมุ่งไปข้างหน้า

            คนส่วนใหญ่เรียกมันว่าออโต้ไพลอท  แต่มันก็มีอันตรายอยู่เหมือนกัน  เช่นถ้าคุณแหกกฎอะไรสักอย่างในกิจวัตรของคุณ  ความสามารถในการจดจำและประมวลผลสิ่งที่ต่างออกไปนั้นดีพอๆกับความสามารถที่สมองของคุณจะหยุดระบบกิจวัตรนั้นซะ  การที่สมองของผมจะจดจำว่าโทรศัพท์ถูกชาร์ตอยู่บนโต๊ะมันจะส่งผลให้การทำงานทั้งหมดออกนอกระบบกิจวัตรซึ่งมันถูกกำหนดให้จำว่าโทรศัพท์ถูกใส่ไว้ในกระเป๋า  แต่ผมไม่ได้หยุดให้ตัวเองยังคงดำเนินกิจวัตรเดิมๆต่อไป  ผมเข้าไปอาบน้ำตามปกติ  กิจวัตรเริ่มตั้นขึ้น  ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือการหลงลืมของผม

            ออโต้ไพลอทเกิดจุดติดขัด

            อีกไม่นานสมองของผมก็กลับเข้าสู้กิจวัตรอีกครั้ง  ผมอาบน้ำ  โกนหนวด  พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้อากาศดี  ผมทำอาหารเช้าให้เอมิลี่และอุ้มเธอไปนั่งที่รถ(เธอน่ารักมากเมื่อเช้านี้  บ่นเรื่องแดดจ้าที่ทำให้เธอแสบตา  บอกว่ามันทำให้เธอไม่สามารถงีบระหว่างทางไปเนอสเซอรี่ได้)  และผมก็ขับรถออกจากบ้าน  ทั้งหมดมันคือกิจวัตรที่ไม่ได้สำคัญว่าโทรศัพท์ของผมจะอยู่ตรงที่ชาร์ตหรือเปล่า  เพราะสมองของผมยังคงทำงานตามระบบของมันต่อไป  และในระบบเหล่านั้นมันถูกกำหนดไว้ว่าโทรศัพท์ของผมอยู่ในกระเป๋า  นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงลืม  ไม่ใช่จากความเซ่อซ่า  ไม่ใช่ความละเลย  ไม่มีอะไรมากไปกว่าสมองของผมทำงานไปตามกิจวัตรของมันแล้วลืมที่จะเขียนข้อยกเว้นสิ่งที่ต่างออกไปลงไปด้วย

            ออโต้ไพลอทเกิดจุดติดขัด

            ผมออกรถเพื่อไปทำงาน  มันคือวันที่อากาศร้อนชวนเหงื่อท่วม  แดดที่ร้อนเกินไปออกฤทธิ์ตั้งแต่ผมยังไม่รู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์  พวงมาลัยรถร้อนเกินที่จะจับ  ผมได้ยินเสียงเอมิลี่ลุกเปลี่ยนที่นั่งเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า  แต่ผมต้องมุ่งหน้าไปทำงาน  ส่งรายละเอียดงาน  เข้าร่วมประชุมเช้า  จนถึงช่วงพักดื่มกาแฟผมถึงเพิ่งเริ่มค้นหาโทรศัพท์ของผม  ผมพยายามนึกย้อนกลับไปทุกอย่าง  จนเริ่มนึกขึ้นได้ถึงแบตเตอรรี่ที่เกือบจะหมด  ผมจำได้ว่าเอามันไปเสียบกับที่ชาร์ต  ผมจำได้ว่าวางมันไว้ตรงนั้น

            โทรศัพท์ของผมอยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            ออโต้ไพลอทเกิดจุดติดขัด

            คงต้องบอกอีกครั้ง  นี่แหละภาพลวงตาที่อันตราย  จนกว่าคุณจะมาถึงช่วงเวลานั้น  ช่วงเวลาที่คุณเริ่มหาโทรศัพท์ของตัวเอง  และภาพลวงตาก็แตกสลายลง  ในเมื่อสมองส่วนนั้นยังคงอยู่ในกิจวัตร  มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะตั้งคำถามถึงรายละเอียดข้างในนั้น  นี่แหละว่าทำไมมันถึงเรียกว่ากิจวัตร  การกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  มันไม่ง่ายอย่างที่ใครๆอยากจะพูดว่า ‘ทำไมไม่จำให้ได้ล่ะว่านายวางเอาไว้  มันเกิดขึ้นกับนายไม่ใช่เหรอ  จะลืมได้ยังไงกัน  นายจะต้องเป็นคนประมาทเลินเล่อแน่ๆ’  สิ่งนั้นมันไม่ตรงประเด็นเลย  สมองของผมบอกกับผมว่ากิจวัตรของผมเป็นไปตามปกติ  มันละเลยความเป็นจริงที่ไม่ถูกต้อง  มันไม่ใช่การที่ผมลืมโทรศัพท์ของตัวเอง  ถ้าว่าไปตามที่สมองของผมกำหนดไว้  ว่าไปตามที่กิจวัตรของผมดำเนินไปตามระบบของมัน  โทรศัพท์ผมอยู่ในกระเป๋า  แล้วทำไมผมจะต้องตั้งคำถามถึงมันล่ะจริงไหม  ทำไมผมจะต้องเช็ค  ทำไมอยู่ดีๆผมถึงจะต้องนึกขึ้นมาได้  แบบอยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาว่าผมวางมันไว้บนโต๊ะที่บ้าน

            สมองของผมผูกเข้ากับกิจวัตร  และกิจวัตรเหล่านั้นกำหนดไว้ว่าโทรศัพท์ของผมอยู่ในกระเป๋า

            วันทำงานของผมดำเนินต่อไปจนถึงเวลาพัก  อากาสในตอนเช้าส่งผลมาถึงอาการไข้แดดในช่วงบ่าย ถนนราดยางบวมนูนขึ้นมา  แสงแดดจัดส่องลงมาโดยตรงเป็นลางว่าจะทำให้ถนนแตกเป็นเส้น  ผู้คนเปลี่ยนจากสั่งกาแฟมาเป็นน้ำปั่นเย็นๆ  แจกเก็ตถูกถอดออกอย่างไม่เหลือเยื่อใย  แขนเสื้อถูกม้วนขึ้น  เนคไทถูกปรับให้หลวมลง  คิ้วย่นเข้าหากัน  สวนสาธารณะเริ่มเต็มไปด้วยคนมานอนอาบแดดและตั้งเตาบาบีคิว  ขอบหน้าต่างแทบจะบิดงอ  เทอร์โมมิเตอร์มีทีท่าจะนูนบวม  ขอบคุณจริงๆที่ออฟฟิสของผมมีเครื่องปรับอากาศ

            แต่ก็อย่างเช่นทุกครั้ง  อากาศเย็นตัวลงในตอนเย็น  แค่อีกวันหนึ่งที่ผ่านไป  อีกดอลล่าที่ผมต้องเสีย  ยังคงหงุดหงิดที่ตัวเองลืมโทรศัพท์  ผมขับรถกลับบ้าน   อากาศในตอนกลางวันทำให้ภายในรถของผมกลายเป็นเตาอบ  ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นมาจากที่ไหนสักที่  ผมมุ่งหน้าสู่ถนนทางเข้าบ้าน  หินบนพื้นหยุดชะงักทุกความผ่อนคลายภายใต้ความเหนื่อยล้าของผม  ภรรยาของผมมายืนรออยู่ที่หน้าประตู

            “แอมิลี่ล่ะ”

            ชิ_พหา_ยแล้ว

            อย่างกับว่าลืมโทรศัพท์ยังไม่แย่พอ  หลังจากทุกสิ่งทุกอย่างผมดันลืมเอมิลี่เอาไว้ที่เนอสเซอรี่  ผมรีบขับรถอย่างไวเพื่อไปที่นั่น  ผมไปถึงประตูและเริ่มเตรียมคำแก้ตัวเอาไว้ในใจ  แอบนึกสงสัยอย่างไร้สาระว่าจะใช้เสนห์ของผมเพื่อหลีกเลี่ยงค่าล่วงเวลาได้หรือเปล่านะ  ผมเจอกระดาษแผ่นหนึ่งแปะไว้ที่หน้าประตู

            “เนื่องจากมีการปรับปรุงข้ามคืนโปรดใช้ประตูด้านข้าง  แค่เฉพาะวันนี้เท่านั้น”

            ข้ามคืน  ยังไงล่ะ  ประตูก็ยังโอเคเมื่อเช้—

            ตัวของผมแข็งทื่อ  เข่าเริ่มสั่น

            มีการปรับปรุง  เกิดจุดเปลี่ยนในกิจวัตรของผม

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            ผมไม่ได้มาที่นี่เมื่อเช้านี้

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            ผมขับผ่านมันไปเพราะตอนนั้นมัวแต่ดื่มกาแฟอยู่  ผมไม่ได้ส่งเอมิลี่ลง

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            เธอย้ายที่นั่งของเธอ  ผมไม่เห็นเธอในกระจกมองหลัง

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            เธอเผลอหลับไปท่ามกลางแดดร้อนจัด  เธอไม่ได้ทักท้วงผมตอนที่ขับรถผ่านเนอสเซอรี่

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            เธอเปลี่ยนบางสิ่งในกิจวัตร

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            เธอเปลี่ยนบางสิ่งในกิจวัตร  และผมลืมที่จะส่งเธอลงจากรถ

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน

            เก้าชั่วโมง  ในรถนั้น  ในแสงแดดจัดนั่น  ไม่มีอากาศ  ไม่มีน้ำ  ไม่มีพละกำลัง  ไม่มีความช่วยเหลือ  ท่ามกลางอากาศร้อนๆ  พวงมาลัยร้อนเกินกว่าที่จะจับ

            กลิ่นแปลกๆนั่น

            ผมเดินตรงไปที่รถ  สมองมึนทื่อ  ตัวสั่น

            ผมเปิดประตูรถ

            โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะที่บ้าน  และลูกสาวของผมตายแล้ว

            ออโต้ไพลอทได้รับการปลดปล่อย
 
 
 
 
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่