รีวิววิธีเรียนจบแล้วได้งานทำเลย🤨🤨
ผมไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนขยัน และเรียนจบมาด้วยเกรดที่ไม่ได้สวยเลย แต่ผมได้งานทำตั้งแต่วันแรกที่ผมเรียนจบ
บางทีผมก็มีความคิดนะว่าทำไมคนถึงตกงานกันเยอะ และทำไมยอด นศ. จบใหม่ที่ตกงานก็เพิ่มมากขึ้น เพราะอะไร ❓❓❓❓
เพราะเลือกงาน ?
เพราะ ขก. ?
เพราะ บริษัทไม่จ้าง ?
หรือเพราะไม่พยายามที่จะหางานทำกัน ?
ที่มารีวิวผมไม่ได้จะมาอวดหรือมาบอกว่าตัวเองดีตัวเองเก่งนะครับแค่อยากมาแชร์เผื่อมันจะเป็นประโยชน์กับใครบางคน
#เดียวมาต่อนครับแต่ขอรู้เหตุผลและความคิดเห็นของเพื่อนๆหน่อยว่าทำไมนักศึกษาจบใหม่ถึงตกงานกันได้ ทั้งไที่พึ่งจบมาวิชาน่าจะกำลังลังร้อนและสิ่งที่เรียนมาก็น่าจะเข้ากับยุคและสมัย
ขั้นตอนที่ 1 การสมัคร
- ผมว่าการเลือกบริษัทก็มีผลต่อการสมัครนะครับแต่ความหมายของการเลือกของผมคือเลือกบริษัทที่ใกล้ที่พักและเดินทางสะดวก อีกทั้งรูปแบบงานที่เหมาะสมกับเราจริงๆ จากแระสบการณ์การสัมภาษณ์ของผมนั้นทุกบริษัทจะถามถึงที่อยู่ที่พักอาศัยการเดินทางสะดวกไมไกมมากหรือป่าว
- สำหรับใบสมัครกรอกในครบและละเอียดที่สุดถ้าสามารถแนบพอตหรือเรซูเม่ได้ก็จงแนบไป เพราะมันมีผมอย่างมากต่อการพิจารณาเรียกเข้ารับการสัมภาษณ์ อีกอย่างทุกการสมัครมักจะมีให้เรากรอกแนะนำตัวหรือความสามารถเพิ่มเติม อันนี้ก็สำคัญนะครับเพราะบริษัทเค้าก็อยากรู้ว่าคุณเป็นคนยังไงและเค้าจะได้อะไรจากตัวเราบ้างในการรับเข้ามาเป็นพนักงาน ผมเชื่อว่าไม่มีบริษัทไหนที่ต้แงการพนักงานที่ทำเป็นอยู่แค่อย่างเดียวแน่นอนครับ เพราะแบบนี้เราจึงควรแนะนำตัวเองไปพอสังเขต
ขั้นตอนที่ 2 การรับการสัมภาษณ์
-เมื่อไหร่ที่เค้าเรียกคุณเข้ารับการสัมภาษณ์แล้วล่ะก็นั่นเท่ากับเค้าเลือกที่จะรับคุณเข้าไปทำงานแล้ว 50% แต่ 50% นี่ก็หายไปได้ถ้าคุณไม่ตั้งใจกับมัน
-สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์
1.พอต (ยิ่งหนายิ่งดี) หนาคือหนางานนะครับไม่ใช่หนาเพราะกระดาษที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลย เพราะพอตคือสิ่งนึ่งที่บอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดว่าเรามีความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน ที่ผมบอกว่ามันสำคัญมากเพราะผมถูกบริษัทตกลงรับเข้าทำงานด้วย พอต ตั้ง 3 บริษัท ขอคุยหน่อย อิอิ บริษัทขนาดใหญ่ด้วยนร้าาา แหะๆ เพราะฉะนั้นจงตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดทำเสร็จแล้วจงเอามาศึกษา และทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ในพอตของตนเองต้องจำให้ได้ว่าในพอตเราใส่อะไรลงไปบ้าง เพราะเค้ามันจะถามก่อนเสมอว่าเรามีอะไรไปให้เค้าดู ซึ่งถ้าเราตอบได้เลยโดยที่ไม่ต้องดึงพิตมาเปิดแล้วบอกว่าในนั้นมีอะไร มันอาจจะกลายเป็นความประทับใจแรกเจอก็ได้นะครับ จงทำตัวเหมือนคนฉลาดถึงเราจะไม่ฉลาดก็ตาม5555เหมือนผมนี่ไง
2.บุคลิกภาพ จงอย่าแสดงความกลัวออกมาให้เค้าเห็นเด็ดขาด เพราะถ้าคุณกลัวเท่ากับคุณยังไม่พร้อม ซึ่งมันหมายความว่าคุณขาดการเตรียมตัวที่ดี การแต่งเอาให้เรียบร้อยที่สุดดูดีที่สุดในแบบของคุณ และอย่ากลัวที่จะตั้งคำถามกับบริษัทที่เรียกคุณสัมภาษณ์ ถามไปเถอะครับ เค้ารอให้คุณถามอยู่ เพราะนี่ก็เป็นอีกอย่างที่บอกบอกว่าคุณเป็นคนรอบคอบและใส่ใจ อย่ากลัว อิอิ
3.เอกสาร คุณจะรู้อยู่แล้วว่าคุณควรเตรียมอะไรไปบ้างเพราะวันที่มีการเรียกสัมภาษณ์เค้าต้องแจ้งคุณแล้วว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง จงเตรียมให้ครบเพราะมันคือความละเอียดและความใส่ใจที่สำคัญที่สุด
ขั้นตอนที่ 3 การให้สัมภาษณ์
-เมื่อเข้าไปนั่งให้สัมภาษณ์สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ นั่งให้นิ่ง พยายามแสดงความเป็นมืออาชีพเข้าไว้ จงมั่นใจและคิดว่าฉันไม่ได้มาง้อคุณฉันมาเพื่อเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ (แต่ไม่ใช่กิริยาที่ดูหยิ่งนะครับ แหะๆ)
-แน่นอนสิ่งควรเป็นการเริ่มต้นการพูดคือไหว้และจงแนะนำตัวเอง ชื่อจริง/ชื่อเล่น/จบอะไรมาจากไหน/พูดเสร็จก็จงนั่งยิ้มเข้าไว้ วางตัวให้สง่างามที่สุด จากนั้นก็แค่รอคำถาม
✨✨✨สิ่งที่มักเจอเมื่อสัมภาษณ์✨✨✨
1.คำถามยอดฮิตที่ทุกบริษัทจะถาม
- ทำไมคุณถึงอยากมาทำงานที่นี่
- คุณมีอะไรที่คนอื่นไม่มี
- ทำไมเราถึงต้องรับคุณ
- พักอยู่ไหนเดินทางมายังไงสะดวกรึป่าว(ถึงจะอยู่ไกลออกไป100โลนั่งรถ10ต่อ จงตอบยิ้มแล้วตอบไปว่า เดินทางง่ายมาเลยแปปเดียวก็ถึง
- ตอนเรียนอยู่เคยทำกิจกรรมอะไรบ้าง (เราว่าข้อนี้โครตสำคัญเลยนะคำถามดูง่ายมากแต่คำตอบเนียโคตรสำคัญต่อชีวิตของเราเลยก็ว่าได้นะข้อนี้อ่ะ สำหรับใครที่บอกว่าฉันมาเรียนจะทำกิจกรรมให้เหนื่อยไปทำไมเราอยากบอกว่าทำไปเถอะเพราะนั่นมันอาจมีผลที่จะช่วยคุณให้ได้งานก็เป็นได้ อย่างที่ผมเคยบอกไว้ตอนแรกว่าไม่มีบริษัทไหนต้องกสรพนักงานที่ทำเป็นแค่อย่างเดียว อีกอย่างประสบการณ์การทำงานกิจกรรมในมหาลัยนั้นมันจะทำให้ที่ทำงานที่คุณไปสมัครได้รู้ว่าคุณสามารถทนแรงกดดันได้มากแค่ไหน เพราะการทำงานไม่ใช่แค่นั่งรับคำสั่งแต่คุณต้องสามารถสั่งได้ด้วย
⚡️เอาจริงหลังจากหมดคำถามพวกนี้ไปคุณจะเจอคำถามที่มันแบบเห้ยถามไปทำไมว่ะ555 อย่างเช่น ที่มหาลัยเรียนเป็นไงบ้าง รู้สึกยังไงบ้าง⚡️ จงตอบไปแบบสง่าตอบแบบว่าฉันมีความสุขที่สุดในโลก55
😘เดียวคิดอะไรได้จะมาเล่าให้ฟังใหม่นะครับ หรือใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติมทักมาสอบถามได้นะครับยินดีครับ😘 ส่วนใครสนใจ อยากได้ตัวอย่างพอตและเรซูเม่ทั้งมาได้เลยไม่หวง😘
สุดท้าย : จงทำทุกอย่างไม่ให้เลือเรา เพราะเราต้องเป็นคนเลือก / ฝันให้พอดีตัวและค่อยก้าวเดิน
รีวิววิธีเรียนจบแล้วได้งานทำเลย🤨🤨
ผมไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนขยัน และเรียนจบมาด้วยเกรดที่ไม่ได้สวยเลย แต่ผมได้งานทำตั้งแต่วันแรกที่ผมเรียนจบ
บางทีผมก็มีความคิดนะว่าทำไมคนถึงตกงานกันเยอะ และทำไมยอด นศ. จบใหม่ที่ตกงานก็เพิ่มมากขึ้น เพราะอะไร ❓❓❓❓
เพราะเลือกงาน ?
เพราะ ขก. ?
เพราะ บริษัทไม่จ้าง ?
หรือเพราะไม่พยายามที่จะหางานทำกัน ?
ที่มารีวิวผมไม่ได้จะมาอวดหรือมาบอกว่าตัวเองดีตัวเองเก่งนะครับแค่อยากมาแชร์เผื่อมันจะเป็นประโยชน์กับใครบางคน
#เดียวมาต่อนครับแต่ขอรู้เหตุผลและความคิดเห็นของเพื่อนๆหน่อยว่าทำไมนักศึกษาจบใหม่ถึงตกงานกันได้ ทั้งไที่พึ่งจบมาวิชาน่าจะกำลังลังร้อนและสิ่งที่เรียนมาก็น่าจะเข้ากับยุคและสมัย
ขั้นตอนที่ 1 การสมัคร
- ผมว่าการเลือกบริษัทก็มีผลต่อการสมัครนะครับแต่ความหมายของการเลือกของผมคือเลือกบริษัทที่ใกล้ที่พักและเดินทางสะดวก อีกทั้งรูปแบบงานที่เหมาะสมกับเราจริงๆ จากแระสบการณ์การสัมภาษณ์ของผมนั้นทุกบริษัทจะถามถึงที่อยู่ที่พักอาศัยการเดินทางสะดวกไมไกมมากหรือป่าว
- สำหรับใบสมัครกรอกในครบและละเอียดที่สุดถ้าสามารถแนบพอตหรือเรซูเม่ได้ก็จงแนบไป เพราะมันมีผมอย่างมากต่อการพิจารณาเรียกเข้ารับการสัมภาษณ์ อีกอย่างทุกการสมัครมักจะมีให้เรากรอกแนะนำตัวหรือความสามารถเพิ่มเติม อันนี้ก็สำคัญนะครับเพราะบริษัทเค้าก็อยากรู้ว่าคุณเป็นคนยังไงและเค้าจะได้อะไรจากตัวเราบ้างในการรับเข้ามาเป็นพนักงาน ผมเชื่อว่าไม่มีบริษัทไหนที่ต้แงการพนักงานที่ทำเป็นอยู่แค่อย่างเดียวแน่นอนครับ เพราะแบบนี้เราจึงควรแนะนำตัวเองไปพอสังเขต
ขั้นตอนที่ 2 การรับการสัมภาษณ์
-เมื่อไหร่ที่เค้าเรียกคุณเข้ารับการสัมภาษณ์แล้วล่ะก็นั่นเท่ากับเค้าเลือกที่จะรับคุณเข้าไปทำงานแล้ว 50% แต่ 50% นี่ก็หายไปได้ถ้าคุณไม่ตั้งใจกับมัน
-สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์
1.พอต (ยิ่งหนายิ่งดี) หนาคือหนางานนะครับไม่ใช่หนาเพราะกระดาษที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลย เพราะพอตคือสิ่งนึ่งที่บอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดว่าเรามีความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน ที่ผมบอกว่ามันสำคัญมากเพราะผมถูกบริษัทตกลงรับเข้าทำงานด้วย พอต ตั้ง 3 บริษัท ขอคุยหน่อย อิอิ บริษัทขนาดใหญ่ด้วยนร้าาา แหะๆ เพราะฉะนั้นจงตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดทำเสร็จแล้วจงเอามาศึกษา และทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ในพอตของตนเองต้องจำให้ได้ว่าในพอตเราใส่อะไรลงไปบ้าง เพราะเค้ามันจะถามก่อนเสมอว่าเรามีอะไรไปให้เค้าดู ซึ่งถ้าเราตอบได้เลยโดยที่ไม่ต้องดึงพิตมาเปิดแล้วบอกว่าในนั้นมีอะไร มันอาจจะกลายเป็นความประทับใจแรกเจอก็ได้นะครับ จงทำตัวเหมือนคนฉลาดถึงเราจะไม่ฉลาดก็ตาม5555เหมือนผมนี่ไง
2.บุคลิกภาพ จงอย่าแสดงความกลัวออกมาให้เค้าเห็นเด็ดขาด เพราะถ้าคุณกลัวเท่ากับคุณยังไม่พร้อม ซึ่งมันหมายความว่าคุณขาดการเตรียมตัวที่ดี การแต่งเอาให้เรียบร้อยที่สุดดูดีที่สุดในแบบของคุณ และอย่ากลัวที่จะตั้งคำถามกับบริษัทที่เรียกคุณสัมภาษณ์ ถามไปเถอะครับ เค้ารอให้คุณถามอยู่ เพราะนี่ก็เป็นอีกอย่างที่บอกบอกว่าคุณเป็นคนรอบคอบและใส่ใจ อย่ากลัว อิอิ
3.เอกสาร คุณจะรู้อยู่แล้วว่าคุณควรเตรียมอะไรไปบ้างเพราะวันที่มีการเรียกสัมภาษณ์เค้าต้องแจ้งคุณแล้วว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง จงเตรียมให้ครบเพราะมันคือความละเอียดและความใส่ใจที่สำคัญที่สุด
ขั้นตอนที่ 3 การให้สัมภาษณ์
-เมื่อเข้าไปนั่งให้สัมภาษณ์สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ นั่งให้นิ่ง พยายามแสดงความเป็นมืออาชีพเข้าไว้ จงมั่นใจและคิดว่าฉันไม่ได้มาง้อคุณฉันมาเพื่อเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ (แต่ไม่ใช่กิริยาที่ดูหยิ่งนะครับ แหะๆ)
-แน่นอนสิ่งควรเป็นการเริ่มต้นการพูดคือไหว้และจงแนะนำตัวเอง ชื่อจริง/ชื่อเล่น/จบอะไรมาจากไหน/พูดเสร็จก็จงนั่งยิ้มเข้าไว้ วางตัวให้สง่างามที่สุด จากนั้นก็แค่รอคำถาม
✨✨✨สิ่งที่มักเจอเมื่อสัมภาษณ์✨✨✨
1.คำถามยอดฮิตที่ทุกบริษัทจะถาม
- ทำไมคุณถึงอยากมาทำงานที่นี่
- คุณมีอะไรที่คนอื่นไม่มี
- ทำไมเราถึงต้องรับคุณ
- พักอยู่ไหนเดินทางมายังไงสะดวกรึป่าว(ถึงจะอยู่ไกลออกไป100โลนั่งรถ10ต่อ จงตอบยิ้มแล้วตอบไปว่า เดินทางง่ายมาเลยแปปเดียวก็ถึง
- ตอนเรียนอยู่เคยทำกิจกรรมอะไรบ้าง (เราว่าข้อนี้โครตสำคัญเลยนะคำถามดูง่ายมากแต่คำตอบเนียโคตรสำคัญต่อชีวิตของเราเลยก็ว่าได้นะข้อนี้อ่ะ สำหรับใครที่บอกว่าฉันมาเรียนจะทำกิจกรรมให้เหนื่อยไปทำไมเราอยากบอกว่าทำไปเถอะเพราะนั่นมันอาจมีผลที่จะช่วยคุณให้ได้งานก็เป็นได้ อย่างที่ผมเคยบอกไว้ตอนแรกว่าไม่มีบริษัทไหนต้องกสรพนักงานที่ทำเป็นแค่อย่างเดียว อีกอย่างประสบการณ์การทำงานกิจกรรมในมหาลัยนั้นมันจะทำให้ที่ทำงานที่คุณไปสมัครได้รู้ว่าคุณสามารถทนแรงกดดันได้มากแค่ไหน เพราะการทำงานไม่ใช่แค่นั่งรับคำสั่งแต่คุณต้องสามารถสั่งได้ด้วย
⚡️เอาจริงหลังจากหมดคำถามพวกนี้ไปคุณจะเจอคำถามที่มันแบบเห้ยถามไปทำไมว่ะ555 อย่างเช่น ที่มหาลัยเรียนเป็นไงบ้าง รู้สึกยังไงบ้าง⚡️ จงตอบไปแบบสง่าตอบแบบว่าฉันมีความสุขที่สุดในโลก55
😘เดียวคิดอะไรได้จะมาเล่าให้ฟังใหม่นะครับ หรือใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติมทักมาสอบถามได้นะครับยินดีครับ😘 ส่วนใครสนใจ อยากได้ตัวอย่างพอตและเรซูเม่ทั้งมาได้เลยไม่หวง😘
สุดท้าย : จงทำทุกอย่างไม่ให้เลือเรา เพราะเราต้องเป็นคนเลือก / ฝันให้พอดีตัวและค่อยก้าวเดิน