24 ต.ค. 2562 จะเป็นอีกหนึ่งวันที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การคมนาคมของไทย กับการลงนามในสัญญาด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งและพันธมิตร (CPH) ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
กระดูกสันหลังอีอีซี ตัวดึงดูดการลงทุน
ในมุมเศรษฐศาสตร์มองว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะสร้างประโยชน์ต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน นอกจากเม็ดเงินลงทุนในประเทศแล้ว ยังช่วยดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เนื่องจากเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อมีความชัดเจนในด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงการแรกแล้ว
“รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของอีอีซี เปรียบดั่งกระดูกสันหลัง หากขาดไปก็ยากที่อีอีซีจะประสบความสำเร็จ และโครงการนี้ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์เฉพาะต่อประชาชนในพื้นที่อีอีซีเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนตลอดเส้นทางระหว่างดอนเมือง-อู่ตะเภา รวมทั้งประชาชนในแนวเส้นทางของรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย-เวียงจันทน์-คุนหมิง เพราะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนได้ด้วย” คุณสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบจราจรเมืองใหญ่ โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว
เตรียมเข้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ใน 2 ปี พร้อมพัฒนามักกะสัน เพิ่มศูนย์วิจัยและการพัฒนารถไฟ
ภายหลังการลงนามในสัญญา คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า จะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อจะได้ลงพื้นที่สำรวจ ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที
มั่นใจว่าภายใน 12 เดือนหลังจากร่วมลงนามจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ ภายหลังการรับมอบพื้นที่ โดยแผนการดำเนินงานในพื้นที่มักกะสันนั้นนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 140,000 ล้านบาท วางเป้าหมายให้สถานีมักกะสัน เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสามสนามบิน ซึ่งสาธารณูปโภคที่จะพัฒนาจะต้องรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุนในกลุ่มอีอีซี ฯลฯ โดยจะมีทั้งโรงแรม และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างศูนย์วิจัยและการพัฒนารถไฟด้วย ส่วนที่ต้องจ่ายให้กับแอร์พอร์ตลิ้งค์ 10,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า มีกรอบที่ชัดเจน คือ ไม่เกิน 2 ปีซึ่งจะดำเนินการตามกรอบเวลาแน่นอน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้กลุ่ม CP เล็งทุ่ม 1.4 แสนลบ.พัฒนาพื้นที่มักกะสันรับรถไฟเชื่อม 3สนามบิน
https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=a3pHMGxGUDQ4MFE9
-----------------------------
สำหรับภาพรวมของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
ใช้เม็ดเงินลงทุนรวม 224,544.36 ล้านบาท แบ่งเป็น ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา 168,718.00 ล้านบาท, การพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ 45,155.27 ล้านบาท และสิทธิการเดินรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ 10,671.09 ล้านบาท
ทางเศรษฐกิจ
มูลค่าผลตอบแทนต่อเศรษฐกิจ ตลอดอายุโครงการ 652,152 ล้านบาท
- ผลตอบแทนทางการเงิน 127,985 ล้านบาท
- มูลค่าเพิ่มการพัฒนาเศรษฐกิจ (รัศมี 2 กม.ตามเส้นทางรถไฟ) 214,621 ล้านบาท
- ภาษีเข้ารัฐเพิ่ม 30,905 ล้านบาท
- มูลค่าเพิ่มการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกประมาณ 150,000 ล้านบาท
- ลดการใช้น้ำมัน เวลา อุบัติเหตุ และสิ่งแวดล้อม 128,641 ล้านบาท
ผลประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนได้รับ
- ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา
- เกิดการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปี
- เกิดการจ้างงานระหว่างก่อสร้าง 16,000 อัตรา
- ใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศ (เหล็ก 1 ล้านตัน ปูน 8 ล้านลูกบาศก์เมตร)
- การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ประเทศ
ทางกายภาพ
เป็นโครงการที่ใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางการเดินรถเดิมของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Rail Link)
- ก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) ส่วนต่อขยาย 2 ช่วงจากสถานีพญาไท ไปยังสนามบินดอนเมือง และจากสถานีลาดกระบัง ไปยังสนามบินอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมเข้าออกสนามบิน
- รวมระยะทาง 220 กม. มีผู้เดินรถรายเดียวกัน
- รถไฟความเร็วสูงมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง (สำหรับช่วงการเดินทางระหว่างเมือง คือ สถานีสุวรรณภูมิ ถึง สถานีอู่ตะเภา)
- ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง (สำหรับช่วงการเดินทางในเมือง คือ สถานีดอนเมือง ถึง สถานีสุวรรณภูมิ)
- สถานีรถไฟความเร็วสูงจำนวน 9 สถานี ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสถานีอู่ตะเภา
- โครงสร้างทางวิ่งของโครงการ ทางวิ่งโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ปัจจุบัน (ARL) ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร และทางวิ่งที่ต้องก่อสร้างใหม่ประมาณ 191 กิโลเมตร
เบื้องต้นจำแนกลักษณะรูปแบบโครงสร้างทางวิ่งทั้งโครงการเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. ทางวิ่งยกระดับระยะทางประมาณ 181 กิโลเมตร
2. ทางวิ่งระดับดินระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
3. ทางวิ่งใต้ดินระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เจาะลึกประโยชน์โครงการประวัติศาสตร์ ‘ไฮสปีดเทรน’
https://www.tnnthailand.com/content/19834?utm_source=social&fbclid=IwAR1f7jlX2TDWFTax9xYB4hWG9BLWq4FBDeivNO19zUhNvsnHAZCXulKpCt8
คาดว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จะเปิดให้บริการได้ในปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาเมือง นำความเจริญสู่ประเทศ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
ยินดีกับก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการอีอีซี
รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ระบบขนส่งทางรางประเทศไทย
24 ต.ค. 2562 จะเป็นอีกหนึ่งวันที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การคมนาคมของไทย กับการลงนามในสัญญาด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งและพันธมิตร (CPH) ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
กระดูกสันหลังอีอีซี ตัวดึงดูดการลงทุน
ในมุมเศรษฐศาสตร์มองว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะสร้างประโยชน์ต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน นอกจากเม็ดเงินลงทุนในประเทศแล้ว ยังช่วยดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เนื่องจากเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อมีความชัดเจนในด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงการแรกแล้ว
“รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของอีอีซี เปรียบดั่งกระดูกสันหลัง หากขาดไปก็ยากที่อีอีซีจะประสบความสำเร็จ และโครงการนี้ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์เฉพาะต่อประชาชนในพื้นที่อีอีซีเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนตลอดเส้นทางระหว่างดอนเมือง-อู่ตะเภา รวมทั้งประชาชนในแนวเส้นทางของรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย-เวียงจันทน์-คุนหมิง เพราะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนได้ด้วย” คุณสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบจราจรเมืองใหญ่ โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว
เตรียมเข้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ใน 2 ปี พร้อมพัฒนามักกะสัน เพิ่มศูนย์วิจัยและการพัฒนารถไฟ
ภายหลังการลงนามในสัญญา คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า จะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อจะได้ลงพื้นที่สำรวจ ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที
มั่นใจว่าภายใน 12 เดือนหลังจากร่วมลงนามจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ ภายหลังการรับมอบพื้นที่ โดยแผนการดำเนินงานในพื้นที่มักกะสันนั้นนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 140,000 ล้านบาท วางเป้าหมายให้สถานีมักกะสัน เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสามสนามบิน ซึ่งสาธารณูปโภคที่จะพัฒนาจะต้องรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุนในกลุ่มอีอีซี ฯลฯ โดยจะมีทั้งโรงแรม และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างศูนย์วิจัยและการพัฒนารถไฟด้วย ส่วนที่ต้องจ่ายให้กับแอร์พอร์ตลิ้งค์ 10,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า มีกรอบที่ชัดเจน คือ ไม่เกิน 2 ปีซึ่งจะดำเนินการตามกรอบเวลาแน่นอน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
-----------------------------
สำหรับภาพรวมของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
ใช้เม็ดเงินลงทุนรวม 224,544.36 ล้านบาท แบ่งเป็น ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา 168,718.00 ล้านบาท, การพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ 45,155.27 ล้านบาท และสิทธิการเดินรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ 10,671.09 ล้านบาท
ทางเศรษฐกิจ
มูลค่าผลตอบแทนต่อเศรษฐกิจ ตลอดอายุโครงการ 652,152 ล้านบาท
- ผลตอบแทนทางการเงิน 127,985 ล้านบาท
- มูลค่าเพิ่มการพัฒนาเศรษฐกิจ (รัศมี 2 กม.ตามเส้นทางรถไฟ) 214,621 ล้านบาท
- ภาษีเข้ารัฐเพิ่ม 30,905 ล้านบาท
- มูลค่าเพิ่มการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกประมาณ 150,000 ล้านบาท
- ลดการใช้น้ำมัน เวลา อุบัติเหตุ และสิ่งแวดล้อม 128,641 ล้านบาท
ผลประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนได้รับ
- ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา
- เกิดการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปี
- เกิดการจ้างงานระหว่างก่อสร้าง 16,000 อัตรา
- ใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศ (เหล็ก 1 ล้านตัน ปูน 8 ล้านลูกบาศก์เมตร)
- การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ประเทศ
ทางกายภาพ
เป็นโครงการที่ใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางการเดินรถเดิมของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Rail Link)
- ก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) ส่วนต่อขยาย 2 ช่วงจากสถานีพญาไท ไปยังสนามบินดอนเมือง และจากสถานีลาดกระบัง ไปยังสนามบินอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมเข้าออกสนามบิน
- รวมระยะทาง 220 กม. มีผู้เดินรถรายเดียวกัน
- รถไฟความเร็วสูงมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง (สำหรับช่วงการเดินทางระหว่างเมือง คือ สถานีสุวรรณภูมิ ถึง สถานีอู่ตะเภา)
- ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง (สำหรับช่วงการเดินทางในเมือง คือ สถานีดอนเมือง ถึง สถานีสุวรรณภูมิ)
- สถานีรถไฟความเร็วสูงจำนวน 9 สถานี ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสถานีอู่ตะเภา
- โครงสร้างทางวิ่งของโครงการ ทางวิ่งโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ปัจจุบัน (ARL) ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร และทางวิ่งที่ต้องก่อสร้างใหม่ประมาณ 191 กิโลเมตร
เบื้องต้นจำแนกลักษณะรูปแบบโครงสร้างทางวิ่งทั้งโครงการเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. ทางวิ่งยกระดับระยะทางประมาณ 181 กิโลเมตร
2. ทางวิ่งระดับดินระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
3. ทางวิ่งใต้ดินระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คาดว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จะเปิดให้บริการได้ในปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาเมือง นำความเจริญสู่ประเทศ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
ยินดีกับก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการอีอีซี