ขอออกตัวก่อนว่าเรามีเรื่องไม่สบายใจที่อยากจะระบายมันออกมา แต่เราเป็นคนที่มีอะไรไม่ค่อยพูดออกมา เราเป็นคนร่าเริงปกติดีทุกอย่างนะแต่ข้อเสียคือเวลามีเรื่องที่ไม่สบายใจเราไม่ค่อยพูดให้ใครรู้. เราจะเก็บเอามาคิดมากมาร้องไห้คนเดียวอยู่ตลอดเลย 😩
เรื่องก็มีอยู่ว่าเราก็เป็นลูกสาวคนโตของบ้านหลังนึงที่ก็ไม่ได้มีฐานะดีมากอะไรนัก ก็พอมีพอเก็บ และมีน้องสาวอีกสองคน น้องชายหนึ่งคน เราเพิ่งเรียนจบ ป.ตรี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วมีความคิดว่าอยากกลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัด อยากหางานใกล้ๆบ้านทำเพราะอยู่กรุงเทพค่าใช่จ่ายมันเยอะ ก็ตัดมาที่เราเรียนจบไรจบเราก็ขนของย้ายจากกรุงเทพกลับมาอยู่บ้าน แต่เดือนมิถุนาที่ผ่านมาตาของเราป่วย(เราขอเรียกแทนตาว่าเตี่ยนะเพราะเรียกติดปากมาแต่เด็กแล้ว) เตี่ยเราป่วยกระทันหันเส้นเลือดใหญ่ในสมองแตก ก็ได้ไปผ่าตัดอะไรเรียบร้อย แต่ก่อนจะผ่าตัดคุณหมอเค้าก็ถามให้แน่ใจว่าผ่าตัดแล้วมีคนดูแลใช่มั้ย ไม่ใช่ผ่าตัดไปแล้วไปทิ้งเค้านะ ทางบ้านเราก็ตกลงกันว่าช่วยกันดู โอเคหมดทุกอย่าง ตัดภาพหลังจากเตี่ยเรานอนโรงพยาบาลได้ 1 เดือนเต็ม ก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านโดยอธิบายก่อนว่าเตี่ยเรามีลูก 4 คน คนโตมีครอบครัวแยกไปแล้ว คนที่สองยังโสดแต่ทำงานด้วยดูแลยายด้วย ส่วนคนที่สามเตี่ยเราไม่ได้เลี้ยงเค้าแต่เด็ก เค้าไปอยู่กับญาติแต่เล็กๆเลย ส่วนแม่เราเป็นลูกคนเล็กสุด อ่ะตอนย้ายกลับบ้านพี่สาวของแม่คนที่สองก็ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่างตั้งแต่จัดเตรียมห้อง ซื้อเตียง อุปกรณ์อ็อกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ ต่างๆ เรียกว่าหมดไปก็เป็นแสนได้ล่ะ จากนั้นเรากับป้าก็ช่วยกันดูเตี่ยผลัดกันดูกลางวันกางคืนแต่หลักๆเราก็นอนอยู่กับเตี่ยตลอดนั่นล่ะ แม่เราทำอาชีพค้าขายต้องออกไปขายของตลาดนัดทุกวันเพราะยังต้องส่งค่าบ้าน ค่ารถ ไหนจะมีหนี้อยู่ด้วยอีกอันนี้เราเข้าใจตัดไป ส่วนพี่คนโตของแม่ก็ฐานะค่อนข้างดีมีหน้ามีตาทางสังคมเลยล่ะ นั่นก็ส่งเงินมาช่วยเดือนละ 3,000 😏 พี่คนที่สามก็นะอย่างว่าไม่ได้เลี้ยงเค้ามา เค้าก็ต้องดูแลทางญาติที่รับเลี้ยงเค้า แต่ก็ยังดีที่ยังเวียนมาเฝ้า ซื้อของใช้ของกินมาฝากอยู่บ้าง
มันก็วนเวียนอยู่อย่างนี้เราขอข้ามมาถึงปัญหาที่เราอยากระบายเลยนะ
ปัญหาตอนนี้ก็คือหลังๆมาทุกคนหันหบังให้เราให้เตี่ยหมด กลายเป็นเราคนเดียวที่ดูแลเตี่ย เรียกว่า 24 ชั่วโมง เราก็รักก็ห่วงเตี่ยนะ แต่ชีวิตของเราอ่ะเราเรียนจบมาหลายเดือนแล้ว มีบริษัทโทรมาตามให้ไปทำงานเราก็ต้องปฏิเสธไป เราแค่รู้สึกว่าทำไมอ้ะ ทำไมกลายเป็นเราคนเดียวที่ดูเตี่ย เราผิดมั้ยที่เราคิดว่าเราเป็นแค่หลานนะ ทำไมคนเป็นลูกถึงไม่มาดูกันเลย เริ่มจากพี่คนโตของแม่เลย คือให้เงินเดือนละสามพันแล้วคือจบหรอ ไม่ต้องช่วยไรไม่คิดมาดูแล้ว เราทำบ้างได้มั้ยเราส่งเดือนละห้าพันก็ได้อ่ะ ต่อมาพี่คนที่สอง แรกๆก้ดี ว่าแม่เราว่าให้ไล่เราไปทำงานอย่ามาดึงตัวเราไว้เลย เดี๋ยวก็ช่วยกันดูเตี่ยได้ ไปๆมาๆคือไม่มาดูเตี่ยแล้ว เดินผ่านยังไม่แวะคุยกับเตี่ยเลย เห็นหน้าเราก็พูดประโยคเดิมๆ ''เมื่อไหร่เตี่ยจะเดินได้ รีบๆเดินได้นะเดี๋ยวเราจะไปทำงานแล้ว จะทำไงกันใครจะดู!!'' เจอหน้าสิบครั้งก็พูดประโยคนี้สิบครั้ง เมื่อก่อนตอนช่วยกันเฝ้า ก็เช็ดตัวทำความสะอาดเตี่ย เอายาให้แกกินได้ ถอดที่คอ(เจาะคอ) เอาไปล้างได้ แต่เดี๋ยวนี้เวลาตามให้มาช่วยเปลี่ยนเฝ้าคือไม่ทำอะไรเลย แม้แต่ยาก็ไม่ให้กิน แถมที่คอก็ไม่ล้างบอกล้างไม่ได้จะอ้วก คือเรางงเป็นอะไรว้ะเมื่อก่อนก็ทำได้ ต่อมาพี่คนที่สามก็คือเดี๋ยวนี้ก็ไม่มาเลยเดือนสองเดือนได้แล้วแบบหาย คือหายไปเงียบไปเลย สุดท้ายหลักสุดคือแม่เรา ปากบอกขายของกลับมาเหนื่อยอยากพักผ่อน แต่กลับมาถึงก็นั่งกินเหล้า นี่คือสิ่งที่คนเหนื่อยเค้าทำกันหรอเราไม่เข้าใจ ไม่คิดจะลงมาคุยมาถามอะไรเลยอ่ะ ขนาดเราลองออกไปข้างนอกนะแบบไปนวดไปหาไรกิน ลองให้เค้าเฝ้าให้ครึ่งวัน ผลคือเอาข้าวเอายากลางวันให้กินนะ แต่เตี่ยถ่ายยังไม่เช็ดไม่ล้างให้เตี่ยเลย ได้แต่บอกว่าเก็บออกไปแช้วแต่ยังไม่ได้เช็ด เราแบบงงไปหมดเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรา เราอึดอัด เราเครียดจนจะบ้า เราเห็นใจทุกคนแต่ไม่มีใครคิดเห็นเราบ้างเลย เราเพิ่งจะอายุแค่ 23 เองนะ จะว่าเราเห็นแก่ตัวก็ได้ทแต่เราก็มีบ้างอ่ะที่อยากออกไปไหนมาไหนบ้าง เราอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมจนเราเครียด ไม่มีความสุขเลยอ่ะ บางครั้งเราร้องไห้เราอยากตายๆหนีปัญหาให้จบไปเลย เราไม่รู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนอ่ะ ไม่รู้จะระบายกับใคร กลัวถ้ามันนานกว่านี้เราจะเป็นโรคซึมเศร้า เราไม่อยากเป็นภาระของใคร อยากหนีไปแต่ก็ห่วงเตี่ย ถ้าเอาจริงเราจะหันหลังให้แล้วไปหางานทำเลยก็ได้ แต่เราก็ทำไม่ลงเราไม่ได้สงสานใครคนอื่น แต่เราสงสานเตี่ย
ถ้ามีใครเข้ามาอ่าน ก็อยากบอกว่าขอบคุณมากที่รับฟังเราระบายความรู้สึกข้างในออกมาบ้าง ขอโทษด้วยถ้ามีเขียนตรงไหนให้งงนะ
ขอระบายความรู้สึกที่เก็บไว้คนเดียวหน่อยค่ะ
เรื่องก็มีอยู่ว่าเราก็เป็นลูกสาวคนโตของบ้านหลังนึงที่ก็ไม่ได้มีฐานะดีมากอะไรนัก ก็พอมีพอเก็บ และมีน้องสาวอีกสองคน น้องชายหนึ่งคน เราเพิ่งเรียนจบ ป.ตรี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วมีความคิดว่าอยากกลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัด อยากหางานใกล้ๆบ้านทำเพราะอยู่กรุงเทพค่าใช่จ่ายมันเยอะ ก็ตัดมาที่เราเรียนจบไรจบเราก็ขนของย้ายจากกรุงเทพกลับมาอยู่บ้าน แต่เดือนมิถุนาที่ผ่านมาตาของเราป่วย(เราขอเรียกแทนตาว่าเตี่ยนะเพราะเรียกติดปากมาแต่เด็กแล้ว) เตี่ยเราป่วยกระทันหันเส้นเลือดใหญ่ในสมองแตก ก็ได้ไปผ่าตัดอะไรเรียบร้อย แต่ก่อนจะผ่าตัดคุณหมอเค้าก็ถามให้แน่ใจว่าผ่าตัดแล้วมีคนดูแลใช่มั้ย ไม่ใช่ผ่าตัดไปแล้วไปทิ้งเค้านะ ทางบ้านเราก็ตกลงกันว่าช่วยกันดู โอเคหมดทุกอย่าง ตัดภาพหลังจากเตี่ยเรานอนโรงพยาบาลได้ 1 เดือนเต็ม ก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านโดยอธิบายก่อนว่าเตี่ยเรามีลูก 4 คน คนโตมีครอบครัวแยกไปแล้ว คนที่สองยังโสดแต่ทำงานด้วยดูแลยายด้วย ส่วนคนที่สามเตี่ยเราไม่ได้เลี้ยงเค้าแต่เด็ก เค้าไปอยู่กับญาติแต่เล็กๆเลย ส่วนแม่เราเป็นลูกคนเล็กสุด อ่ะตอนย้ายกลับบ้านพี่สาวของแม่คนที่สองก็ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่างตั้งแต่จัดเตรียมห้อง ซื้อเตียง อุปกรณ์อ็อกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ ต่างๆ เรียกว่าหมดไปก็เป็นแสนได้ล่ะ จากนั้นเรากับป้าก็ช่วยกันดูเตี่ยผลัดกันดูกลางวันกางคืนแต่หลักๆเราก็นอนอยู่กับเตี่ยตลอดนั่นล่ะ แม่เราทำอาชีพค้าขายต้องออกไปขายของตลาดนัดทุกวันเพราะยังต้องส่งค่าบ้าน ค่ารถ ไหนจะมีหนี้อยู่ด้วยอีกอันนี้เราเข้าใจตัดไป ส่วนพี่คนโตของแม่ก็ฐานะค่อนข้างดีมีหน้ามีตาทางสังคมเลยล่ะ นั่นก็ส่งเงินมาช่วยเดือนละ 3,000 😏 พี่คนที่สามก็นะอย่างว่าไม่ได้เลี้ยงเค้ามา เค้าก็ต้องดูแลทางญาติที่รับเลี้ยงเค้า แต่ก็ยังดีที่ยังเวียนมาเฝ้า ซื้อของใช้ของกินมาฝากอยู่บ้าง
มันก็วนเวียนอยู่อย่างนี้เราขอข้ามมาถึงปัญหาที่เราอยากระบายเลยนะ
ปัญหาตอนนี้ก็คือหลังๆมาทุกคนหันหบังให้เราให้เตี่ยหมด กลายเป็นเราคนเดียวที่ดูแลเตี่ย เรียกว่า 24 ชั่วโมง เราก็รักก็ห่วงเตี่ยนะ แต่ชีวิตของเราอ่ะเราเรียนจบมาหลายเดือนแล้ว มีบริษัทโทรมาตามให้ไปทำงานเราก็ต้องปฏิเสธไป เราแค่รู้สึกว่าทำไมอ้ะ ทำไมกลายเป็นเราคนเดียวที่ดูเตี่ย เราผิดมั้ยที่เราคิดว่าเราเป็นแค่หลานนะ ทำไมคนเป็นลูกถึงไม่มาดูกันเลย เริ่มจากพี่คนโตของแม่เลย คือให้เงินเดือนละสามพันแล้วคือจบหรอ ไม่ต้องช่วยไรไม่คิดมาดูแล้ว เราทำบ้างได้มั้ยเราส่งเดือนละห้าพันก็ได้อ่ะ ต่อมาพี่คนที่สอง แรกๆก้ดี ว่าแม่เราว่าให้ไล่เราไปทำงานอย่ามาดึงตัวเราไว้เลย เดี๋ยวก็ช่วยกันดูเตี่ยได้ ไปๆมาๆคือไม่มาดูเตี่ยแล้ว เดินผ่านยังไม่แวะคุยกับเตี่ยเลย เห็นหน้าเราก็พูดประโยคเดิมๆ ''เมื่อไหร่เตี่ยจะเดินได้ รีบๆเดินได้นะเดี๋ยวเราจะไปทำงานแล้ว จะทำไงกันใครจะดู!!'' เจอหน้าสิบครั้งก็พูดประโยคนี้สิบครั้ง เมื่อก่อนตอนช่วยกันเฝ้า ก็เช็ดตัวทำความสะอาดเตี่ย เอายาให้แกกินได้ ถอดที่คอ(เจาะคอ) เอาไปล้างได้ แต่เดี๋ยวนี้เวลาตามให้มาช่วยเปลี่ยนเฝ้าคือไม่ทำอะไรเลย แม้แต่ยาก็ไม่ให้กิน แถมที่คอก็ไม่ล้างบอกล้างไม่ได้จะอ้วก คือเรางงเป็นอะไรว้ะเมื่อก่อนก็ทำได้ ต่อมาพี่คนที่สามก็คือเดี๋ยวนี้ก็ไม่มาเลยเดือนสองเดือนได้แล้วแบบหาย คือหายไปเงียบไปเลย สุดท้ายหลักสุดคือแม่เรา ปากบอกขายของกลับมาเหนื่อยอยากพักผ่อน แต่กลับมาถึงก็นั่งกินเหล้า นี่คือสิ่งที่คนเหนื่อยเค้าทำกันหรอเราไม่เข้าใจ ไม่คิดจะลงมาคุยมาถามอะไรเลยอ่ะ ขนาดเราลองออกไปข้างนอกนะแบบไปนวดไปหาไรกิน ลองให้เค้าเฝ้าให้ครึ่งวัน ผลคือเอาข้าวเอายากลางวันให้กินนะ แต่เตี่ยถ่ายยังไม่เช็ดไม่ล้างให้เตี่ยเลย ได้แต่บอกว่าเก็บออกไปแช้วแต่ยังไม่ได้เช็ด เราแบบงงไปหมดเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรา เราอึดอัด เราเครียดจนจะบ้า เราเห็นใจทุกคนแต่ไม่มีใครคิดเห็นเราบ้างเลย เราเพิ่งจะอายุแค่ 23 เองนะ จะว่าเราเห็นแก่ตัวก็ได้ทแต่เราก็มีบ้างอ่ะที่อยากออกไปไหนมาไหนบ้าง เราอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมจนเราเครียด ไม่มีความสุขเลยอ่ะ บางครั้งเราร้องไห้เราอยากตายๆหนีปัญหาให้จบไปเลย เราไม่รู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนอ่ะ ไม่รู้จะระบายกับใคร กลัวถ้ามันนานกว่านี้เราจะเป็นโรคซึมเศร้า เราไม่อยากเป็นภาระของใคร อยากหนีไปแต่ก็ห่วงเตี่ย ถ้าเอาจริงเราจะหันหลังให้แล้วไปหางานทำเลยก็ได้ แต่เราก็ทำไม่ลงเราไม่ได้สงสานใครคนอื่น แต่เราสงสานเตี่ย
ถ้ามีใครเข้ามาอ่าน ก็อยากบอกว่าขอบคุณมากที่รับฟังเราระบายความรู้สึกข้างในออกมาบ้าง ขอโทษด้วยถ้ามีเขียนตรงไหนให้งงนะ