▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
ลุยคนเดียว 10 วัน 4 เมือง 3 ประเทศ (Thailand Malaysia Singapore)
เนื่องจากผมมีเป้าหมายของการเดินทางในวันนี้คือผมอยากได้กินอาหารบนรถไฟของจังหวัดที่รถไฟผ่านซักสองสามจังหวัดซึ่งการเดินทางเริ่มขึ้นในเวลา 15.30 และเมื่อเวลาประมาณ 18.00 ก่อนที่พนักงานรถไฟจะทำการปูเตียงนอนผมจึงต้องทำการหาของกินก่อนที่จะนอนซึ่งในจังหวะนั้นรถไฟได้ผ่านสถานีบ้านโป่งจังหวัดราชบุรีสรุปว่าของกินที่ได้กินคือ กระเพราไก่ไข่ดาว ซึ่งอาจจะเป็นเพาะว่าเรายังไม่ได้ออกจากภาคกลางมากนักอาหารจึงยังไม่ค่อยแตกต่างจากบ้านเรานัก
หลังจากกินอิ่มก็ได้เวลาที่พนักงานมาทำการจัดที่นอนให้พอดีซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นรถไฟนอนชั้นสองของรถไฟไทยซึ่งความคิดก่อนที่จะมาถือว่ามีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความสะอาดและความสะดวกสบายแต่จนถึงตอนนอนก็เปลี่ยนความคิดผมได้พอสมควรเนื่องจากสำหรับรถไฟอายุที่มากกว่า 50 ปีถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ซึ่งดวงของวันนี้คือผมทำการจองรถไฟพัดลมไว้แต่ได้รถไฟแอร์เนื่องจากเหตุผลบางประการ
และแล้วก็ถึงเวลานอนเพื่อเก็บแรงไว้ในการผจญภัยวันพรุ่งนี้ ซึ่งวันนี้อาจเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่งของรถไฟขบวนนี้แต่คือวันแห่งการเดินทางสำหรับผม .
หลังจากนั้นรถไฟก็มาถึงสถานีชุมทางเขาชุมทองเรื่องสนุกเรื่องแรกก็เกิดขึ้นคือรถไฟมีปัญหาไม่สามารถไปต่อได้จำเป็นต้องใช้เวลาในการแก้ไขประมาณ 1 ชั่วโมงซึ่งเจ้าหน้าที่มีทางเลือกให้สองทางคือกระโดดขึ้นรถไฟอีกขบวนหรือว่าจะรอจนกว่ารถไฟจะซ่อมเสร็จผมเลือกที่จะรอเพื่อถือโอกาสเดินถ่ายรูปเล่นและเสพบรรยากาศของสถานีชุมทางเขาชุมทอง
หลังจากผ่านมาประมาน 1 ชั่วโมงรถไฟก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปหลังจากผ่านไปเป็นเวลา 21 ชั่วโมงรถไฟขบวนนี้ก็ได้จอดที่สถานีหาดใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่แรกของการเดินทางอันยาวไกล
เมื่อมาถึงสถานีหาดใหญ่ก็เริ่มพบพี่ๆทหารบ้างประปลายซึ่งทำให้มีความกังวลบ้างในการเดินทางครั้งนี้เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมายังจังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินหาที่พักที่พึ่งทำการจองไว้เมื่อคืนที่ผ่านมาซึ่งมีชื่อว่า“โคกเสม็ดชุนโฮสเทล” โฮสเทลของชาวหาดใหญ่ที่ได้ทำการเปิดให้บริการมาประมาณ 6 เดือน เป็นที่พักที่ให้อารมณ์เหมือนมานอนห้องเพื่อนเนื่องจากเป็น โฮสเทลที่มีห้องนั่งเล่นให้บริการซึ่งมีทั้งโต๊ะพูล ,Playstation2 ,computer และหนังสือไว้ให้อ่านครบครัน
หลังจากได้ทำการเช็คอินและทำการอาบน้ำจนสดชื่นก็ได้เวลาออกเดินทางตามหาของกินในเมืองหาดใหญ่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีของกินอร่อยๆมากมายซึ่งอย่างแรกที่ผมเลือกที่จะกินคือมันเดือยหน้าสถานีรถไฟซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของชาวหาดใหญ่ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้กินมันเดือยถ้าจะให้นิยามก็คงจะคล้ายๆกับลอดช่องน้ำกระทิแต่เปลี่ยนจากลอดช่องเป็นมันเดือยซึ่งอากาศร้อนๆในตอนเที่ยงเมื่อได้กินอะไรเย็นๆถือเป็นอะไรทีมีความลงตัวและคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง
ต่อมาก็ได้เวลาเดินไปหาของขึ้นชื่อที่ผมได้ยินมาตั่งแต่เด็กแต่ไม่เคยมาลองกินถึงถิ่นก็คือไก่ทอดหาดใหญ่ซึ่งร้านที่ผมเลือกก็คือไก่ทอดนายเดชาซึ่งได้รับคำแนะนำจากน้องซึ่งเป็นชาวหาดใหญ่ซึ่งก็ถือว่าอร่อยพอสมควรแต่ผมก็ยังไม่สามารถแยกได้ว่าไก่ทอดหาดใหญ่แตกต่างจากไก่ทอดทางภาคกลางอย่างไร ฮ่าๆ
หลังจากนั้นก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนที่โฮสเทลซักพักรอความร้อนของแดดเบาลงเพื่อให้ถึงเวลาเดินชิวในเมืองหาดใหญ่หลังจากหลับไปซักพักก็ถึงเวลา 17.30 ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมแก่การเดินเล่นในตัวเมืองและหาอะไรกินสำหรับค่ำคืนที่หาดใหญ่ร้านต่อไปก็ถึงเวลาของร้าน คอหนังแต้เตี๊ยมซึ่งเค้าว่าเป็นร้านแรกของติ่มซำในเมืองหาดใหญ่เลยเผลอสั่งเยอะไปหน่อยเลยทำให้อิ่มพอสมควร
หลังจากกินจนอิ่มจึงจำถือโอกาสเดินชมเมืองหาดใหญ่ หลังจากเดินย่อยจนสามารถที่จะรับอาหารมื้อต่อไปก็ถึงเวลาของราดหน้าราโด้ซึ่งมีชื่อเสียงในเมืองหาดใหญ่ซึ่งคงจะเป็นมื้อสุดท้ายของวันนี้และหลังจากนี้กระเพาะคงรับไม่ไหวแล้วสำหรับวันนี้ก็คงจบด้วยราดหน้าชามนี้และได้เวลาไปนอนเพื่อเตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางสู่ดินแดนใต้สุดของประเทศไทยซึ่งมีชื้อว่าเบตง.