ก็มีเรื่องอยากจะเล่าเพิ่มเติมจากกระทู้
https://pantip.com/topic/39070920 ครับ
มีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง
เฉิ่ม มาครับ เพราะรู้มาว่าผู้กำกับคนเดียวกับ Where We Belong แถมในเรื่องยังเอาเพลงเก่าๆ ที่ผมชอบมาเป็นเพลงประกอบด้วย ดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนเกือบจะติด แถมดูแล้วยังรู้สึกว่ามันตรงกับชีวิตจริงของตัวเองมาก ตอนดู Where We Belong มีหลายประเด็นในเรื่องที่เหมือนชีวิตตัวเองแล้วนะครับ พอได้ดูเฉิ่มแล้วก็คิดว่ามันตรงกับชีวิตตัวเองยิ่งกว่า เพราะมีความรู้สึกว่าบทพระเอกที่หม่ำเล่นคาแรกเตอร์ใกล้เคียงกับตัวเรามากกว่าทุกเรื่องที่เคยดูมา
หลายคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ววิจารณ์บทพระเอกว่ามีโลกของตัวเองที่หมุนช้ากว่าโลกที่หมุนรอบตัว ผมเองก็คล้ายๆ พระเอกในเรื่อง ทั้งนิสัย ทัศนคติ แถมยังชอบฟังเพลงเก่าๆ เหมือนกัน แต่ของผมอาจจะเป็นยิ่งกว่านั้นก็ได้ คือสำหรับผมเหมือนถึงจุดหนึ่งแล้วโลกของผมมันหยุดหมุนไปแล้ว แถมยังหมุนย้อนกลับไปหาอะไรเก่าๆ ที่เรารู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ และโตมากับของพวกนั้น ซึ่งบางอย่างมันก็อาจจะเปลี่ยนไปเมื่อเราโตขึ้น แต่ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนตัวเองตามกระแสนิยมของโลกเลยถ้ารู้สึกว่าของเก่าที่เรามีอยู่มันดีอยู่แล้ว
ยกตัวอย่างนะครับ โทรศัพท์ที่ผมมีอยู่ตอนนี้เป็นสมาร์ทโฟนก็จริง แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่เลยถ้าเครื่องที่ใช้งานอยู่ยังไม่พังจนหมดปัญญาซ่อมแล้ว หรือเวลาจะฟังเพลงอะไรก็ชอบฟังผ่าน CD หรือไม่ก็เอาเพลงในแผ่นนั่นแหละไปทำ mp3 แล้วโหลดลงโทรศัพท์ ไม่ค่อยชอบฟังเพลงในแอพเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะมันต้องเสียเงินหรือไม่ก็ในแอพไม่ค่อยมีเพลงเก่าๆ แบบที่ผมชอบ ไม่งั้นก็เข้าไปฟังใน YouTube เอา แต่ก็ต้องแลกกับคุณภาพเสียงที่สู้ใน CD ไม่ได้
ส่วนเรื่องไลฟ์สไตล์ ทุกวันนี้ผมก็ยังชอบทำอะไรเหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่นใหม่ๆ จนตอนนี้เรียนปริญญาโทแล้ว อย่างเวลาว่างผมชอบไปเดินสยามตั้งแต่สมัยมัธยม ตอนนั้นสถานที่ยังมีบางอย่างไม่เหมือนที่ไปประจำทุกวันนี้ พอไปก็ชอบไปทำอะไรแบบเดิมๆ ซื้อของร้านเดิมๆ กินข้าวร้านเดิมๆ ที่ชอบกินก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน แล้วถ้าร้านเดิมยังอยู่ก็คงไม่เปลี่ยนไปกินร้านอื่นนอกเหนือจากนี้ ถึงตอนนี้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ผมก็ยังชอบไปเดินสยามไม่เคยเบื่อ จนมีคนสงสัยกันเยอะว่าจะไปทำไมบ่อยๆ แม้แต่คนที่บ้าน แต่จริงๆ คือผมมีความผูกพันกับสถานที่แบบนี้ มีความรู้สึกว่าไปแล้วสบายใจกว่าอยู่บ้าน ถ้าไปแล้วไม่มีความสุขผมก็คงไม่ไปบ่อยแบบนี้หรอก
ผมเป็นคนที่มีความผูกพันกับสิ่งที่อยู่กับเรามานานๆ จนดูเหมือนเราโตมากับมันมากกว่าสิ่งที่เข้ามาใหม่ในชีวิต อะไรใหม่ๆ ที่เพิ่งจะได้รู้จักแล้วเกิดความรู้สึกชอบ เต็มที่ก็คงได้แค่ชอบแต่ไม่เกิดความผูกพันมากเท่าสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนไปแล้ว แต่ผมก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนตาม กลับกันครับ ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่าที่เราคุ้นเคย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปมากแล้ว อย่างเรื่องเพลงหรือดาราในกระทู้นั้น ถึงตอนนี้เพลงที่ผมเคยชอบตอนเด็กๆ ก็ไม่ดังแล้ว ดาราคนโปรดของผมในสมัยนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยดาราหน้าใหม่ที่ผมไม่ค่อยรู้จัก
ผมอาจจะดูเป็นวัยรุ่นยุคเก่าในสายตาคนอื่น จากกระทู้ที่ผมเคยตั้งไว้ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ผมเริ่มอยากจะแสดงออกให้คนเขาเห็นว่านี่คือตัวตนของเรา แต่ผมไม่ได้เป็นเหมือนในหนังขนาดนั้น คือส่วนตัวก็ยังแคร์สายตาคนรอบข้างอยู่ว่าจะมีใครมองเราหัวล้าหลังไหม โดยเฉพาะคนใกล้ตัวที่บางคนเคยมองว่ารสนิยมชอบฟังเพลงเก่าของผมเป็นเรื่องแปลกของวัยรุ่นสมัยนี้ จริงๆ ก็คิดว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันก็เกิดทันได้เห็นโลกแบบเดียวกับผมแหละ เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีใครที่คิดถึงอดีตแบบผมเท่าไหร่ ผมไม่ได้ต้องการให้ใครต้องมาเปลี่ยนอะไรตามผมหรอก แค่อยากให้คนเข้าใจในตัวตนความเป็นวัยรุ่นยุคเก่าของผม ไม่มองว่าเราล้าสมัย จะได้แสดงตัวตนของเราออกมาให้เต็มที่ ควรเริ่มยังไงดีครับ
เรื่องของวัยรุ่นยุคเก่าในสมัยปัจจุบัน
มีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง เฉิ่ม มาครับ เพราะรู้มาว่าผู้กำกับคนเดียวกับ Where We Belong แถมในเรื่องยังเอาเพลงเก่าๆ ที่ผมชอบมาเป็นเพลงประกอบด้วย ดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนเกือบจะติด แถมดูแล้วยังรู้สึกว่ามันตรงกับชีวิตจริงของตัวเองมาก ตอนดู Where We Belong มีหลายประเด็นในเรื่องที่เหมือนชีวิตตัวเองแล้วนะครับ พอได้ดูเฉิ่มแล้วก็คิดว่ามันตรงกับชีวิตตัวเองยิ่งกว่า เพราะมีความรู้สึกว่าบทพระเอกที่หม่ำเล่นคาแรกเตอร์ใกล้เคียงกับตัวเรามากกว่าทุกเรื่องที่เคยดูมา
หลายคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ววิจารณ์บทพระเอกว่ามีโลกของตัวเองที่หมุนช้ากว่าโลกที่หมุนรอบตัว ผมเองก็คล้ายๆ พระเอกในเรื่อง ทั้งนิสัย ทัศนคติ แถมยังชอบฟังเพลงเก่าๆ เหมือนกัน แต่ของผมอาจจะเป็นยิ่งกว่านั้นก็ได้ คือสำหรับผมเหมือนถึงจุดหนึ่งแล้วโลกของผมมันหยุดหมุนไปแล้ว แถมยังหมุนย้อนกลับไปหาอะไรเก่าๆ ที่เรารู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ และโตมากับของพวกนั้น ซึ่งบางอย่างมันก็อาจจะเปลี่ยนไปเมื่อเราโตขึ้น แต่ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนตัวเองตามกระแสนิยมของโลกเลยถ้ารู้สึกว่าของเก่าที่เรามีอยู่มันดีอยู่แล้ว
ยกตัวอย่างนะครับ โทรศัพท์ที่ผมมีอยู่ตอนนี้เป็นสมาร์ทโฟนก็จริง แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่เลยถ้าเครื่องที่ใช้งานอยู่ยังไม่พังจนหมดปัญญาซ่อมแล้ว หรือเวลาจะฟังเพลงอะไรก็ชอบฟังผ่าน CD หรือไม่ก็เอาเพลงในแผ่นนั่นแหละไปทำ mp3 แล้วโหลดลงโทรศัพท์ ไม่ค่อยชอบฟังเพลงในแอพเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะมันต้องเสียเงินหรือไม่ก็ในแอพไม่ค่อยมีเพลงเก่าๆ แบบที่ผมชอบ ไม่งั้นก็เข้าไปฟังใน YouTube เอา แต่ก็ต้องแลกกับคุณภาพเสียงที่สู้ใน CD ไม่ได้
ส่วนเรื่องไลฟ์สไตล์ ทุกวันนี้ผมก็ยังชอบทำอะไรเหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่นใหม่ๆ จนตอนนี้เรียนปริญญาโทแล้ว อย่างเวลาว่างผมชอบไปเดินสยามตั้งแต่สมัยมัธยม ตอนนั้นสถานที่ยังมีบางอย่างไม่เหมือนที่ไปประจำทุกวันนี้ พอไปก็ชอบไปทำอะไรแบบเดิมๆ ซื้อของร้านเดิมๆ กินข้าวร้านเดิมๆ ที่ชอบกินก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน แล้วถ้าร้านเดิมยังอยู่ก็คงไม่เปลี่ยนไปกินร้านอื่นนอกเหนือจากนี้ ถึงตอนนี้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ผมก็ยังชอบไปเดินสยามไม่เคยเบื่อ จนมีคนสงสัยกันเยอะว่าจะไปทำไมบ่อยๆ แม้แต่คนที่บ้าน แต่จริงๆ คือผมมีความผูกพันกับสถานที่แบบนี้ มีความรู้สึกว่าไปแล้วสบายใจกว่าอยู่บ้าน ถ้าไปแล้วไม่มีความสุขผมก็คงไม่ไปบ่อยแบบนี้หรอก
ผมเป็นคนที่มีความผูกพันกับสิ่งที่อยู่กับเรามานานๆ จนดูเหมือนเราโตมากับมันมากกว่าสิ่งที่เข้ามาใหม่ในชีวิต อะไรใหม่ๆ ที่เพิ่งจะได้รู้จักแล้วเกิดความรู้สึกชอบ เต็มที่ก็คงได้แค่ชอบแต่ไม่เกิดความผูกพันมากเท่าสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนไปแล้ว แต่ผมก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนตาม กลับกันครับ ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่าที่เราคุ้นเคย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปมากแล้ว อย่างเรื่องเพลงหรือดาราในกระทู้นั้น ถึงตอนนี้เพลงที่ผมเคยชอบตอนเด็กๆ ก็ไม่ดังแล้ว ดาราคนโปรดของผมในสมัยนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยดาราหน้าใหม่ที่ผมไม่ค่อยรู้จัก
ผมอาจจะดูเป็นวัยรุ่นยุคเก่าในสายตาคนอื่น จากกระทู้ที่ผมเคยตั้งไว้ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ผมเริ่มอยากจะแสดงออกให้คนเขาเห็นว่านี่คือตัวตนของเรา แต่ผมไม่ได้เป็นเหมือนในหนังขนาดนั้น คือส่วนตัวก็ยังแคร์สายตาคนรอบข้างอยู่ว่าจะมีใครมองเราหัวล้าหลังไหม โดยเฉพาะคนใกล้ตัวที่บางคนเคยมองว่ารสนิยมชอบฟังเพลงเก่าของผมเป็นเรื่องแปลกของวัยรุ่นสมัยนี้ จริงๆ ก็คิดว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันก็เกิดทันได้เห็นโลกแบบเดียวกับผมแหละ เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีใครที่คิดถึงอดีตแบบผมเท่าไหร่ ผมไม่ได้ต้องการให้ใครต้องมาเปลี่ยนอะไรตามผมหรอก แค่อยากให้คนเข้าใจในตัวตนความเป็นวัยรุ่นยุคเก่าของผม ไม่มองว่าเราล้าสมัย จะได้แสดงตัวตนของเราออกมาให้เต็มที่ ควรเริ่มยังไงดีครับ