ถ้ารักเค้าเราต้องรอหรือต้องจากไปจะดีที่สุด

กระทู้คำถาม
จากคำถามที่ตั้งไว้หลายคนอาจคิดว่าเป็นคำถามไร้สาระ แต่จากเหตุการที่ตัวเราเองได้เจอมันทำให้เราสับสน จนหาทางแก้ไม่ออก จึงอยากขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆว่าเราควรจะทำยังไงต่อไป
     เรื่องมีอยู่ว่าเรากับสามีของเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน7ปี สามีของเรามีหมายจับตั้งแต่ปี2555 แต่เขาไม่เห็นหมายจับเลยใช้ชีวิตและทำงานปกติเรื่อยมา เรากับสามีของเรามีพยานรักตัวน้อยๆ1คน ซึ่งเราและเขาไม่มีวีแววที่จะเลิกกัน ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ผ่านเรื่องลำบากด้วยกันมานาน จนเราคิดว่าเราจะอยู่กับคนๆนี้ไปจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต
    แต่แล้ววันนึงเราคิดผิด สามีได้แอบมีกิ๊กที่ทำงาน คบหากันได้2เดือน จนทำผู้หญิงเค้าท้อง ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนต่างชาติ ฝรั่งสาว เรามารู้ความก็ก็วันที่ที่ทำงานเค้าไล่ออกทั้งคู่เพราะเหตุนี้ จากนั้นความสัมพันธ์ของเราและสามีเริ่มแย่ขึ้นทุกวัน แต่เราก็บอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ความผิดที่เค้าทำเป็นครั้งแรกเราให้โอกาสได้ เราพยามบอกสามีเสมอว่าเราจะช่วยกันรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้น แต่แล้ววันนึงเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิด เค้ากับผู้หญิงคนนั้นไปเปิดห้องรายวันเพื่อนอนด้วยกัน แต่สามีของเราดันใช้บัตรประชาชนเปิดโรงแรม และเสพกัญชากับผู้หญิงคนนั้น จนเป็นเหตุทำให้เค้าถูกจับ... แต่ผู้หญิงคนนั้นเค้าประกันตัวเองออกมา 2วันให้หลัง เราได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นเค้าบอกว่าเค้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเราอีก เพราะสามีของเราก็หลอกเค้าเช่นกัน หลอกว่าไม่มีครอบครัว หลอกว่าโสด เราก็โอเครอยู่แล้วเพราะตั้งแต่อยู่กินกับสามีมาไม่เคยมีเรื่องร้ายๆแบบนี้เกิดขึ้น เราดูแลสามีตลอดช่วงที่เค้าโดนจับฝากขังอยู่ที่โรงพัก อดหลับอดนอนเพื่อที่หาทางเดินเรื่องประกันตัว และส่งข้าวน้ำทุกมื้อแต่ไม่สามารถประกันตัวได้ ครอบครัวเค้าก็บอกว่าเสียเวลา ถึงประกันได้เราก็ต้องหาเงินมาจ้างทนายสู้ในชั้นศาลอีก ออกมาได้ก็ต้องรายงานตัวตามที่เค้ากำหนด พอถึงเวลาก็กลับเข้าไปอยู่ดี ครอบครัวเค้าบอกให้เราทำใจ...
   และแล้วเค้าก็ถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำ 85 วันถึงจะตัดสิน ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ก็ได้ 3อาทิตย์ ตัวเราทำงานเป็นแคชเชียร์ที่ผับ เข้างาน2ทุ่มถึงตี4ทุกวัน พอถึงวันที่เค้าให้เยี่ยมญาติ เค้าให้อาทิตย์ละ2วัน เราก็ไปทั้ง2 วัน ทำยังไงได้ ก็เรารักเค้า และเป็นห่วงเค้า ทั้งคิดถึงด้วยแหละ อดหลับ อดนอนไปทุกครั้ง กลับมาอีกทีได้นอนแค่2ชั่วโมงก็ตื่นไปทำงาน  เรา2คนคุยกันไว้จะลืมเรื่องร้ายๆและผู้หญิงคนนั้นให้หมด เราสัญญาว่าจะรอกันและกัน เค้าให้สัญญาว่าออกมาจะจดทะเบียนสมรสให้แบบถูกต้อง ถึงเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความหวังมากที่สุด
   แต่แล้วมาวันนึงเรามารู้ว่าพ่อและแม่ของเค้ากำลังตามหาตัวผู้หญิงคนนั้นเพื่อที่จะพาไปเยี่ยมเค้าที่เรือนจำ ผู้หญิงคนนั้นได้คุยกับพ่อแม่ของเค้าและตกลงว่าจะไป สิ่งที่เราคาดไม่ถึงและคือทำไม พ่อกับแม่เค้าทำไปเพื่ออะไร เราได้เอ่ยปากปากขอร้องพ่อกับแม่เค้าว่าอย่าพาไปเพราะเราคุยกันกับสามีแล้วว่าจะลืม แต่สิ่งที่เราได้กลับคืนมาคือ พ่อแม่เค้าบอกกับเราว่า เราไม่ดีพอ เค้าขอให้เราอย่าไปยุ่งกับสามีเราอีก ถ้ารอได้ก็รอไป แต่เราจะไม่มีวันได้พบหน้าสามีหรือรู้ข่าวของสามีอีก  ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจเราเป็นอย่างมาก เราทำผิดอะไร หรือเราไม่มีเงินพอที่จะจ้างทนายให้เค้า เค้าถึงไม่แคร์ความรู้สึกเรา...
  พอเรารู้เรื่องนี้เราก็ตรงไปเยี่ยมสามีเพื่อที่อยากจะรู้ความจิงว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าตัวสามีเราเองเป็นคนสั่งให้พ่อแม่เค้าทำแบบนี้ แต่แล้วเมื่อเจอกับเค้า เค้าบอกเราว่าเค้าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ที่เค้าโดนจับวันแรกอ่ะใช่ เค้าได้เอ่ยปากบอกพ่อกับแม่เค้าว่า ถ้าผู้หญิงคนนั้นเค้าท้องจิง ให้ช่วยรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้นด้วย แต่ตั้งแต่ที่เค้าโดนจับเค้าคิดคิดทบทวนหลายๆอย่างว่าทำเรื่องร้ายๆไว้กับเราเยอะ แต่เรายังอยู่กับเค้าไม่หายไปไหน เค้ารู้สึกผิดกับเรามาก และถ้าออกมาเมื่อไหร่เค้าจะชดใช้ในสิ่งที่เค้าเคยทำให้เราเสียใจ เค้าขอให้เรารอ ขอให้เราหนักแน่น เค้าบอกเรื่องผู้หญิงคนนั้นเค้าจะพูดกับพ่อแม่ของเค้าให้เข้าใจอีกที....
     แต่ตอนนี้เรารู้สึกแย่ไปหมด เรื่องร้ายๆยังไม่ผ่านไปแล้วยังมาเจอกับเรื่องนี้ช้ำเติมไปอีก เรารักเค้า รับครอบครัวของเค้า แต่เรากลับรู้สึกเหมือนว่าโดนหักหลังเสียเอง เราไม่รู้จะทำยังไงต่อไป จะเชื่อคำพูดของเค้าได้มั้ย จะต้องรออีกต่อไปมั้ย หรือ ควรลาเค้าและออกมาจากชีวิตเค้ากันแน่ ทุกวันนี้เรานอนกอดเสื้อเค้าและร้องไห้ทุกๆ ความทรงจำของเราและเค้าหลอกหลอนมากขึ้นทุกวัน  
       เพื่อนคนไหนที่มีคำปรึกษาที่ดีช่วยบอกหน่อยนะคะ ว่าเราควรต้องทำยังไงต่อไป ตอนนี้เราเหลือกันแค่เรากับลูก2คน ไม่มีใครที่ให้คำปรึกษาได้เลย ญาติๆน้าของเราเองก็ตอกย้ำเรา ไม่มีให้แม้แต่กำลังใจ เราไม่เหลือใครแล้ว จริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่