โครงการลับในอดีต

โครงการลับ ‘เพกาซัส’ 




(ภาพYOUTUBE @BACKTOCONSTITUTION)

เรื่องราวของโครงการลับที่อ้างว่าประสบความสำเร็จในการเดินทางข้ามเวลาที่ย้อนกลับไปอดีต เดินทางไปอนาคต และโลกคู่ขนาน รวมถึงดาวอังคารภายใต้การดูแลของกองทัพสหรัฐฯ อย่างลับๆ จากคำบอกเล่าจากปากของเด็กที่อ้างว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ลับสุดยอดนี้

ในปี 2004 แอนดรูว์ ดี. บาเซียโก (Andrew D. Basiago) ทนายความจากวอชิงตันได้ออกมาเผยกับสื่อโดยอ้างว่า เขาเคยเป็นคนที่เดินทางข้ามเวลาระหว่างปี 1968-1972 ในวัย 9 ขวบที่ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการเพกาซัส (Project Pegasas) หนึ่งในโครงการลับสุดยอดที่ดูแลโดยสำนักงานวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DARPA) เพื่อศึกษาและหาผลกระทบสำหรับการเดินทางข้ามเวลาไปยังสถานที่ต่างๆ

แอนดรูว์อ้างว่า หนึ่งในนั้นคือภารกิจนำข้อมูลเดินทางย้อนเวลาไปในปี 1863 เพื่อบอกกับประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์นก่อนถูกลอบสังหาร ในงานปราศรัยที่มีภาพถ่ายของเด็กรายหนึ่งที่เขาบอกว่าคือตัวเอง นอกจากนี้เขายังอ้างว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างบารัค โอบามาและเขาได้รับภารกิจเป็นทูตของมนุษย์เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับมนุษย์ต่างดาวที่ดาวอังคารในช่วงทศวรรษที่ 1980 มาแล้วด้วย

แอนดรูว์ ให้เหตุผลทำไมเด็ก 9 ขวบถึงถูกใช้ในการเดินทางข้ามเวลาเพราะสมองของเด็กปรับสภาพหลังการเดินทางข้ามเวลาได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เขาและเด็กอีกหลายคนได้เดินทางข้ามเวลาจึงถูกทดลองข้ามเวลาไปยังสถานที่ต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ของ Nikola Tesla นักประดิษฐ์อัจฉริยะชื่อดังในอดีตที่เรียกว่า “พลังเรเดียนท์” (Radiant Energy) เครื่องเดินทางข้ามเวลาจะสร้าง “ม่านเปร่งแสงระยิบระยับเป็นวงรีสองวง” เพื่อเป็นประตูสำหรับการเดินทางข้ามเวลา

โดยสาเหตุที่เขาออกมาเปิดเผยให้โลกรู้เขาอ้างว่าเพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ และเรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯ นำข้อมูลมาเปิดเผยต่อชาวโลก ซึ่งคำกล่าวอ้างของแอนดรูว์ก็ไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าโครงการดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม แอนดรูว์ ดี. บาเซียโก ที่อ้างว่าเคยร่วมงานกับโปรเจคต์ลับของกองทัพสหรัฐฯ เคยประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 มาแล้ว แม้จะไม่ได้รับชัยชนะ แต่เขาออกมาประกาศว่าในปี 2020 เขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งอีกครั้ง โดยอ้างว่าเพื่อนำข้อมูลการเดินทางข้ามเวลามาเปิดเผยต่อชาวโลกให้ได้ 
Cr.https://www.spokedark.tv

“ฐานทัพอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดิน หมายเลข 816” 


ย้อนกลับไปในปี 2509 นาย “โจว เอินไหล” นายกรัฐมนตรีจีนในขณะนั้น ได้อนุมัติโครงการลับ ในการสร้าง “ฐานทัพอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดิน หมายเลข 816” บริเวณภูเขาชานเมืองฉงชิ่ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพทางการทหาร หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหภาพโซเวียตเริ่มระหองระแหง

รายงานระบุว่า จีนได้ส่งทหารและวิศวกรราว 60,000 นายเข้าร่วมปฎิบัติการสร้างฐานทัพนิวเคลียร์ โดยได้ขุดถ้ำขนาดยักษ์บริเวณภูเขาแห่งหนึ่งในป่าลึก ขนาดกว้างราว 104,000 ตารางเมตร ความสูง 79.6 เมตร หรือสูงพอๆกับตึก 20 ชั้น นับเป็นถ้ำฝีมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความแข็งแรงสามารถทนต่อแรงแผ่นดินไหวได้สูงถึงระดับ 8 และแรงระเบิดทีเอ็นทีขนาด 1,000 ตัน

อย่างไรก็ดี ในปี 2527 สงครามเย็นและสถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจีนจึงตัดสินใจยุติโครงการก่อสร้างฐานทัพนิวเคลียร์ใต้ดิน 816 ซึ่งในขณะนั้นได้สร้างเสร็จไปแล้วประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และได้สั่งปิดถ้ำเป็นเวลานานนับ 40 ปี ก่อนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปี 2553
Cr.https://mgronline.com

โครงการ ‘โปรเจกต์มอนทอก’


ซีรีย์เรื่องเยี่ยม Stranger Things ที่โด่งดังจากผลงานการสร้างของพี่น้องดัฟเฟอร์ นำเสนอเรื่องราวที่ล้ำจินตนาการด้วยการนำเสนอความสยองในทฤษฎีสมคบคิดจากอดีตฐานทัพทางทหาร

ในการสัมภาษณ์ของนักแสดงเกเตน มาตาราซโซ (ดัสติน) ได้เผยว่าเรื่องราวที่เกิดมาจากสถานที่จริง โดยเขาได้เผยว่ามันคือสถานที่ในมอนทอก นิวยอร์กที่ถูกเรียกว่าค่ายวีรบุรุษ มันมีข่าวลือของหน่วยงานลับที่ทำการทดลองกับมนุษย์เพื่อสู้ศึกสงครามเย็น

มอนทอก คือฐานทัพทางทหารเดิมที่ตอนนี้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติค่ายวีรบุรุษและเป็นสถานที่ในการพักผ่อนของประชาชน ในอดีตมันเคยมีข่าวลือมากมายทั้งการลักพาตัว ควบคุมจิตใจและเดินทางข้ามเวลา ภายใต้โครงการ ‘โปรเจกต์มอนทอก’
นักสร้างภาพยนต์ คริสโตเฟอร์ กาเรนทาโน สร้างภาพยนต์ชื่อ Montauk Chronicles ที่นำเสนอเรื่องราวของค่ายนี้จากเรื่องราวแปลก ๆ จำนวนมากรวมทั้งเรื่องราวของคนที่เคยโดนบังคับให้เข้าร่วมในการทดลองลับช่วงปี 1970

ทางเวบไซต์ได้อธิบายไว้ว่า: อัลเฟรด เบียเลค สจ๊วด สเวิร์ดโลว์และเพรสตัน นิโคล ได้บอกเล่าเรื่องราวของการทดลองกับคนนับพันตลอดช่วงเวลาเกือบ 10 ปี ทั้งการลักพาตัว ฆาตรกรรม ทรมาน เดินทางข้ามเวลา ควบคุมจิตใจและการติดต่อกับนอกโลกที่เกี่ยวข้องกับค่ายวีรบุรุษนี้ โดยสเวิร์ดโลว์ยืนยันว่าในปี 1970 ตอนเขาอายุ 13 ปี เขาถูกลักพาตัวและมีเด็กจากที่ต่าง ๆ อีกมากที่ถูกนำตัวมาทดลอง โดยเน้นที่กรรมพันธ์พิเศษเพื่อการทดลองขั้นสูง

กองทัพได้ปิดตัวที่นี่ในปี 1947 และโอนย้ายไปเป็นของกองทัพอากาศในปี 1951 เรื่อยมาจนถึงปี 1982  พื้นที่ถูกบริจาคให้กับอุทยานแห่งชาติในปี 1984 แต่สิ่งก่อสร้างทางทหารยังคงอยู่ในอุทยานแห่งชาติค่ายวีรบุรุษ หนึ่งในอาคารที่มีชื่อเสียงคือหอเรดาร์ในยุคสงครามเย็น ซึ่งในตอนนั้นใช้เป็นสถานีหลักในการเชื่อมต่อสถานีย่อยเพื่อการสอดส่องกิจกรรมต่างของทางโซเวียต

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับค่ายวีรบุรุษก็คือการหอเรดาร์นี้ใช้ในการอ่านและควบคุมจิตใจผู้คนด้วยคลื่นความถี่จากระบบเรดาร์ 
โดยกาเรนทาโนผู้ที่เติบโตในพื้นที่ได้พูดเรื่องของประวัติศาสตร์ของหอคอยนี้ในช่องประวัติศาสตร์ โดยบอกว่าทุก ๆ 12 วินาทีหอเรดาร์จะหมุนและเหล่าสัตว์ป่าจะหวาดกลัวและผู้คนจะเริ่มปวดหัวและฝันร้าย และผู้คนที่สวมอุปกรณ์ไฟฟ้าจะควบคุมตัวเองไม่ได้

ความคิดเรื่องรัฐบาลพยายามควบคุมจิตใจของประชาชนมันช่างน่ากลัวอย่างมากและมันยิ่งสร้างความเชื่อให้เรื่องนี้เข้าไปอีกเมื่อหอเรดาร์ยังคงปรับทิศทางในทุก ๆ วันจนถึงปี 2011 ทั้งที่มันควรหยุดทำงานไปแล้วนับตั้งแต่ที่กองทัพอากาศได้ออกจากสถานที่นี้ไป



ใน Montauk Chronicles คนท้องถิ่นไบรอัน มินนิคได้เผยภาพห้องใต้ดินและหลักฐานว่ามนุษย์เคยใช้งานที่นี้ตั้งแต่อดีตจนมันปิดทำการ พร้อมบอกอีกว่ามีสิ่งแปลกประหลาดและน่าสนใจที่เขาได้พบ ทั้งบันทึกของการสั่งอาหารมาที่ค่ายนี้ในปลายยุค 80 มากถึง 2 ล้านกว่าบาทต่อเดือนเลยทีเดียวซึ่งมันมากเกินไปสำหรับฐานนี้
เขายังเรียกผู้เชี่ยวชาญพร้อมอุปกรณ์วัดไฟฟ้าและพบว่ามีการอ่านค่าที่ไม่ปกติซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีบังเกอร์ที่หนาแน่นฝังไว้ใต้ดินลึกกว่า 20 ฟุต

ในบังเกอร์ที่มีสัญลักษณ์ห้ามเข้าอยู่ และมันมีรูที่กำแพงที่เข้าได้อย่างง่ายดาย โดยเขาอธิบายว่าข้างในช่างใหญ่มาก เพดานมีสามด้านแต่ละด้านของทางเดินมีกรงขนาดใหญ่พร้อมประตูและกรงขนาดเล็กด้านใน โดยหนึ่งในนั้นมีเก้าอี้โลหะซึ่งเป็นแบบของหมอฟันโดยมีที่ยึดจับอยู่ซึ่งน่าขนลุกมาก และยังมีบ้านอีกหลังซึ่งเป็นบ้านกรดที่อาจจะใช้ทดสอบ LSD กับมนุษย์โดยแต่ละห้องมีรูปแบบผนังที่แตกต่างกันไป



เพรสตัน นิโคลพร้อมผู้แต่งปีเตอร์ มูนได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับค่ายวีรบุรุษทีชื่อโครงการมอนทอก: การทดลองแห่งยุค โดยเขาได้อ้างว่าเขาเป็นนักวิศวกรไฟฟ้าที่ทำงานในมอนทอกและบอกว่ามีการสร้างเครื่องอ่านจิตใจขึ้นซึ่งมีการประมวลผลผ่านคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เทคโนโลยีนี้มีชื่อว่าเก้าอี้มอนทอก และแม้ว่าจะไม่มีเครื่องนี้อยู่อีกแล้ว แต่อาจเป็นไปได้ว่าเก้าอี้โลหะนี้อาจเป็นอันที่ใช้ในการนี้ ขณะที่เราไม่อาจรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในค่ายวีรบุรุษได้
Cr.https://petmaya.com

โครงการลับสุดยอด "เบลล์": การศึกษาแรงโน้มถ่วง


นาซีทำการวิจัยด้วยวัตถุในรูประฆังทำจากโลหะหนักและบรรจุของเหลวสีม่วงคล้ายกับปรอท ของเหลวถูกเก็บไว้ในกระติกน้ำร้อนบรรจุในปลอกตะกั่วที่มีความหนาสามเซนติเมตร มีการศึกษาภายใต้หมวกหนาพื้นที่ของห้องคือ 30 m 2 และพื้นผิวถูกปกคลุมด้วยแผ่นด้วยซับยาง หลังจากการทดลองแต่ละครั้งห้องปฏิบัติการได้รับการบำบัดด้วยน้ำเกลือเป็นเวลา 45 นาที ขั้นตอนนี้ดำเนินการโดยนักโทษของค่ายกักกัน Gross-Rosen

ทำการทดลองแต่ละครั้งภายในหนึ่งนาที เสียงระฆังเปล่งแสงสีน้ำเงิน อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในรัศมี 150-200 เมตรล้มเหลวของเหลวเกือบทั้งหมด (รวมถึงเลือด) ถูกแบ่งออกเป็นเศษส่วน  นักวิจัยกลุ่มแรกเลิกทำหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ห้าคนเสียชีวิตจากเจ็ดคน
การทดลองชุดที่สองความเสี่ยงลดลงเล็กน้อยเนื่องจากการดัดแปลงอุปกรณ์ ไม่นานก่อนสิ้นสุดสงครามเอกสารทั้งหมดถูกยึดโดยทีม SS ในทิศทางที่ไม่รู้จักและนักวิทยาศาสตร์ทุกคนที่เข้าร่วมในโครงการถูกยิงโดยชาวเยอรมันระหว่าง 28 เมษายนถึง 4 พฤษภาคม 1945

วัตถุประสงค์ของโครงการ "เบลล์" คืออะไร? สิ่งประดิษฐ์ลับ "Anenerbe" (ระฆังถูกเก็บรักษาไว้ แต่ห้องที่ดำเนินการทดลองถูกรื้อและเนื้อหาถูกทำลาย) แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์ทำงานเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของแรงโน้มถ่วงที่ยังไม่ได้สำรวจ บางทีการไหลของสารสีม่วงลึกลับซึ่งคล้ายกับปรอทอาจทำให้เกิดความตื่นเต้นอย่างมากในสนามกราวิมาญเนติก นี่น่าจะเป็นจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ 

นอกจากนี้เป็นที่ทราบกันดีว่ามีความพยายามที่จะสร้างเครื่องบินที่มีสถานที่ปฏิบัติงานบนพื้นฐานของสารปรอทในศตวรรษที่สิบแปด แต่ในรีคที่สามพวกเขาเอาใจใส่มรดกทางประวัติศาสตร์อย่างมากเพื่อที่พวกเขาจะได้ศึกษาเอกสารเก่า ๆ ที่เป็นการเยาะเย้ยจากนักวิจัยคนอื่นเท่านั้น
Cr.https://th.sodiummedia.com
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่