ไม่กระทบกระเทือนถึงกฎธรรมชาติ.
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งที่ทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา, นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว. (ซึ่งความเป็นอย่างนั้นเอง.) ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง”, ดังนี้.
(สิ่งที่.ที่เมื่อถูกปรุงแต่งแล้วแล้วนั้นแหละ)
ภิกษุ ท.! ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะซึ่งสิ่งนั้น. ; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว ย่อมบอก ย่อมแสดงย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ
(เหตุเพราะแสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่ตถาคตจึงเกิดมีขึ้น ว่า
...สัจจะ 4.... อย่างนี้ๆ)
เพื่อให้รู้ทั่วกันว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง” ดังนี้.
(อนิจฺจํ (อนิจจัง))
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งซึ่งทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา, นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว. ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์”, ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งสิ่งนั้น.; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ
เ(หตุเพราะแสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่
ตถาคตจึงเกิดมีขึ้น...ว่า... ฯลฯ)
เพื่อให้รู้ทั่วกันว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวง เป็นทุกข์” ดังนี้.
(ทุกฺข (ทุกขัง))
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งซึ่งทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา, นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว. ว่า “ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา”, ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งสิ่งนั้น. ; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ
(เหตุเพราะแสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่ตถาคตจึงเกิดมีขึ้น....ว่า... ฯลฯ )
เพื่อให้รู้ทั่วกันว่า “ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา” ดังนี้.
(อนตฺตา หรือ อนาตมัน ไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน ไม่ใช่อัตตา (หรืออาตมัน) ไม่ใช่ตัวตน
คือ สมณพราหมณ์อื่นที่ไหนในโลกนี้ และเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์, เทวดาพร้อมทั้งมนุษย์หลาย(รูปธรรม)และ(ขันธ์ 5))
รวมธาตุหลักทั้งสี่....ด้วย)
ซึ่งเรามองไม่เห็น. (มืดสนิท)
<<<<<<<<<<<<🌚>>>>>>>>>>>>
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งที่ทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา (ธัมมัฏฐิตตา) คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา (ธัมมนิยามตา) ได้แก่ความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตา), นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว.
ภิกษุ ท. ! ตถาคต ย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งสิ่งนั้น., ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว, ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ และได้กล่าวแล้วในบัดนี้ ว่า
“ภิกษุ ท. ! ท่านทั้งหลาย. จง มาดู : เพราะชาติ เป็นปัจจัย ชรามรณะย่อมมี”๒ ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! เพราะเหตุดังนี้แล ธรรมธาตุใด ในกรณีนั้น. อันเป็นตถตา คือความเป็นอย่างนั้น, เป็นอวิตถตา คือความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น, เป็นอนัญญถตา คือความไม่เป็นไปโดยประการอื่น, เป็น อิทัปปัจจยตา คือความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น.
ภิกษุ ท. ! ธรรมนี้{ יהוה }เราเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท (ฝ่ายนามธรรมล้วน) คือธรรมอันเป็นธรรมชาติ อาศัยซึ่งกันแล้วเกิดขึ้น. יהו? (มีขึ้น..}
}สัจธรรม1{
๒ (เมื่อได้ตรัสในกรณีที่ ชรามรณะมีเพราะชาติเป็นปัจจัย จบลงดังนี้แล้ว ก็ได้ตรัสถึงในกรณีที่ ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย, ภพมีเพราะอุปาทานเป็นปัจจัย, ...ฯลฯ... กระทั่งถึงสังขารทั้งหลายมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย,(อีก 10) ด้วยระเบียบแห่งถ้อยคำที่เหมือนกันทุกตัวอักษร กับในกรณีแห่งชรามรณะมีเพราะชาติเป็นปัจจัย ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างบนนี้, ต่างกันแต่เพียงชื่อแห่งหัวข้อหนึ่ง ๆ ของปฏิจจสมุปบาท เท่านั้น).
>>>>>>☀️<<<<<< 616
เพราะความดับแห่งตัณหาฯ จึงมีคว่ามดับแห่งอุปาทานฯจึงมีความดับแห่งภพฯ..ฯลฯ จึงมีความดับแห่งความโศก ความคร่ำครวญรำไร ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ จึงมีความดับเย็นสนิท .
(ซึ่งเรียกว่า พระนิพพาน.)
บรมสัจจ์
...ทรงพระนามว่า "บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์" - 4:8
.
......สายกลางนะ ......ตัวเอง.(ตะกร้า 3)
กระจัดกระจายไป...
ว่าด้วย การเกิดของพระองค์ -
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งที่ทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา, นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว. (ซึ่งความเป็นอย่างนั้นเอง.) ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง”, ดังนี้.
(สิ่งที่.ที่เมื่อถูกปรุงแต่งแล้วแล้วนั้นแหละ)
ภิกษุ ท.! ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะซึ่งสิ่งนั้น. ; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว ย่อมบอก ย่อมแสดงย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ
(เหตุเพราะแสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่ตถาคตจึงเกิดมีขึ้น ว่า
...สัจจะ 4.... อย่างนี้ๆ)
เพื่อให้รู้ทั่วกันว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง” ดังนี้.
(อนิจฺจํ (อนิจจัง))
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งซึ่งทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา, นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว. ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์”, ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งสิ่งนั้น.; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ
เ(หตุเพราะแสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่
ตถาคตจึงเกิดมีขึ้น...ว่า... ฯลฯ)
เพื่อให้รู้ทั่วกันว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวง เป็นทุกข์” ดังนี้.
(ทุกฺข (ทุกขัง))
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งซึ่งทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา, นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว. ว่า “ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา”, ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งสิ่งนั้น. ; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ
(เหตุเพราะแสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่ตถาคตจึงเกิดมีขึ้น....ว่า... ฯลฯ )
เพื่อให้รู้ทั่วกันว่า “ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา” ดังนี้.
(อนตฺตา หรือ อนาตมัน ไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน ไม่ใช่อัตตา (หรืออาตมัน) ไม่ใช่ตัวตน
คือ สมณพราหมณ์อื่นที่ไหนในโลกนี้ และเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์, เทวดาพร้อมทั้งมนุษย์หลาย(รูปธรรม)และ(ขันธ์ 5))
รวมธาตุหลักทั้งสี่....ด้วย)
ซึ่งเรามองไม่เห็น. (มืดสนิท)
<<<<<<<<<<<<🌚>>>>>>>>>>>>
ภิกษุ ท. ! เพราะตถาคตเกิดขึ้น หรือเพราะตถาคตไม่ได้เกิดขึ้น ก็ตาม, สิ่งที่ทรงตัวอยู่ได้เอง. ซึ่งเป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา (ธัมมัฏฐิตตา) คือความเป็นกฏตายตัวของธรรมดา (ธัมมนิยามตา) ได้แก่ความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตา), นั้น ย่อมตั้งอยู่อย่างคงตัว.
ภิกษุ ท. ! ตถาคต ย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งสิ่งนั้น., ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว, ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมวางหลักเกณฑ์ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ และได้กล่าวแล้วในบัดนี้ ว่า
“ภิกษุ ท. ! ท่านทั้งหลาย. จง มาดู : เพราะชาติ เป็นปัจจัย ชรามรณะย่อมมี”๒ ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! เพราะเหตุดังนี้แล ธรรมธาตุใด ในกรณีนั้น. อันเป็นตถตา คือความเป็นอย่างนั้น, เป็นอวิตถตา คือความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น, เป็นอนัญญถตา คือความไม่เป็นไปโดยประการอื่น, เป็น อิทัปปัจจยตา คือความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น.
ภิกษุ ท. ! ธรรมนี้{ יהוה }เราเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท (ฝ่ายนามธรรมล้วน) คือธรรมอันเป็นธรรมชาติ อาศัยซึ่งกันแล้วเกิดขึ้น. יהו? (มีขึ้น..}
}สัจธรรม1{
๒ (เมื่อได้ตรัสในกรณีที่ ชรามรณะมีเพราะชาติเป็นปัจจัย จบลงดังนี้แล้ว ก็ได้ตรัสถึงในกรณีที่ ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย, ภพมีเพราะอุปาทานเป็นปัจจัย, ...ฯลฯ... กระทั่งถึงสังขารทั้งหลายมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย,(อีก 10) ด้วยระเบียบแห่งถ้อยคำที่เหมือนกันทุกตัวอักษร กับในกรณีแห่งชรามรณะมีเพราะชาติเป็นปัจจัย ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างบนนี้, ต่างกันแต่เพียงชื่อแห่งหัวข้อหนึ่ง ๆ ของปฏิจจสมุปบาท เท่านั้น).
>>>>>>☀️<<<<<< 616
เพราะความดับแห่งตัณหาฯ จึงมีคว่ามดับแห่งอุปาทานฯจึงมีความดับแห่งภพฯ..ฯลฯ จึงมีความดับแห่งความโศก ความคร่ำครวญรำไร ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ จึงมีความดับเย็นสนิท .
(ซึ่งเรียกว่า พระนิพพาน.)
บรมสัจจ์
...ทรงพระนามว่า "บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์" - 4:8
.
......สายกลางนะ ......ตัวเอง.(ตะกร้า 3)
กระจัดกระจายไป...