ลาออกจากกงานประจำ แบบไม่เสียดาย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เริ่มจากสมัยเรียนจบใหม่ๆ เราเองมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติ เพราะอยากใช้ภาษาในการทำงาน ในช่วงนั้นถือว่าสนุก ได้เรียนรู้ พัฒนางานอยู่ตลอด แต่ก็ทำได้แค่ 6 เดือน ก็ต้องลาออก (จริงๆยังไม่อยากลาออกยังอยากอยู่แต่ก็โชคชะตาและการตัดสินใจ) 😓 เพราะ ได้งานแบงค์ที่เราได้ไปสอบแข่งขัน สอบสัมภาษณ์ จนผ่าน และได้ลงทำงานในจังหวัดบ้านเกิดเรา ด้วยเราเพิ่งจบใหม่ ประสบการณ์ในการทำงานยังไม่เยอะ ประกอบกับที่บ้านก็เห็นดีเห็นงามที่จะให้กลับมาทำงานแบงค์ เพราะมันดีกว่ายังงู้นยังงี้ ทำให้เราได้เลือกกลับมา...และนี้ก็คือจุดเริ่มต้นในการค้นพบ..
วันแรกที่เรามาทำงาน เริ่มจาก 0 ไม่รู้อะไรเลย การอบรมใดๆในตอนนั้นยังไม่มี เริ่มงานสดๆเจอสถานการณ์จริง ต้องคอยถามเด็กฝึกงาน เพราะพี่ๆคนที่เขาอยู่มาก่อน ก็งานยุ่งกันไป ก็เริ่มเห็นแล้วว่า "แต่ละคนก็บอกว่าไม่ใช้หน้าที่ฉันจะมาถามอะไรนักหนา ฉันไม่รู้บ้าง.." ด้วยเราเป็นคนคิดบวก ก็ไม่ใส่ใจ แล้วก็พยายามเรียนรู้ตลอด สังเกตุ ศึกษา จนวันนึงเราก็คล่อง มีปีกที่แข็งแรงขึ้น..
จากลูกจ้างครบ 1 ปีก็สอบเลื่อนขั้นเป็น พนง. ได้ แต่...
เราไม่ได้เรียกบรรจุในปีนั้นเลย ใช่ค่ะ..เราต้องอยู่สถานะลูกจ้างต่ออีก 1 ปี จนวนมาสอบรอบใหม่สอบผ่าน ครั้งนี้ได้เรียกบรรจุ เป็นพนักงาน มีชุดเครื่องแบบที่หลายๆคนพยายามไขว่ขว้า ก็ต้องขอบคุณตัวเองที่ทำงาน ทำผลงาน ดึงศักยภาพ จนผู้ใหญ่เล็งเห็นและให้โอกาส 🙏 ฟังดูเหมือนจะดี มั่นคง มีเงินเดือน มีสวัสดิการ แต่...........เบื้องหลังนั้น😔
ตลอดเวลาที่เราทำงานแบงค์ เราร้องไห้ เสียน้ำตาจนบ่อยครั้ง แอบขึ้นไปร้องห้องเก็บของ ห้องน้ำบ้าง มันเครียด มันกดดันตาม level ไหนจะต้องเจอเป้าหมายชี้วัดหลายๆตัวที่ซึ่งบ้างที่ก็เกินเหตุเกินควร ไม่สัมพันธ์กับหน้าที่หลักบ้าง เอามาห้อยท้ายแฝงใส่เข้ามาบ้าง งานหลัก งานรองยัดมาหมด จะเอาทุกๆอย่าง เห็นใครขยัน ใครทำได้ ก็คือ แก..ที่ต้องทำ เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบเห็นแก่ตัวจนเราประหลาดใจว่า. โห้ ขนาดนี้เลยหรอ😱 ทำงานไม่มีโอที เลิกงานดึกมืด 3 -4 ทุ่มอยู่บ่อย เที่ยงคืน ตี1 ก็หลายครั้ง งานล้นมือ พนง. ไม่พอ ... แต่ก็ต้องก้มหน้าทำงกๆ เพราะ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ถ้าไม่ทำโดน หัวหน่าเรียกคุยเรียกจี้ เวลาทำงานจริงๆคือหลังประตูแบงค์ปิด เพราะช่วงเวลางานต้องบริการลูกค้าในระหว่างวัน กลับบ้านก่อนหัวหน้า โดนมองว่าไม่ดี ทั้งๆๆที่ บางครั้งทำงานหนัก เยอะมาทั้งวัน งานเสร็จหมดแล้ว ...... สารพัดกับระบบที่เจอ พูดได้ว่าโหดมาก เราผอมลง เราเครียด ไมเกรน บ่อย สุขภาพจิตเสีย ไม่ร่าเริง...
เหตุการณ์ต่างๆสะสมมา4ปีกว่า จนเราไม่ไหว เพราะ 4ปีเราทุ่มหมดตัว ทุ่มเทกับงานมาก อยู่ใรกีอบระเบียบ เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่องาน สุดท้าย เหนื่อยฟรี ค่าตอบแทนแค่พอผ่านได้แค่ละ เดือน ไม่มีค่าcomission เงินที่เราทำได้ก็ข้ากองกลาง มีเงินเก็บจากเงินเดือนนิดๆหน่อย (นี้ขนาดไม่มีหนี้นะ ไม่มีค่าที่พัก กินแบบประหยัด) เงินเดือน อยู่แค่ 15,000 จากลูกจ้างค่อยปรับเป็น17,000 แล้วพอเป็นพนังงานก็กลับมาที่ 15,000 .... 😓
ในที่สุดยอมลาออก เพราะสุดๆแล้ว ไม่เสียดายเลย และค้นพบว่า ชีวิตนี้ต้องการอะไร อยากมีชีวิตแบบไหน เราค้นพบเเล้ว
ตอนนี้ก็กลับมาเผชิญโลกอีกครั้ง
ลาออกจากกงานประจำ แบบไม่เสียดาย