'สุทิน' ติวเข้มอภิปราย พ.ร.บ.งบ 63 ฝากบอกรัฐบาล หมดยุค 30 นาทีผ่าน ลั่นเตรียมเจอบรรยากาศต่างเหมือน 'ฟ้ากับบาดาล'
https://www.matichon.co.th/politics/news_1707420
สืบเนื่องกรณีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ วาระแรกรับหลักการ ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ นาย
สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวกับ ‘มติชน’ ว่า
บรรยากาศจากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 ของสภาผู้แทนราษฎร บอกรัฐบาลไว้เลยว่าบรรยากาศจะต่างกันราวฟ้ากับบาดาลกับการพิจารณาในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นใช้เวลา 30 นาที ก็ผ่าน
วันนี้ฝ่ายค้านได้เวลามา 3 วัน ยังคิดว่าไม่พอ แต่เมื่อได้มา 3 วัน ผู้อภิปรายไม่น่าจะน้อยกว่า 100 คน และฝ่ายค้านคงไม่ใช่บรรยากาศที่จะมาอวยกันเหมือน สนช.แต่เป็นบรรยากาศที่เราต้องทำงานให้กับประชาชน เดิมพันด้วยความอยู่รอดของประเทศ ก็ต้องดูว่าการจัดงบประมาณของรัฐบาลตอบโจทย์ประเทศหรือไม่ จะพาประเทศไปได้ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น หรือทำให้ประชาชนลำบาก
นี่คือสิ่งที่เราจะต้องชี้ให้เห็น ทั้งนี้ ที่รัฐบาลชอบขู่ว่าถ้าไม่ผ่านแล้วจะมีการยุบสภา หรือไม่ก็ลาออก พยายามพูดให้เรากลัว แต่เท่าที่ดูๆ คือ ไม่มีใครกลัว เพราะเราคิดว่าจะไม่ยอมปล่อยให้งบประมาณผ่านไปแบบที่ประเทศไม่มีอนาคต แลกกับการที่เราได้เป็น ส.ส. ก็คงไม่มีใครเอา รัฐบาลควรจัดงบประมาณให้ดี ซึ่งวันนี้เห็นว่าไปเน้นเอาเรื่องความมั่นคงมากกว่าเรื่องปากท้องชาวบ้าน ตรงนี้เป็นเรื่องที่สวนกระแส ย้อนแย้งกับความเป็นจริง วันนี้ชาวบ้านลำบากเรื่องเศรษฐกิจ คงยอมไม่ได้
“การแบ่งเวลาคร่าวๆ คือ รัฐบาล 20 ชั่วโมง และฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ซึ่งในฝ่ายค้าน 7 พรรค หารเวลากันแล้ว พรรค พท.จะได้เวลาประมาณ 65 คน คนละ 7-8 นาที โดยจากการเตรียมตัวที่ดี คิดว่าจะได้เนื้อหาสาระที่ได้คุณภาพ ไม่ขี้เหร่ คิดว่าได้ประโยชน์กับประเทศ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายจากกระจายไปทุกด้าน แต่เรื่องใหญ่จริงๆ คงจะเน้นไปที่เรื่องการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สำหรับการจัดทัพนั้นเรายังไม่ได้ลงรายละเอียด เราเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความจำนง และแสดงความถนัด จากวันนี้ก็จะมาจัดกลุ่มกันว่าควรที่จะพูดเรื่องเศรษฐกิจกี่คน การศึกษากี่คน ความมั่นคงกี่คน สิ่งแวดล้อมกี่คน จากนั้นจะให้ทุกคนกลับไปทำการบ้าน แล้วระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคมนี้ จะมาจัดติวกันอีกครั้ง โดยจะมีทั้งโค้ชเทคนิคและโค้ชเนื้อหา เป็นทั้งผู้ใหญ่ในพรรคและนอกพรรคที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องงบประมาณและการอภิปราย” นาย
สุทินกล่าว
กมธ.ป.ป.ช. จ่อขอเอกสาร ‘ศาลออสซี่’ คดี ‘ธรรมนัส’ ขุดยันสมัยเรียน ‘เสรีพิศุทธ์’ พร้อมควักเงิน
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2962946
กมธ.ป.ป.ช. จ่อขอเอกสาร ‘ศาลออสซี่’ คดี ‘ธรรมนัส’ ขุดยันสมัยเรียน ‘เสรีพิศุทธ์’ พร้อมควักเงิน
วันที่ 10 ต.ค. นาย
ธีรัจชัย พันธุมาศ โฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.) และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า คดีของร.อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางคณะอนุกรรมาธิการได้รวบรวมข้อสรุปทั้งหมดแล้วว่าจะต้องส่งจดหมายขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ กำลังอยู่ในขั้นตอนแปลเอกสาร เพื่อขอหลักฐานที่ไม่ใช่แบบที่สำนักข่าวบีบีซีไทยออกมา โดยมีคณะอนุกรรมธิการชุดที่ 2 เป็นผู้ดูแลในกรณีคดียาเสพติด ว่ามีคดีต้องโทษจริงหรือไม่ ซึ่งตนเป็นประธานฯ ส่วนคณะอนุกรรมาธิการ ชุดที่ 1 ทำหน้าที่ตรวจสอบวุฒิการศึกษาของร.อ.
ธรรมนัส ที่มีน.อ.
อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นประธานฯ
นาย
ธีรัจชัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยเรื่องที่ ร.อ.
ธรรมนัส เคยต้องโทษอีกคดี เมื่อปี พ.ศ.2531 นั้น สืบเนื่องมาจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการ ได้สอบข้อเท็จจริงจากผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทย จนทราบว่าไม่ได้มีคดีที่ ร.อ.
ธรรมนัส เกี่ยวข้องในปี พ.ศ.2536 เท่านั้น แต่มีก่อนหน้านั้นด้วย โดยเมื่อปี พ.ศ.2531 ได้มีคดีเกี่ยวกับความผิดเพื่อนบ้านข้างเคียง ที่พบการกระทำความผิด แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงถูกจำคุก 8 เดือน ซึ่งผู้สื่อข่าวท่านนี้ได้มาให้ข้อมูล เราจึงแจ้งตามบันทึกที่ได้รับมา และกำลังสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย อีกไม่นานก็น่าจะเปิดเผยได้
ส่วนเอกสารที่เราทำเรื่องขอไปทางประเทศออสเตรเลียนั้น ประกอบด้วย คำพิพากษาศาลแขวง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และหลักการถูกจำคุกจากราชทัณฑ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังตรวจสอบประวัติอาญาชกร รวมถึงหลักฐานการเข้าออกประเทศออสเตรเลีย ประวัติการเรียน การศึกษาในประเทศไทย ที่มีประวัติถูกไล่ออกจากราชการ และการเปลี่ยนชื่อสกุล เราจะรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อต่อจิ๊กซอร์ทุกอย่างให้ครบทั้งหมด แต่เนื่องจากทางกมธ.ฯ ไม่มีอำนาจชี้ขาด เราจึงต้องส่งเรื่องไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องรอมติในที่ประชุม กมธ.ฯ อีกครั้งหนึ่ง
นาย
ธีรัจชัย กล่าวอีกว่า นอกจากการทำเรื่องขอเอกสารแล้ว เรายังหาหลักฐานด้านอื่นด้วย ส่วนการบินไปหาหลักฐานที่ต่างประเทศก็ต้องพิจารณาจากคำตอบรับของแต่ละแห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด เพราะการเดินทางไปขอหลักฐานของบีบีซีไทย ได้แค่การจดข้อมูลออกมา แต่เราเชื่อว่า กมธ.ฯ จะได้หลักฐานที่ครบถ้วนกว่าแน่นอน เพราะเราเป็นหน่วยงานที่เป็นทางการมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะจบได้เมื่อไหร่ ส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้ในการทำงานของกมธ.ฯ พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ ได้แจ้งว่า หากติดขัดเรื่องงบประมาณในช่วงเปลี่ยนผ่านงบ ท่านก็จะออกไปก่อน และจากเบิกภายหลัง หากเบิกไม่ได้ก็ควักเองทั้งหมด
JJNY : 4in1 สุทินติวเข้มอภิปรายงบ/กมธ.จ่อขอเอกสารศาลออสซี่/ภาพหดหู่ผู้ป่วยไร้ที่พัก/ชิมช้อปใช้เอาไม่อยู่เชื่อมั่นไม่ฟื้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_1707420
บรรยากาศจากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 ของสภาผู้แทนราษฎร บอกรัฐบาลไว้เลยว่าบรรยากาศจะต่างกันราวฟ้ากับบาดาลกับการพิจารณาในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นใช้เวลา 30 นาที ก็ผ่าน
วันนี้ฝ่ายค้านได้เวลามา 3 วัน ยังคิดว่าไม่พอ แต่เมื่อได้มา 3 วัน ผู้อภิปรายไม่น่าจะน้อยกว่า 100 คน และฝ่ายค้านคงไม่ใช่บรรยากาศที่จะมาอวยกันเหมือน สนช.แต่เป็นบรรยากาศที่เราต้องทำงานให้กับประชาชน เดิมพันด้วยความอยู่รอดของประเทศ ก็ต้องดูว่าการจัดงบประมาณของรัฐบาลตอบโจทย์ประเทศหรือไม่ จะพาประเทศไปได้ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น หรือทำให้ประชาชนลำบาก
นี่คือสิ่งที่เราจะต้องชี้ให้เห็น ทั้งนี้ ที่รัฐบาลชอบขู่ว่าถ้าไม่ผ่านแล้วจะมีการยุบสภา หรือไม่ก็ลาออก พยายามพูดให้เรากลัว แต่เท่าที่ดูๆ คือ ไม่มีใครกลัว เพราะเราคิดว่าจะไม่ยอมปล่อยให้งบประมาณผ่านไปแบบที่ประเทศไม่มีอนาคต แลกกับการที่เราได้เป็น ส.ส. ก็คงไม่มีใครเอา รัฐบาลควรจัดงบประมาณให้ดี ซึ่งวันนี้เห็นว่าไปเน้นเอาเรื่องความมั่นคงมากกว่าเรื่องปากท้องชาวบ้าน ตรงนี้เป็นเรื่องที่สวนกระแส ย้อนแย้งกับความเป็นจริง วันนี้ชาวบ้านลำบากเรื่องเศรษฐกิจ คงยอมไม่ได้
“การแบ่งเวลาคร่าวๆ คือ รัฐบาล 20 ชั่วโมง และฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ซึ่งในฝ่ายค้าน 7 พรรค หารเวลากันแล้ว พรรค พท.จะได้เวลาประมาณ 65 คน คนละ 7-8 นาที โดยจากการเตรียมตัวที่ดี คิดว่าจะได้เนื้อหาสาระที่ได้คุณภาพ ไม่ขี้เหร่ คิดว่าได้ประโยชน์กับประเทศ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายจากกระจายไปทุกด้าน แต่เรื่องใหญ่จริงๆ คงจะเน้นไปที่เรื่องการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สำหรับการจัดทัพนั้นเรายังไม่ได้ลงรายละเอียด เราเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความจำนง และแสดงความถนัด จากวันนี้ก็จะมาจัดกลุ่มกันว่าควรที่จะพูดเรื่องเศรษฐกิจกี่คน การศึกษากี่คน ความมั่นคงกี่คน สิ่งแวดล้อมกี่คน จากนั้นจะให้ทุกคนกลับไปทำการบ้าน แล้วระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคมนี้ จะมาจัดติวกันอีกครั้ง โดยจะมีทั้งโค้ชเทคนิคและโค้ชเนื้อหา เป็นทั้งผู้ใหญ่ในพรรคและนอกพรรคที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องงบประมาณและการอภิปราย” นายสุทินกล่าว
กมธ.ป.ป.ช. จ่อขอเอกสาร ‘ศาลออสซี่’ คดี ‘ธรรมนัส’ ขุดยันสมัยเรียน ‘เสรีพิศุทธ์’ พร้อมควักเงิน
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2962946
นายธีรัจชัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยเรื่องที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยต้องโทษอีกคดี เมื่อปี พ.ศ.2531 นั้น สืบเนื่องมาจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการ ได้สอบข้อเท็จจริงจากผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทย จนทราบว่าไม่ได้มีคดีที่ ร.อ.ธรรมนัส เกี่ยวข้องในปี พ.ศ.2536 เท่านั้น แต่มีก่อนหน้านั้นด้วย โดยเมื่อปี พ.ศ.2531 ได้มีคดีเกี่ยวกับความผิดเพื่อนบ้านข้างเคียง ที่พบการกระทำความผิด แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงถูกจำคุก 8 เดือน ซึ่งผู้สื่อข่าวท่านนี้ได้มาให้ข้อมูล เราจึงแจ้งตามบันทึกที่ได้รับมา และกำลังสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย อีกไม่นานก็น่าจะเปิดเผยได้
ส่วนเอกสารที่เราทำเรื่องขอไปทางประเทศออสเตรเลียนั้น ประกอบด้วย คำพิพากษาศาลแขวง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และหลักการถูกจำคุกจากราชทัณฑ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังตรวจสอบประวัติอาญาชกร รวมถึงหลักฐานการเข้าออกประเทศออสเตรเลีย ประวัติการเรียน การศึกษาในประเทศไทย ที่มีประวัติถูกไล่ออกจากราชการ และการเปลี่ยนชื่อสกุล เราจะรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อต่อจิ๊กซอร์ทุกอย่างให้ครบทั้งหมด แต่เนื่องจากทางกมธ.ฯ ไม่มีอำนาจชี้ขาด เราจึงต้องส่งเรื่องไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องรอมติในที่ประชุม กมธ.ฯ อีกครั้งหนึ่ง
นายธีรัจชัย กล่าวอีกว่า นอกจากการทำเรื่องขอเอกสารแล้ว เรายังหาหลักฐานด้านอื่นด้วย ส่วนการบินไปหาหลักฐานที่ต่างประเทศก็ต้องพิจารณาจากคำตอบรับของแต่ละแห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด เพราะการเดินทางไปขอหลักฐานของบีบีซีไทย ได้แค่การจดข้อมูลออกมา แต่เราเชื่อว่า กมธ.ฯ จะได้หลักฐานที่ครบถ้วนกว่าแน่นอน เพราะเราเป็นหน่วยงานที่เป็นทางการมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะจบได้เมื่อไหร่ ส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้ในการทำงานของกมธ.ฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้แจ้งว่า หากติดขัดเรื่องงบประมาณในช่วงเปลี่ยนผ่านงบ ท่านก็จะออกไปก่อน และจากเบิกภายหลัง หากเบิกไม่ได้ก็ควักเองทั้งหมด