ผีครึ่งตัวไล่ล่า

ขออภัยหากเรียบเรียงเนื้อเรื่องไม่ดี เพราะเรื่องมันผ่านมานานเเล้ว #มือใหม่หัดเล่า
............
...............
....................
เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของผมกับเพื่อนคนนึง  เมื่อสมัยที่ผมอายุ14ปี   สมัยนั้นที่ด้วยความเปนวัยรุ่น ก็มักจะเที่ยวเล่นเสเพ
 เที่ยวตะลอนไปทั่ว ผมและเพื่อนของผมซึ่งมันชื่อว่า ไอตาม เราทั้งคู่เชื่อเรื่องผีสางอยู่แล้ว และมักจะชอบไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเปนบ้านร้าง ป่าช้า หลุมศพของคนจีน แม้ว่าเราจะไปสถานที่ไหน พวกเราก็ไม่เคยรบหลู่อะไรเลย จนเกิดเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งในช่วงปิดเทอม 
ที่ทุกวันนี้ ผมกับไอตาม ไม่เคยมีวันลืม วันนั้น ผมกับไอตาม เราไปหาปลาด้วยวิธีการปักเบ้ด ซึ่งก่อนที่เราจะปักเบ้ดได้นั้น พวกเราจะไปดูทำเลกันก่อน 
ในตอนกลางวัน เพื่อจะดูว่าเราจะบักเบ้ดได้ตรงไหนบ้าง เผื่อว่าตรงไหนรก เราจะเตรียมถางไว้รอพวกผมงต้องออกไปตอนเวลากลางวันก่อนและที่สำคัญ สถานที่ที่เราไปนั้น อยู่ไกลมาก เปนลำคลองทีอยู่ติดกับภูเขา ถนนเปลี่ยวมาก รู้สึกวังเวงแม้จะเปนตอนกลางวัน ในขณะที่พวกผม ขี่รถมอเตอไซร์ผ่านต้นจามจุรีต้นใหญ่ๆ ที่ติดกับถนน อยู่ๆความรู้สึกตัวผม ก็ร้อนขึ้นมาทันที มันร้อนเหมือนกับว่า เวลาเราอยู่ใกล้ๆกองไฟ ผมจึงพูดลอยๆไปว่า ไม่รู้เปนไรอยู่ๆตัวกูร้อนๆวะ  ไอ้ตามมันสวนมาทันทีเลยว่า เออกูก้อเปนวะ ตอนนั้นก้อไม่ได้เอะใจอะไร 

ผมกับไอตามก้อขี่รถเลยไป จนไปกระทั่งถึงคลอง สถานที่ที่เราจะบักเบ้ดกัน ผมกับไอตามก้อแยกย้ายกันไปหาทำเลของตัวเอง
 เพราะพวกเราจะต่างคนต่างหา เวลาได้ปลา ก้อจะเปนของใครของมัน  ในขณะที่เรากำลังจะหาทำเล และทำช่องเพื่อปักเบ้ดอยู่นั้น ผมก็บังเอิญไปเห็น ผู้ชายคนนึงเดินอยู่ริมคลอง ซึ่งอยู่ห่างจากผมประมาน 500เมตรเหนจะได้ ผู้ชายคนนั้นยืนโปกไม้โปกมือให้ผม ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไร
 เพราะคิดว่า คงจะเปนคนที่มาหาปลาและทักทายกันตามประสาของคนหาปลาด้วยกัน  จนกระทั่งผมเดินไปเรื่อยๆก็ไปเจอผู้ชายคนนั้นเข้า เปนชายวัยกลางคนอายุแกน่าจะประมาน40ได้ ใส่เสื้อผ้าสีเหลือง แต่ขาดๆบวกกับสกปกมาก  แกก้อทักมาว่า มาทำอะไรเหรอ ไอ้หนู ผมตอบกลับไปว่า มาบักเบ้ดครับ 
แกไม่ตอบอะไร แล้วแกก้อเดินหันหลังไป ตอนนั้นยอมรับว่ากลัวอยู่หน่อยๆเพราะแววตาแกน่ากลัวมาก หลังจากที่ได้ทำเลกันแล้ว ผมกับไอตามก้อรู้สึกหิว เราจึงได้ไปหาชมพู่กินกัน ซึ่งมันก้ออยู่ติดกับคลองนั้นแหละ อีกอย่างเรารอเวลา ปักเบ้ดด้วย ผมกับไอตามจะปักเบ้ดเวลาประมาน6โมงเยน 
ซึ่งมันก็จะเปนเวลา ที่ปลาออกมาหากินพอดี 

จนกระทั่งเราปักเบ้ดเสด เวลาประมาน1ทุ่ม ผมก้อเดินไปดูเบ้ดที่เราปักไปว่ามีปลาติดไหม ในขณะที่ผมเดินอยู่นั้น ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเอาก้อนหินก้อนใหญ่ๆทุ้มใส่น้ำ ดังตู้ม ตอนนั้นผมดีใจมากเพราะคิดว่าเปนเสียงที่ปลาติดเบ้ด ผมรีบวิ่งไปดู ปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ปลาก้อไม่ได้ติดเบ้ด แถมน้ำในคลองยังไม่กระเพื่อมด้วย ความรู้สึกตอนนั้นผมเริ่มกลัวแล้ว จึงได้เดินไปหาเพื่อนแล้วนั่งรอเวลาปลากินเบ้ดอีกรอบ จนถึงเวลาเกือบๆประมาน3ทุ่ม ผมและเพื่อนของผม ได้ยินเสียงดังตู้มๆ3ครั้งติดกัน ผมกับไอตามวิ่งไปดูเบ้ดอีกเช่นเคย ปรากฏว่าไม่มีอะไรอีกเช่นเคย และตอนนั้นเอง   
เสียงนั้นมันดังขึ้นมาอีกครั้ง    อยู่ตรงหน้าผมกับไอตาม เมื่อได้ยินเสียง ผมกับไอตามรีบวิ่งหนีทันที ไปที่รถมอไซต์ แล้วรีบขับออกไปแบบไม่หันหลังมอง
 จนเราขับไปถึงใกล้ๆต้นจามจุรีต้นใหญ่ๆ ก็ได้เหนแววตาของคน ที่สะท้อนกับไฟรถ อยู่ใต้ต้นจามจุรี แต่ที่น่าตกใจคือ คนๆนั้นมีแค่ครึ่งตัว 
พร้อมกับสบัดแขนไปมา แล้วก็คลานตาม รถเรามาอย่างเร้วมาก ตอนนั้นผมกลัวมาก ไอตามมันบิดรถหนีอย่างไม่คิดชีวิต และในขณะที่บิดหนี ผีผู้ชายคนนั้นก้อคลานตามเรามาอย่างไม่หยุด ตอนนั้นยอมรับว่าสติแตกมาก

พวกเราหนีมาจนเจอแสงไฟสว่างข้างถนน เจอบ้านคน เมื่อผมหันหลังกลับไปก็ไม่เจอแล้ว พอตั้งสติได้ จึงนึกได้ว่า ชายคนนั้นคือคนเดียวกับคนที่โปกมือให้กับผม จนรุ่งเช้าผมและไอตามได้เล่าเรื่องนี้ให้ พ่อของผมฟังแกบอกว่า เคยได้ยินลุงข้างบ้านแกเคยเล่าให้ฟังว่า ใต้ต้นจามจุรีนั้น เคยเกิดเหตุฆ่ากันตายมาก่อน แต่ไม่ทราบว่าชายคนนั้นเปนใคร มาจากไหน แล้วใครที่ผ่านมาตรงนั้นตอนกลางคืนจะเจอดีทุกราย  ทุกวันนี้ผมไม่รู้ว่าชายคนนั้นมาโปกมือให้ผมทำไม มาถามผมเพื่ออะไร แต่ที่แน่ๆตั้งแต่เกิดเหตุครั้งนั้นผมกับไอตามก้อไม่กล้าที่จะไปหาปลาตอนกลางคืนอีกเลย.. 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่