เรื่องสั้น "สยอง 2019"

กระทู้สนทนา
เรื่อง           สยอง2019

เรื่องโดย     ทีปต์
…………………………………………………………………………………………………………………


     2019 แล้ว ใครเขาจะกลัวผีบ้าง ผมน่ะไม่เคยเจอหรอกครับ และก็ไม่อยากเจอด้วย ถามจริง ใครเขาอยากเจอผี ไม่มีหรอกครับ ผมก็เช่นกัน ต่อให้มาเพียงกลิ่นก็ตาม ผมก็ไม่อยากเจอ และหากมาเป็นรูปเป็นร่างด้วยแล้ว เอาเถอะครับ โกยแน่บก่อนใครแน่นอน นี่หากผมไปแข่งวิ่งโอลิมปิกนะมีหวังชนะเลิศ

                 มาเข้าเรื่องของผมกันก่อนดีกว่านะครับท่านผู้อ่าน อย่าเพิ่งรำคาญการเกริ่นนำอันแสนจะเชยของผมเลยครับ เรื่องของเรื่องมันก็มีอยู่ว่า ไอ้นที เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของผมมันเดินทางมาหาผม ทั้งๆที่มันกับผมไม่ได้เจอกันมาร่วมสิบปี ภายหลังที่ต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนโรงเรียนอื่น วันนั้นมันมาหาผมที่บ้านตอนบ่ายกว่า ผมกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่เตียงนอนไม้โยกหน้าบ้าน มันมาดกริ่งอยู่อยู่สองสามครั้ง จนผมเดินออกไปก็เห็นว่าเป็นมัน

                 “ไอ้ที หายไปไหนเสียนาน” ผมกล่าวทักทายมัน เนื้อตัวของมันดูสกปรกมอมแมม ผมเห็นข้างๆมันมีรถเครื่องพ่วงเป็นซาเล้งที่มีของเก่ามากมายวางอยู่บนรถ 

                 “ขอน้ำกินหน่อยสิวะเพื่อน”เสียงมันแหบพร่า ผมได้กลิ่นตุตุแต่ก็ไม่พูดอะไร

                 “เข้ามาก่อน”  ผมเชิญชวนมันเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

                 “เอ็งชวนใคร”  มันมองข้างซ้ายขวาของมัน

                 “ก็เอ็งไงเล่า”  ผมบอกมัน

                 “ชวนใครเขาให้เรียกชื่อแซ่ด้วย ไม่งั้นอาจจะเรียกสัมพเวสีเข้าบ้านนะเว้ย”  เสียงมันเย็นจนน่าขนลุก

                 “ขอบใจ เอ่อ ไม่เป็นไรหรอก เกรงใจ” มันสอดส่ายสายตาพยายามมองเข้ามาในบ้านผม

ผมเดินหายเข้าไปในบ้านก่อนจะหยิบน้ำขวดเล็กที่ซื้อมาไว้เป็นลังเพื่อต้อนรับแขกส่งให้มัน มันดื่มอย่างกระหาย

                 “เป็นไงมาไง ไม่เจอกันหลายปี”

                 “ข้าจำได้ จำบ้านเอ็งได้ ขี้ซาเล้งผ่านมาเลยแวะมาเยี่ยม”

                 “แล้วนี้กินอะไรหรือยัง” ผมเห็นสภาพมันแล้วอดสงสารไม่ได้ เนื้อตัวสกปรก ผมเกรงว่ามันจะอดมื้อกินมื้อ เพื่อนนะเห็นเพื่อนลำบากแล้วผมก็เศร้าใจแทนมัน

                 “ไม่เป็นอะไรหรอก สบายดี บ้านเองใหญ่นะ”

                 “ก็ต่อเติมจากเดิม ลูกเมียข้านะเขาไม่ชอบบ้านอุดอู้เลยต้องขยาย”

                 “เอ่อ เองกลัวผีมั้ยวะ”

ผมมองหน้ามัน เริ่มมีเค้าลางบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ปกติเเล้วเขาไม่มาเล่าเรื่องผีกันหรอก

                 “เอ็งจะว่าไรก็ว่ามา” ผมถามมันแบบคนกล้าทั้งๆที่ไม่กล้า

                 “ก็เอ็งเห็นปากซอยเองมั้ย”มันมองออกไปทางหน้าซอย  ผมมองตามแม้จะไม่เห็นบ้านหลังนั้นก็ตาม

                 “ทำไมวะ”

                 “ก็มีคนตายนะสิ เมื่อหลายวันก่อนข้าเห็นเขามาแบกศพไป”
ผมเริ่มขนลุกแม้จะตะวันยังไม่ตกดิน

                 “กี่คนวะ” ผมถามด้วยความอยากรู้แม้จะกลัวผีก็ตาม

                 “สองศพ”  เสียงแหบต่ำ ระยะห่างมันกับผมห่างกันคืบเดียว มีรั้วกั้นเอาไว้

                 “เป็นอะไรตาย”

                 “เห็นว่า โจรที่เข้าไปในบ้านโดนเจ้าของบ้านยิงตาย”

ผมเริ่มขนลุก นี่ขนาดอยู่หน้าซอยผมยังไม่รู้ข่าวเลยแม้แต่น้อย ก็ผมทำงานกลับบ้านดึกดื่นจะมีเวลาไปสนทนากับชาวบ้านได้อย่างไร ข่าวพวกนี้ยิ่งไม่ได้รับรู้อะไรเลยแม้แต่น้อย

                 “มันก็นะ ไอ้โจรพวกนี้ สมควรตายแล้วล่ะไปขโมยของเขา เขาก็เอาปืนยิงให้นะสิ”

                 “แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะสิ”  มันมองหน้าผม ผมนี่กลัวหน้าไอ้ทียิ่งกว่าผีอีก

                 “มีอะไรอีกเหรอ” ผมถามหน้าตื่น

                 “ก็อีกศพนะ”

ผมขนลุก เหมือนจะอ้วก

                 “ศพนั้น เป็นคนเก็บของเก่า”

ผมขนตั้ง เหมือนมีลมม้วนบางอย่างพัดเข้ามาตีที่ท้อง อาการคลื่นหืนเวียนหัวทำให้ผมอยากจะสำรอกออกมาตรงนั้น คิดๆแล้วสยองกับเรื่องที่เล่า

                 “อย่ามาตลกนะเว้ย”

ผมไม่อยากคิด เคยฟังเรื่องหักมุม เกิดไอ้ทีตายแล้วมาหลอกผมจะทำอย่างไง จะกลางวัน กลางคืน ผีสมัยนี่มันก็มาหลอกหลอนได้อยู่แล้ว

                 “เองอย่ามาหักมุมนะเว้ยไอ้นที ข้าไม่ตลก”

                 “ก็ศพคนขายของเก่านะ มันโดนหมาแทะนะสิ เน่าเละไปทั้งตัว” เสียงของมันเย็นยะเยือกจนน่ากลัว

ผมมือเกร็งสั่นไปทั้งตัว ผมกลั้นลมหายใจ พยายามไม่สูดดมกลิ่นตรงหน้า  อาการเวียนหัวยังไม่หายกลับทวีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

                 “เอ็งรู้มั้ย ว่าศพนั้นคือใคร”

ผมขนลุก มองที่ปากของไอ้ที มันค่อยๆเผยอปากสีดำที่แตกระกร้าน

                 “คะ คะคาย” ผมพูดติดขัด ถามมมันออกไป

                 “ก็...” ผมไม่ยอมให้มันพูดจบ ผมสำรองทุกอย่างออกมาจากปาก ข้าวเที่ยงที่เพิ่งกินเข้าไปได้ไม่นาน เนื้อเค็ม กงส้ม ผักต้ม ปลาแซลมอน ขาไข่มุก ทะลักทะลวงออกมาจากปาก กลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียนนั้นทำให้ผมแทบเป็นลม ผมแทบลมจับ วิ่งไปล้างปากในบ้าน ยังเห็นเงาไอ้ทียืนอยู่นอกบ้านตรงร่มไม้  ผมล้างหน้าล้างตาบ้วนปากเสร็จ เดินออกมา ไม่ลืมหยิบข้าวของที่พอจะหยิบยื่นให้มันไป้ประทังชีวิตได้ส่งให้ มันรับไปพร้อมนยิ้มเห็นฟันเหลือง เศษอาหารติดฟัน

                 “เองไม่ต้องเล่าแล้ว ข้าไม่ชอบเรื่องผี” ผมตัดบท มันรับของไปอย่างดีใจ

                 “ขอบใจเองมากนะ เอ่อ...”มันกำลังจะหันมาพูดต่อ ผมหันหลังกลับทันที

                 “ว่างๆจะแวะมาใหม่นะ” เสียงนั้นเย็นจับใจจนขนลุก ภาวนาให้มันไปเสียที

ผมเดินจ้ำเข้าบ้านเมื่อเสียงซาเล้งของมันขับห่างออกไปจากบ้านของผม ผมยังขนลุกไม่หาย ไม่ใช่เรื่องผีที่มันเล่าหรอกนะครับ แต่เพราะกลิ่นปากมันนะ ชวนจะอ้วก และคุณผู้อ่านรู้มั้ยผมส่งอะไรให้มันไป
 
5555
 
ไม่ต้องเดาหรอกครับ ผมส่งยาสีฟันกับน้ำยาบ้วนปากส่งไปให้มันใช้ เพื่อรักษากลิ่นปาก ส่วนเรื่องผีนะเหรอ เอาไว้ก่อน ตอนนี้ยังสยองกับกลิ่นปากไม่หาย

จบ 
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่