*ฝ่ายค้านเฟคนิวส์ อิจฉาตาร้อนข่าวนี้!* “ชิมช้อปใช้” 12 วัน เงินสะพัดกว่า 4 พันล้าน

*ให้นั่งงอมืองอเท้า รัฐบาลนี้ไม่ทำ
ให้ทำตามที่ฝ่ายค้านเฟคนิวส์ทั้งหลายโวยวายขู่กรรโชก รัฐบาลก็ไม่ทำ เพราะมันเป็นเฟคอินฟอร์เมชั่นจากกลุ่มกระหายอยากทำลายคู่แข่งแต่ไม่สนใจประชาชน
ไม่เหมือนรัฐบาลประยุทธ์ที่ทำเพื่อประชาชน

คลัง เผย ยอดใช้จ่าย “ชิมช้อปใช้” 12 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์กว่า 4 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่ กทม.ครองแชมป์ใช้จ่ายมากที่สุด
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ “ชิมช้อปใช้” มีผู้ลงทะเบียนครบจำนวนทุกวัน โดยตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา ได้เปิดให้มีการลงทะเบียนเก็บตกตามสิทธิ์ที่ยังคงเหลือ ซึ่งล่าสุดมีผู้ได้รับสิทธิ์ใกล้ครบจำนวน 10 ล้านรายแล้ว
โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียน 14 วันแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ 9,939,590 ราย ซึ่งผู้ลงทะเบียน 13 วันแรกได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้วจำนวน 9,693,845 ราย ทั้งนี้ มีผู้เข้ายืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว 8,854,072 ราย โดยยืนยันตัวตนสำเร็จ 7,934,311 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชัน 839,773 ราย
ในการใช้จ่าย 12 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 4,535,561 ราย มีการใช้จ่ายรวม 4,296 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 1 ประมาณ 4,254 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้าน “ช้อป” ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ 2,416 ล้านบาท ส่วนร้าน “ชิม” หรือร้านอาหารและเครื่องดื่มมียอดใช้จ่าย 583 ล้านบาท ร้าน “ใช้” เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ เป็นต้น มียอดใช้จ่าย 55 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป มียอดใช้จ่าย 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า มีการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาประมาณ 817 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนลดลงต่อเนื่องจากร้อยละ 22 ในช่วงเริ่มต้น เป็นร้อยละ 19 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด
สำหรับการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 2 มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 15,027 ราย มียอดใช้จ่ายประมาณ 42 ล้านบาทหรือเฉลี่ยรายละ 2,782 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ภายใน 5 วัน โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้าน “ช้อป” 27 ล้านบาท ส่วนร้าน “ชิม” และร้าน “ใช้” มียอดใช้จ่าย 9 ล้านบาท และ 6 ล้านบาท ตามลำดับ
มีการใช้จ่ายกระจายครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด 10 อันดับแรก คือ (1) กรุงเทพฯ 536 ล้านบาท (2) ชลบุรี 297 ล้านบาท (3) สมุทรปราการ 184 ล้านบาท (4) ปทุมธานี 135 ล้านบาท (5) พระนครศรีอยุธยา 130 ล้านบาท (6) ระยอง 114 ล้านบาท (7) นครปฐม 108 ล้านบาท (8) ลำพูน 105 ล้านบาท (9) เชียงใหม่ 101 ล้านบาท และ (10) นนทบุรี 101 ล้านบาท
โฆษกกระทรวงการคลัง ได้เน้นย้ำว่า สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์จากการลงทะเบียนวันแรก (23 ก.ย.) และยังไม่ได้เริ่มใช้จ่าย ขอให้เริ่มใช้จ่ายภายในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะครบ 14 วัน เพื่อรักษาสิทธิ์ และสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จและได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และเริ่มต้นการใช้จ่ายภายใน 14 วัน

https://www.springnews.co.th/thailand/555204
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่