เคยเจอเรื่องราว ทั้งดีและร้ายเข้ามาในชีวิตติด ๆ กันบ้างไหม

กระทู้สนทนา
ตามหัวข้อเลยค่ะ ในระยะเวลาปีกว่า (เริ่มจากปลายปีที่แล้ว) จขกท.เจอเรื่องต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตติด ๆ กัน ดังนี้

เรื่องที่ 1  วันที่ 4 กันยายน 2561 เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่คบหากันมาจนทุกวันนี้
              พี่ที่ทำงานแนะนำให้ เป็นลูกพี่ลูกน้องเขาเอง แต่อยู่ต่างจังหวัด ก็เริ่มคุยกันตั้งแต่นั้นมา คบหากัน หาโอกาสเที่ยวด้วยกัน จนตอนนี้ปีกว่าแล้ว และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องดีเรื่องเดียวที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ 2  วันที่ 19 ตุลาคม 2561 ประสบอุบัติเหตุรถชน
              วันนี้ตอนเลิกงานกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ก็ไปชนประสานงากับรถจักรยานยนต์อีกคันนึง เราเบรกแรงมากจนตัวกระเด็น รถไปทาง คนไปทาง เราล้มลำตัวด้านขวาและศีรษะกระแทกถนนอย่างแรง ลุกไม่ได้ โชคดีใส่หมวกนิรภัย รถกู้ภัยมาช่วยอย่างไว คู่กรณีมากันสองคน คนขี่ไม่เป็นอะไร คนซ้อนโดนชนที่เท้า ใส่เฝือกอ่อน เราริมฝีปากบนด้านในฉีก ไม่รู้เย็บกี่เข็ม นิ้วก้อยข้างขวาหัก ต้องใส่เฝือกแข็ง 4 สัปดาห์ X-ray computer สมองปกติดี อวัยวะภายในปกติดี ไม่ฉีกขาด ไม่มีเลือดออกทางช่องท้อง เหตุการณ์นี้เราผิด คู่กรณีไปแจ้งความ ยอมความกันได้ เพราะไม่ได้เป็นอะไรกันมากมาย เราให้ค่าทำขวัญจำนวนนึง เหตุการณ์นี้ทำให้เงินเก็บอันน้อยนิดของเราหมดลง เพราะต้องจ่ายค่าทำขวัญ และตัดแว่นใหม่ด้วย 

รื่องที่ 3  เดือนพฤศจิกายน 2561 (จำวันที่ไม่ได้) แม่เข้าโรงพยาบาลด่วน
              แม่เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการหายใจไม่ออก เพราะมีก้อนใหญ่มากที่ลำคอ ก่อนหน้านี้ก็พบหมอแล้ว แต่อาการไม่หนักเท่านี้ คราวนี้ก้อนนั้นมันเบียดหลอดลม ทำให้หายใจไม่ออก เราต้องพาแม่ไปหาหมอทั้งที่ใส่เฝือกอยู่ จนเจ้าหน้าที่เขาแซวว่า คนป่วยต้องดูแลคนป่วย

เรื่องที่ 4  วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 โดนจ้างออกสายฟ้าแลบ (บริษัทหยุดดำเนินกิจการ)
              จริง ๆ แล้ว โดนจ้างออกกันไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่ถึงคิวเรา เลยคิดว่ารอด วันนี้หัวหน้าทุกแผนกไปประชุมอีกที่นึง พอกลับมา ฝ่ายบุคคลแจ้งว่า เดี๋ยวหัวหน้าจะเรียกประชุม ถ้ามีรายชื่อใคร คนนั้นไม่ต้องมาทำงานตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป (วันนี้เป็นวันศุกร์) หัวหน้าแผนกเราไปขอให้เราทำจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม เพราะเอกสารยังติดพันกันอยู่ พร้อมสอนงานน้องที่อยู่ สรุปว่าเราได้ทำงานจนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2561

รื่องที่ 5  ต้น ๆ เดือนธันวาคม 2561 ผลการตรวจชิ้นเนื้อของแม่ออกแล้ว
              ต่อเนื่องจากเรื่องที่ 3 ก่อนหน้าที่แม่จะเข้ารับการรักษาในครั้งนี้ แม่ไปโรงบาลอีกที่นึงมาก่อน ผลออกมาว่าชิ้นเนื้อเป็นเนื้อร้าย อาจจะเป็นไทรอยด์ ต้องผ่าตัด แต่ที่นี่ผ่าไม่ได้ เลยส่งตัวไปอีกที่นึง หมอก็ดูประวัติจากที่เก่า แล้วก็เริ่มตรวจใหม่ เอาชิ้นเนื้อไปตรวจใหม่ สรุปว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เริ่มเข้ากระบวนการรักษามะเร็งตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม
 
รื่องที่ 6  วันที่ 2 มกราคม 2562 เป็นวันแรกที่ไม่ต้องไปทำงาน หลังจากทำมาตลอดหลังเรียนจบ
              ไหน ๆ ก็ว่างแล้ว เลยอาสาพาแม่ไปหาหมอเอง จะได้ไม่ต้องผลัดกันไปกับน้องสาว หมอประจำตัวแม่แจ้งว่าต้องให้คีโม 8 ครั้ง โดยให้ห่างกัน 3 สัปดาห์ครั้งนึง และแล้วหมอก็ตรวจเจออาการข้างเคียงอีก 2 อาการคือ ไวรัสตับเอกเสบบี และไทรอยด์ ทำให้แม่มีหมอประจำเพิ่มอีก รวมแล้ว 3 หมอ ที่นัดแม่ไปหาสม่ำเสมอ ระหว่างที่ว่างนี้ ก็ไปเรียนฝึกอาชีพฟรีของกทม.ด้วย วันไหนหมอนัดแม่ก็พาแม่ไป 

รื่องที่ 7 วันที่ 9 มีนาคม 2562 พ่อเสียชีวิตกะทันหัน
              วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ่อเดินออกมาจากที่นอนด้วยท่าทีไม่ค่อยมีแรง บอกแม่ว่าไม่รู้เป็นไงหายใจได้นิดเดียว พอดีว่าวันนี้พ่อมีนัดหมอตอนบ่ายสอง พ่อดื้อไม่ค่อยอยากไปหาหมอ แทนที่จะรีบไป แต่กลับไปตอนเกือบเที่ยง พอไปถึง เข้าห้องฉุกเฉิน จนท.ไล่แม่ออกมา แม่ก็เทียวไปหาพ่อในห้องฉุกเฉินบ่อย ๆ แม่บอก ไปอีกทีเขาใส่ปากเป็ดแล้ว (ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า) จนท.บอกว่าพ่อหัวใจล้มเหลวแล้ว วันนั้นเราออกไปเรียนฝึกอาชีพตามปกติ แม่เป็นคนพาพ่อไปโรงบาล 
              แม่โทร.มาหาตอนที่เราเรียนอยู่เราบอกว่าตอนเย็นจะไปเยี่ยมพร้อมน้องสาว พอไปถึงเตียงพ่อ พ่อดูเหนื่อย ไม่มีแรง พูดไม่ได้ เพราะใส่ปากเป็ด พ่อทำท่าว่าให้เช็ดตัว แม่เลยเช็ดตัวพ่อ เราถามพ่อเหนื่อยมั้ย พ่อพยักหน้า ถามไหวมั้ย พ่อส่ายหน้า พ่อหันมาเจอพวกเราก็พยักหน้าให้เหมือนจะพูดอะไร แต่พูดไม่ได้ แล้วพวกเราก็พากันกลับบ้าน บอกพ่อพรุ่งนี้จะมาใหม่ น้องเขยถามหมอ หมอบอกว่าอาการพ่อ 50/50 เพราะปอดพ่อแข็งหมดแล้ว มีแต่สารเคมีในปอด
              ก่อนหน้านี้ประมาณสองสัปดาห์ พ่อมานอนโรงบาลครั้งนึงแล้ว ตอนนั้นพ่อใช้ยาฆ่าแมลงแล้วไม่ได้ล้างมือ ไปจับยาเส้นมามวนสูบ ทำให้ท้องเสียอย่างหนัก หมอบอกว่าพ่อติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย แต่นอนแค่สองคืนก็กลับบ้าน อาการปกติดี 
              วันรุ่งขึ้นของวันที่ 9 มีนาคม เวลาประมาณเกือบตีหนึ่งครึ่ง พยาบาลโทร.มาหาน้องสาว ให้ไปโรงบาลด่วน พ่อชีพจรหยุดเต้นแล้ว แต่ปั๊มหัวใจฟื้นมาได้แล้ว แต่ไม่น่าจะอยู่ได้เกินครึ่งชั่วโมง พวกเราก็รีบไป จำได้ว่าพอไปถึงเรียกพ่อ พ่อหันมาหาช้า ๆ หมอถามว่า ถ้าชีพจรหยุดเต้นอีก จะให้ปั๊มอีกมั้ย ถ้าปั๊มก็อยู่ได้ไม่นาน อาจจะซี่โครงหักทิ่มอวัยวะภายในได้ หรือถ้ารอดก็อาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา เราเลยปรึกษากันว่า ให้พ่อไปสบายดีกว่า หมอชี้ให้ดูเครื่องวัดชีพจรอ่อนมาก แป๊บเดียวลดมาเหลือเลขศูนย์ หมอไปคลำ ๆ ตัวพ่อดู บอกว่าเสียแล้ว พ่อยังลืมตาอยู่เลย น้องสาวไปปิดตาพ่อ 

เรื่องที่ 8 เดือนเมษายน 2562 แม่ให้คีโมครั้งที่ 6
              หลังจากจัดงานศพพ่อเสร็จ ทำธุรกรรมทุกอย่างเสร็จ ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป เดือนนี้แม่มาให้คีโมครั้งที่ 6 เราก็ดีอกดีใจว่าเหลืออีกแค่ 2 ครั้งเอง ผลัดกันมากับน้องสาวดีกว่า หางานทำดีกว่า เบื่อแล้ว แต่หมอบอกว่าหลังให้คีโมครบแล้ว ต้องฉายแสงต่ออีกราว ๆ 30 ครั้ง !!!!! เราไม่รู้อะไร คิดว่าให้คีโมครบคือจบ และการฉายแสงต้องไปทุกวัน เรามิอาจจะให้แม่ที่แก่แล้วไปหาหมอคนเดียวได้ สงสารแม่ เลยตัดสินใจว่าจะเป็นคนพาแม่ไปหาหมอจนสิ้นสุดการรักษา
 
ปัจจุบันนี้
              แม่รักษาจบแล้ว แต่ไม่ได้หายขาด ต้องพบหมอตามนัด 1-2 ปีแรก ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะกลับมาเป็นอีก ถ้าเป็นอีกก็วนลูปเดิม จากเรื่องราวที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เราเสียใจที่สุดคือ พ่อเสียชีวิตและแม่เป็นมะเร็ง พ่อเสียแบบกะทันหันไม่มีสัญญาณเลย ไม่ได้สั่งเสีย แม่ยังพูดสั่งเสียกับพ่อบ่อย ๆ เลย เพราะแม่คิดว่าแม่ต้องตายก่อนพ่อแน่นอน ส่วนแม่ที่เป็นมะเร็งมันก็ห้ามไม่ได้ แม่ก็ไม่ได้อยากเป็น แต่มันทำให้เราเสียเวลาและว่างงานมาจนถึงทุกวันนี้ มีคนปลอบใจว่า ก็คิดเสียว่าได้ทำหน้าที่ลูกอย่างดีที่สุดแล้ว เมื่อผ่านไปแล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ แม้ว่าจะเริ่มช้ากว่าคนอื่นก็ไม่เป็นไร
              เพื่อน ๆ คนไหน เคยเจอเรื่องราวทั้งดีทั้งไม่ดีเกิดขึ้นในชั่วระยะเวลาติด ๆ กันบ้างไหม ถ้ามีก็มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่