JJNY : อนค.นครปฐมเดินขอเสียง สุดปลื้มชาวไร่ขิงให้กำลังใจฯ/ทำนายปี63 แรงงานเสี่ยงเลิกจ้างฯ/ชาวเน็ตร่วมจับผิด ราคาสินค้าฯ

"อนค."นครปฐม เดินขอเสียง สุดปลื้มชาวไร่ขิงให้กำลังใจ "สู้สิ่งที่มองไม่เห็น" เชื่อคะแนนเพิ่มถล่มทลาย
https://www.matichon.co.th/heading-news/news_1703596

เมื่อเวลา16.30น. วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ตลาดนัดหน้าโรงงานไวไว 2 ซอยเทศบาลอ้อมใหญ่ 10 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร หรือ ป๋วย ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.นครปฐม เขต 5 พรรคอนาคตใหม่ หมายเลข 6 เดินทางรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส. เขต5นครปฐม ที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 ตุลาคมนี้ โดยนายไพรัฎฐโชติก์ เดินเพียงลำพัง เพื่อพบปะชาวอำเภอสามพราน เขต 5 ผู้ใช้แรงงาน พร้อมขอให้ช่วยกันออกมาใช้สิทธเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ “หนึ่งเสียงของท่านเป็นอำนาจ มีพลัง ที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลังวันเลือกตั้ง หากพรรคอนาคตใหม่ หมายเลข 6 ชนะการเลือกตั้งกลับเข้าไปอีกครั้ง

นายไพรัฎฐโชติก์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งแต่เช้ามืด 05.00น. ออกเดินตลาดพันล้านคนเดียวเพื่อแจกใบปลิว และพูดคุยกับชาวบ้านยามเช้า จากนั้นไปซอยนางนวล ลัดเลาะไปตามริมทางไร่ขิง -ดอนหวาย พบมีเสียงตอบรับพรรคอนาคตใหม่ดีมาก

“บอกเลยว่า กระแสพรรคอนาคตใหม่ไม่ตก มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ดูจากที่เดินไปพบปะชาวบ้าน ต่างมาให้กำลังใจ และมีชาวตำบลไร่ขิงมาให้กำลังใจ และกระซิบว่า ขอให้สู้กับพลังมืดที่มองไม่เห็นอย่างเข้มแข็ง ขอให้มั่นใจในประชาชนชาวสามพราน คะแนนเสียงของคนสามพรานจะเทให้อนาคตใหม่มากกว่าเดิม” นายไพรัฎฐโชติก์ กล่าว



ทำนายปี 63 ตลาดแรงงานเสี่ยงหนัก หวั่นเลิกจ้างอื้อ
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1703474

ปี 63 ตลาดแรงงานเสี่ยงหนัก หวั่นเลิกจ้างอื้อ หลังโรงงานจุกผลเทรดวอร์กดส่งออกลบ 2% รายได้ลด

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์แรงงานไทย ว่า ขณะนี้การจ้างแรงงานของไทยที่เริ่มชะลอตัวลง จากแรงงานไทยประมาณ 37.6 ล้านคนคิดเป็น 56.5% ของประชากรทั้งหมด เนื่องจากปัญหาสงครามการค้า(เทรดวอร์)ที่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว จนการส่งออกของไทยปี 2562 มีโอกาสติดลบ 1.5-2% ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาคือความเสี่ยงของตลาดแรงงานปี 2563 จะมีมากขึ้นเมื่อนักศึกษาจบใหม่ที่จะเข้ามาในระบบอีก 5.24 แสนคนช่วงมีนาคม-เมษายน 2563 ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีนี้ 9.27% อาจต้องประสบกับภาวะการว่างงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวันพบว่า ตลาดแรงงานในหลายภาค อาทิ ส่งออก การผลิต การบริการ โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่ง อยู่ในช่วงชะลอตัว มีการลดการรับแรงงานใหม่ และบางส่วนมีการปรับใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เอไอ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้การจ้างงานลดลงจึงเป็นสิ่งที่ต้องมองความเสี่ยง ดังนั้นรัฐบาลเองต้องประคับประคองด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายใน

นายธนิตกล่าวว่า ผลกระทบที่มีต่อภาคแรงงานเริ่มเห็นสัญญาณการปิดโรงงานและการเลิกจ้างที่ชัดเจน ล่าสุดมีแนวโน้มเห็นได้อีกในโรงงานที่มุ่งส่งออกและได้รับผลกระทบโดยตรงต่อคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว อาทิ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง แต่จะมากน้อยเพียงใดก็คงต้องติดตามใกล้ชิด โดยสัญญาณการเลิกจ้างจะเริ่มจากมาตรการเบาไปจนถึงการให้ออกจากงานด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การเริ่มไม่รับพนักงานคนใหม่ การใช้หุ่นยนต์ เครื่องจักรออโตเมชั่น การเลิกใช้บริการเอาต์ซอร์สที่เกี่ยวกับแรงงาน การลดค่าล่วงเวลาหรือโอที การลดชั่วโมงการทํางาน การปิดไลน์การผลิตหรือปิดสาขาที่ไม่จำเป็น การลดแรงงานกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงทดลองงานไม่ ถึง 4 เดือน การมีโครงการเกษียณก่อนเวลาหรือสมัครใจลาออกแรงงานที่มีความเสี่ยง

นายธนิตกล่าวว่า ปัจจัยที่จะมีผลต่อตลาดแรงงานในระยะต่อไป ได้แก่ 1. การเริ่มสู่ยุคดิจิทัลที่เน้นเทคโนโลยีแทนคนเพิ่มขึ้น 2.เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 3.เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และ 4.การว่างงานของไทยแม้อยู่อันดับ 7 จาก 181 หรือว่างงานเฉลี่ย 1.1-1.2% แต่แรงงานของไทยส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบกลุ่มนี้ไม่นับว่าว่างงาน ทำให้ไทยมีการว่างงานในเกณฑ์ต่ำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่