ฮ่องกง ตำรวจยิงกระสุนจริง!!! โดนขาเด็กชายวัย 14 สาหัส!!! ม็อบไม่สนแบน ใส่หน้ากากอนามัย ประท้วงต่อ!!!

ฮ่องกง ตำรวจยิงกระสุนจริง!!! โดนขาเด็กชายวัย 14 สาหัส!!! ม็อบไม่สนแบน ใส่หน้ากากอนามัย ประท้วงต่อ!!!

5/10/2019

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ








วันที่ 5 ต.ค. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบใน ฮ่องกง ที่ยกระดับความรุนแรงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 18 ภายหลัง นางแคร์รี่ หล่ำ หัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประกาศใช้กฎหมายห้ามผู้ประท้วงสวมหน้ากากในระหว่างการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า ผู้ประท้วงพร้อมใจชุมนุมในวันเสาร์โดยสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งไม่ถือเป็นการละเมิดประกาศห้าม

 ขณะที่การประท้วงเมื่อค่ำวันศุกร์เป็นไปอย่างดุเดือด ผู้ชุมนุมสายฮาร์ดคอร์จุดไฟเผาตามท้องถนน รวมทั้งทำลายทรัพย์สินในที่สาธารณะ และเกิดการปะทะอีกระลอกกับเจ้าหน้าที่ จนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

 อาร์ทีเอชเค ระบุผู้ประท้วงวัย 14 ปี มีแผลถูกยิงเข้าที่ขา และหน่วยแพทย์ฉุกเฉินนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในย่านตวนมุน เบื้องต้นเด็กชายยังมีอาการสาหัส ถือเป็นเยาวชนคนล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงในการประท้วง

 ก่อนหน้านี้มีวัยรุ่นถูกยิงบาดเจ็บขณะร่วมการชุมนุมในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันเฉลิมฉลองครบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเกิดขึ้นหลังกรณีฉาวที่ตำรวจฮ่องกงยิงกระสุนยางใส่กลุ่มสื่อมวลชนเมื่อ 29 ก.ย. จนนักข่าวหญิงชาวอินโดนีเซียที่ถูกลูกหลงต้องกลายเป็นคนพิการเพราะสูญเสียการมองเห็นที่ตาข้างขวา

วันเดียวกัน สำนักงานตำรวจฮ่องกงออกแถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งถูกกลุ่มผู้ประท้วงรุมทำร้าย และขว้างระเบิดขวดใส่จนเกิดไฟลุกไหม้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง จากนั้นยิงปืนออกไป 1 นัดเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ไม่ระบุว่าถูกผู้ประท้วงหรือไม่

ต่อมาระหว่างพยายามดับไฟตำรวจนายนี้ก็ทำปืน พร้อมแผงกระสุนหล่นลงพื้น และไม่สามารถเก็บอาวุธกลับไปได้เพราะต้องล่าถอยกำลังเนื่องจากไม่อาจต้านทานกลุ่มผู้ประท้วงที่ใช้ความรุนแรงได้ ทางตำรวจจึงขอให้ผู้ใดก็ตามส่งคืนปืนและแผงกระสุนดังกล่าวกับสถานีตำรวจใกล้เคียง โดยย้ำว่าการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2948978



ล่าสุด ยังมีบางคนไส่หน้ากากอยู่!!!









โดนจับไปหลายคน





ประท้วงที่ ลอนดอน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ





แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่