เมื่อกี้พิมยาวมากๆแล้วพันทิปก็เด้งจากไป. งั้นเราจะสรุปสั้นๆให้ฟังนะคะ
เราชอบหมออินเทินรอคนนึงคนนึงอยู่ค่ะเป็นลูกสิทธิของหมอที่เป็นเจ้าของไข้เราค่ะ. เค้าเลยต้องมาตรวจมาเรียนกับโรคของเราเมื่อกัน. เมื่อในนั้นเราอายุน้อยที่สุดในวอร์ดเลยมั้งค่ะ รังสีความเป็นวัยรุ่นทำให้เพื่อนเค้า เค้า แล้วก้อเราขำคุกคิกกันตอนตรวจร่างกายเราอยู่. มองจากระดับสายตาตอนคุยเล่นกันสเตปที่พาดคอหมอไว้กลายเป็นหูฟังธรรมดาชิ้นนึงไปเลย
เราอยู่รพมาเกือบ1อาทิตย์แล้วค่ะนั่นหมายความว่าเรากับหมอเจอหน้ากันมาทุกวันเป็นเวลา1อาทิตย์แล้ว. แต่จริงๆก็ต้องเจอหน้ากับหมอทุกคนทุกอาทิตย์อยู่แล้ว. แต่มันพิเศษกว่านิดหน่อยตรงที่ว่าเราต้องเจอหน้าหมอแล้วหยุดสบตาหมอไม่ได้และทักครั้งที่ที่ถูกดึงหลุดเค้าไปในตาของหมอ หมอก็จะรู้เหมือนมเป็นหมอจิตสัมผัส. หมอจะยิ้มให้บ่อยๆ.
เวลาหมอเลิกกะแล้วหมอจะปิดประตูห้องพักแพทย์แล้วหมุนตัวกลับมาบ๊ายบายเราทุกวันเป็นเวลา1อาทิตย์แล้วค่ะ.
เมื่อวานเราดีดๆนิดหน่อย. เราเลยฝากคนไปซื้อแบรนด์มากล่องนึงค่ะ ไม่รู้ไปสติหลุดมาตอนไหนทำไมเวลาสายๆของคนป่วยไม่เป็นการนอนแต่เป็นปากกาดินสอกับกระโน้ตที่เตรียมเขียนโน้ตแปะใส่กล่องแบรนด์ให้หมอ.
แล้วผลลัพธ์ของเจ้าแบรนด์ก็เกินคาดกว่าทักอย่างที่ตั้งไว้มากๆๆๆๆๆๆเลยล่ะค่ะ. มันเกินความรู้สึกที่ดีกว่าเดิมไปเท่าตัวในคืนของแบรนด์ขริงๆ
ตอนมองหลังเค้าที่ค่อยๆจากไปพร้อมแบรนด์. เราล้มตัวลงนอนมุดหมอนอยากกรี๊ดอัดผ้าห่มแล้วพึงพำว่า #เรารักแบรนด์
”แบรนด์เกอะเบส”
“ไอเลิกแบรนด์”
”เราจะสนับสนุนแบรนด์”
เรารักแบ๊นนนนนน
☀️
วันนี้เป็นอีกวันที่ใช้คำว่าอิหยังว่ะได้พอสมควรค่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้มีอะไรรึเปล่านศพกับนศพยาบาลหายหมดเลยค่ะ เหลือไม่กี่คน. แต่ก็เห็นหมอเข้ามา. แต่ก็คลาดกันตลอดทั้งวันเลยค่ะ. และเป็นอีกวันค่ะที่เราลงไปซื้อแบรนด์ให้หมอ ไปซื้อกับตัวเองเลยค่ะ. ไม่แคร์โรคไม่แคร์ความเหนื่อย ลิฟต์เสียอยู่ชั้น5ก็พร้อมไปค่ะ.
เพื่อแบรนด์ เรียกว่าไร้สารถได้ค่ะ. แต่เหมือนวินาทีนั้นจนถึงวินาทีนี้เค้าพิเศษษษษษษษษษษษษษษพิเศษจนไม่สามารถถอนตัวเองมาจากคลื่นสึนามิของเค้าได้เลยค่ะ. พอลงไปซื้อแบรนด์เสร็จเราก็ไม่เจอเค้าเลยค่ะ ใจหายหล่นวูบไปหลาบรอบกลัวว่าที่ให้แบรนด์ไปเมื่อวานมันไม่ดีในหัวฝุ้งซ่านไปหมดเลยค่ะ
”เค้าจะเคืองเรามั้ย”. “เค้าจะสละสิทธิไม่ทำเคสเราต่อแล้วรึเปล่า” “แต่เมื่อวานหมอก็ยิ้มแกล้งเรานะเว้ย”. “เมื่อเช้าก็ยิ้ม”
“โว้ย หมอว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”.
เราเครียดจนเพื่อนที่มาเฝ้าเรารำคาญแล้วพูดว่า. “คือ ถ้าเค้าไม่มาก็ให้พยาบาลที่มาตรวจไปซักคนสิ”
”ไม่มีง ไม่ได้ มันไม่ง่าย เหมือนวานมันดี. วันนี้เค้าอาจจะไม่ว่างงี้ โอ้ยสติกู”
”เออก็ดึงกลับมาสิสติกับความรู้สึกโง่อะ”
”ก้อกำลังจะดึ.......”
เราถึงหลบสายตาพรางหันไปสะกิดเพื่อนเลยค่ะ. ว่าไม่
ไม่ดึงแล้วสติ ไม่มีให้ดึง. พอจะตัดใจก็ก้าวเข้ามาตลอดเลย เอาไปเลยใจเราอะ
บางคนก็ว่าเรางี่เง่าเงอะงะค่ะ เพราะมันเป็นช่วงเวลาแค่7วันและยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ.
###นี่แหละค่ะประเด็น เราไม่รู้ว่าการที่หมอสู้ยอมเดินมาหาเราถึงมุมห้อง(เราถูกย้ายเตียงเมื่อคืนมาอยู่ไกลจากหมออีกนิดน่ะค่ะ) ก่อนจะกลับและเป็นโอกาสให้เราได้ยืนแบรนด์ให้มันเป็นอะไรที่ถูกจัดเตรียมไว้รึป่าว##
”ไม่เอาครับบ”
”อือ ซื้อมาแล้..”
”พี่ไม่เอ...”
”อื้อ เราไม่กินเอาไปเลย”
รอยยิ้มตอนเค้าหยิบแบรนด์ออกไปจากมือเราแล้วเอาใส่กระเป๋าของเค้าเราคือเหม่อมากๆจริงๆ เราหลับตาปิดหน้าให้กับเสียงร้องเท้าที่ดังออกไปแต่มันกลับหยุด สุดท้ายเราเลยเหงยหน้าขึ้นดู. โอเคแอคแทคบอย
เจอหมอโบกมือบ๊ายบายมาให้ด้วยความเลิ่กลิ่กเพราะกลัวพยาบาลมาเห็น. เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้พูดว่า ‘มุมนี้หมอ

น่ารัก’
และด้วยความเครียดที่เราคิดมากมากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.
เราอยากรู้สถานะของแบรนด์อันเป็นที่รักค่ะ. อยากรู้ว่าสายตาที่มองกันบ่อยๆนี่คือยังไง. อยากรู้ว่าที่หมอวนรอบตัวเอง1รอบเพื่อหันมาบ้ายบายหรือวันนี้ที่สู้เดินมาบ้ายบายถึงมุมของมุมมันคืออะไร
เราไม่รู้ค่ะว่าเราจะออกจากรพ.ตอนไหน อาจจะอีก3-4วัน อาจจะ1อาทิตย์ หรือ1เดือน. แต่เราอยากจัดการความรู้สึกตัวเองค่ะ(ที่รู้ว่าทำไม่ได้หรอพูดให้ดูเท่) เราอยากใช้เวลามุ้งมิ้งของเรากับหมอ อยากสบตาหมอแบบนี้ทุกวันไปก่อน. ยังไม่อยากรีบหายป่วยค่ะ
พอเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรมันกลายเป็นเรากดดั๊นนนนนกดดันว่าหมอจะคิดยังไง หมอจะเคืองมั้ย หมอรู้สึกยังไงนะ. ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะค่ะว่าหมอรู้ว่าเรามองหมอสเปเชียลกว่าคนอื่นไปนิดนึงแล้ว.
ถ้าคนรู้จักเค้ามาอ่านกระทู้ฝากบอกเค้าด้วยนะคะว่าถ้าไม่อยากให้เรามองหมอพิเศษไปมากกว่านี้ไม่ต้องมาวิ้งตาใส่เลา!!!!! ใจเราเหลวไปหมดแล้ววว้อยยยยยยยยยย
สรุปที่เพ้อมาทั้งหมด
เหมือนตอนนี้หมอให้ความหวังค่ะ(ความรู้สคกส่วนตัว)
รู้สึกเหมือนหมออ่อยตอนให้แบรนด์วันแรกค่ะ(หมอมานั่งคุยมานั่งบ่นเห้อๆอยู่ข้างเตียงหลังจากหายไปพร้อมแบรนด์สองชม.)
เราไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกหมอได้จริงๆค่ะ มันอึนมาก
หมอเป็นสึนามิค่ะ. เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าหมอจะสาดคลื่นตัวเองใส่เราตอนไหน แล้วถ้าสมมุติเราตั้งรับไปแล้วหมอก็ถอยไปทำอะไรเราจะทำยังไงดีค่ะ. ?
เราเป็นแค่คนไข้ถ้าหายป่วยก้อแค่ออกไปโดยไม่ต้องสนใจเลยเพราะยังไงเค้าก็ดูไม่แคร์เราเท่าไหร่
เค้าเป็นหมอ เราออกไปเค้าก็แค่รักษาคนอื่นต่อโดยที่ซักวันเดี๋ยวเค้าก็ลืมคนไข้คนนี้เอง
แต่นั้นแหละค่ะ. ไม่อยากเป็นแค่คนไข้ของหมอ
🌊
เรามองเค้าเป็นคลื่นสึนามิลูกนึงค่ะ. หมอที่เป็นคลื่นสีนามิ คงไมาใช่คลื่นที่ใหญ่มากแต่เป็นคลื่นที่ไม้ขีดไฟหรือแม้แต่กองไฟใหญ่โตยังต้องยอมแพ้. แต่ความดื้อด้านของเราค่ะ. เรากำลังกลัวคลื่นของหมอและเราก็กำลังท้าทายคลื่นของหมอโดยที่กำลังกลัวไปด้วยพร้อมๆกันค่ะ
หมอมิก
เอพริล ชนน.
*****ช่วยแนะนำเราหน่อยนะคะเวลาที่เราจะอยู่รพ.อาจจะไม่นอนมากพอที่จะสำรวจอะไรหลายๆอย่างได้ เพราะแบบนั้นฝากเพื่อนๆพี่ๆคอดหน่อยนะคะว่าจะทำยังไงดี\ไหว้ย่อ
แอบชอบหมอ แต่เราเป็นแค่คนไข้
เราชอบหมออินเทินรอคนนึงคนนึงอยู่ค่ะเป็นลูกสิทธิของหมอที่เป็นเจ้าของไข้เราค่ะ. เค้าเลยต้องมาตรวจมาเรียนกับโรคของเราเมื่อกัน. เมื่อในนั้นเราอายุน้อยที่สุดในวอร์ดเลยมั้งค่ะ รังสีความเป็นวัยรุ่นทำให้เพื่อนเค้า เค้า แล้วก้อเราขำคุกคิกกันตอนตรวจร่างกายเราอยู่. มองจากระดับสายตาตอนคุยเล่นกันสเตปที่พาดคอหมอไว้กลายเป็นหูฟังธรรมดาชิ้นนึงไปเลย
เราอยู่รพมาเกือบ1อาทิตย์แล้วค่ะนั่นหมายความว่าเรากับหมอเจอหน้ากันมาทุกวันเป็นเวลา1อาทิตย์แล้ว. แต่จริงๆก็ต้องเจอหน้ากับหมอทุกคนทุกอาทิตย์อยู่แล้ว. แต่มันพิเศษกว่านิดหน่อยตรงที่ว่าเราต้องเจอหน้าหมอแล้วหยุดสบตาหมอไม่ได้และทักครั้งที่ที่ถูกดึงหลุดเค้าไปในตาของหมอ หมอก็จะรู้เหมือนมเป็นหมอจิตสัมผัส. หมอจะยิ้มให้บ่อยๆ.
เวลาหมอเลิกกะแล้วหมอจะปิดประตูห้องพักแพทย์แล้วหมุนตัวกลับมาบ๊ายบายเราทุกวันเป็นเวลา1อาทิตย์แล้วค่ะ.
เมื่อวานเราดีดๆนิดหน่อย. เราเลยฝากคนไปซื้อแบรนด์มากล่องนึงค่ะ ไม่รู้ไปสติหลุดมาตอนไหนทำไมเวลาสายๆของคนป่วยไม่เป็นการนอนแต่เป็นปากกาดินสอกับกระโน้ตที่เตรียมเขียนโน้ตแปะใส่กล่องแบรนด์ให้หมอ.
แล้วผลลัพธ์ของเจ้าแบรนด์ก็เกินคาดกว่าทักอย่างที่ตั้งไว้มากๆๆๆๆๆๆเลยล่ะค่ะ. มันเกินความรู้สึกที่ดีกว่าเดิมไปเท่าตัวในคืนของแบรนด์ขริงๆ
ตอนมองหลังเค้าที่ค่อยๆจากไปพร้อมแบรนด์. เราล้มตัวลงนอนมุดหมอนอยากกรี๊ดอัดผ้าห่มแล้วพึงพำว่า #เรารักแบรนด์
”แบรนด์เกอะเบส”
“ไอเลิกแบรนด์”
”เราจะสนับสนุนแบรนด์”
เรารักแบ๊นนนนนน
☀️
วันนี้เป็นอีกวันที่ใช้คำว่าอิหยังว่ะได้พอสมควรค่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้มีอะไรรึเปล่านศพกับนศพยาบาลหายหมดเลยค่ะ เหลือไม่กี่คน. แต่ก็เห็นหมอเข้ามา. แต่ก็คลาดกันตลอดทั้งวันเลยค่ะ. และเป็นอีกวันค่ะที่เราลงไปซื้อแบรนด์ให้หมอ ไปซื้อกับตัวเองเลยค่ะ. ไม่แคร์โรคไม่แคร์ความเหนื่อย ลิฟต์เสียอยู่ชั้น5ก็พร้อมไปค่ะ. เพื่อแบรนด์ เรียกว่าไร้สารถได้ค่ะ. แต่เหมือนวินาทีนั้นจนถึงวินาทีนี้เค้าพิเศษษษษษษษษษษษษษษพิเศษจนไม่สามารถถอนตัวเองมาจากคลื่นสึนามิของเค้าได้เลยค่ะ. พอลงไปซื้อแบรนด์เสร็จเราก็ไม่เจอเค้าเลยค่ะ ใจหายหล่นวูบไปหลาบรอบกลัวว่าที่ให้แบรนด์ไปเมื่อวานมันไม่ดีในหัวฝุ้งซ่านไปหมดเลยค่ะ
”เค้าจะเคืองเรามั้ย”. “เค้าจะสละสิทธิไม่ทำเคสเราต่อแล้วรึเปล่า” “แต่เมื่อวานหมอก็ยิ้มแกล้งเรานะเว้ย”. “เมื่อเช้าก็ยิ้ม”
“โว้ย หมอว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”.
เราเครียดจนเพื่อนที่มาเฝ้าเรารำคาญแล้วพูดว่า. “คือ ถ้าเค้าไม่มาก็ให้พยาบาลที่มาตรวจไปซักคนสิ”
”ไม่มีง ไม่ได้ มันไม่ง่าย เหมือนวานมันดี. วันนี้เค้าอาจจะไม่ว่างงี้ โอ้ยสติกู”
”เออก็ดึงกลับมาสิสติกับความรู้สึกโง่อะ”
”ก้อกำลังจะดึ.......”
เราถึงหลบสายตาพรางหันไปสะกิดเพื่อนเลยค่ะ. ว่าไม่ ไม่ดึงแล้วสติ ไม่มีให้ดึง. พอจะตัดใจก็ก้าวเข้ามาตลอดเลย เอาไปเลยใจเราอะ
บางคนก็ว่าเรางี่เง่าเงอะงะค่ะ เพราะมันเป็นช่วงเวลาแค่7วันและยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ.
###นี่แหละค่ะประเด็น เราไม่รู้ว่าการที่หมอสู้ยอมเดินมาหาเราถึงมุมห้อง(เราถูกย้ายเตียงเมื่อคืนมาอยู่ไกลจากหมออีกนิดน่ะค่ะ) ก่อนจะกลับและเป็นโอกาสให้เราได้ยืนแบรนด์ให้มันเป็นอะไรที่ถูกจัดเตรียมไว้รึป่าว##
”ไม่เอาครับบ”
”อือ ซื้อมาแล้..”
”พี่ไม่เอ...”
”อื้อ เราไม่กินเอาไปเลย”
รอยยิ้มตอนเค้าหยิบแบรนด์ออกไปจากมือเราแล้วเอาใส่กระเป๋าของเค้าเราคือเหม่อมากๆจริงๆ เราหลับตาปิดหน้าให้กับเสียงร้องเท้าที่ดังออกไปแต่มันกลับหยุด สุดท้ายเราเลยเหงยหน้าขึ้นดู. โอเคแอคแทคบอย
เจอหมอโบกมือบ๊ายบายมาให้ด้วยความเลิ่กลิ่กเพราะกลัวพยาบาลมาเห็น. เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้พูดว่า ‘มุมนี้หมอ
และด้วยความเครียดที่เราคิดมากมากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.
เราอยากรู้สถานะของแบรนด์อันเป็นที่รักค่ะ. อยากรู้ว่าสายตาที่มองกันบ่อยๆนี่คือยังไง. อยากรู้ว่าที่หมอวนรอบตัวเอง1รอบเพื่อหันมาบ้ายบายหรือวันนี้ที่สู้เดินมาบ้ายบายถึงมุมของมุมมันคืออะไร
เราไม่รู้ค่ะว่าเราจะออกจากรพ.ตอนไหน อาจจะอีก3-4วัน อาจจะ1อาทิตย์ หรือ1เดือน. แต่เราอยากจัดการความรู้สึกตัวเองค่ะ(ที่รู้ว่าทำไม่ได้หรอพูดให้ดูเท่) เราอยากใช้เวลามุ้งมิ้งของเรากับหมอ อยากสบตาหมอแบบนี้ทุกวันไปก่อน. ยังไม่อยากรีบหายป่วยค่ะ
พอเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรมันกลายเป็นเรากดดั๊นนนนนกดดันว่าหมอจะคิดยังไง หมอจะเคืองมั้ย หมอรู้สึกยังไงนะ. ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะค่ะว่าหมอรู้ว่าเรามองหมอสเปเชียลกว่าคนอื่นไปนิดนึงแล้ว.
ถ้าคนรู้จักเค้ามาอ่านกระทู้ฝากบอกเค้าด้วยนะคะว่าถ้าไม่อยากให้เรามองหมอพิเศษไปมากกว่านี้ไม่ต้องมาวิ้งตาใส่เลา!!!!! ใจเราเหลวไปหมดแล้ววว้อยยยยยยยยยย
สรุปที่เพ้อมาทั้งหมด
เหมือนตอนนี้หมอให้ความหวังค่ะ(ความรู้สคกส่วนตัว)
รู้สึกเหมือนหมออ่อยตอนให้แบรนด์วันแรกค่ะ(หมอมานั่งคุยมานั่งบ่นเห้อๆอยู่ข้างเตียงหลังจากหายไปพร้อมแบรนด์สองชม.)
เราไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกหมอได้จริงๆค่ะ มันอึนมาก
หมอเป็นสึนามิค่ะ. เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าหมอจะสาดคลื่นตัวเองใส่เราตอนไหน แล้วถ้าสมมุติเราตั้งรับไปแล้วหมอก็ถอยไปทำอะไรเราจะทำยังไงดีค่ะ. ?
เราเป็นแค่คนไข้ถ้าหายป่วยก้อแค่ออกไปโดยไม่ต้องสนใจเลยเพราะยังไงเค้าก็ดูไม่แคร์เราเท่าไหร่
เค้าเป็นหมอ เราออกไปเค้าก็แค่รักษาคนอื่นต่อโดยที่ซักวันเดี๋ยวเค้าก็ลืมคนไข้คนนี้เอง
แต่นั้นแหละค่ะ. ไม่อยากเป็นแค่คนไข้ของหมอ
🌊
เรามองเค้าเป็นคลื่นสึนามิลูกนึงค่ะ. หมอที่เป็นคลื่นสีนามิ คงไมาใช่คลื่นที่ใหญ่มากแต่เป็นคลื่นที่ไม้ขีดไฟหรือแม้แต่กองไฟใหญ่โตยังต้องยอมแพ้. แต่ความดื้อด้านของเราค่ะ. เรากำลังกลัวคลื่นของหมอและเราก็กำลังท้าทายคลื่นของหมอโดยที่กำลังกลัวไปด้วยพร้อมๆกันค่ะ
หมอมิก
เอพริล ชนน.
*****ช่วยแนะนำเราหน่อยนะคะเวลาที่เราจะอยู่รพ.อาจจะไม่นอนมากพอที่จะสำรวจอะไรหลายๆอย่างได้ เพราะแบบนั้นฝากเพื่อนๆพี่ๆคอดหน่อยนะคะว่าจะทำยังไงดี\ไหว้ย่อ