'บิ๊กตู่'คุยฟุ้งต่างชาติยอมรับหมดแล้ว ลั่นก่อนตายอยากเห็นปชช.รักกันทำเพื่อชาติ

กระทู้ข่าว
 
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม​ 2562 ที่ห้องมิราเคิล แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายกรัฐมนตรีและ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ เป็นประธานพิธีมอบนโยบายแก่สภาเกษตรกรแห่งชาติ  โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า​ วันนี้อาชีพเกษตรกรรมจะต้องมีการจัดระเบียบให้ดีขอฝากนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ด้วย และคณะกรรมการทุกคน ช่วยกันทำความเข้าใจง่ายๆ ให้เกษตรกร ซึ่งบางทีตนอาจจะพูดเยอะ และบางทีก็ฟังไม่ทันบ้าง ก็อย่าว่าตน ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน เพราะตนต้องคิดเร็ว ทำให้บางทีพูดเร็วไป บางทีอาจจะเข้าใจยาก และมีหลายคนไม่อยากจะเข้าใจ ไม่รู้เป็นใคร เวลาลุงตู่พูดไม่เข้าใจ แปลกดี
"แต่ผมคิดว่า พวกเรามาด้วยกัน และเดินมาด้วยกันตลอด 5 ปีที่ผ่านมาและปีนี้เป็นการเริ่มต้นรัฐบาลเลือกตั้ง มีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ผมก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน และก็ยังไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ยังสามารถทำงานได้อยู่ และผมจะให้แนวทางสนับสนุนการทำงานกับพวกท่าน ซึ่งขณะนี้สภาเกษตรกรฯ ก็อยู่ในการขับเคลื่อนของนายกฯ อยู่แล้ว"นายกฯกล่าว
และว่าวันนี้สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือการตัดเสื้อเฉพาะตัวให้เกษตรกรแต่ละชนิด ทำการตลาดให้แต่ละชนิด ส่งเสริม สร้างมาตรการให้แต่ละชนิด แต่ละประเภท มันถึงจะโตไปพร้อมๆ กัน ทำให้ดีมาน ซัพพลายสอดคล้องกัน จะต้องตัดเสื้อให้ตรงตัว เพื่อใช้งบประมาณน้อยลง ใช้ผ้าให้น้อยลง จะได้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ประเทศเราเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ฝนแล้ง ความขัดแย้ง แค่สามเรื่องก็แย่แล้ว วันนี้ยังเจอสงครามการค้า ความขัดแย้งในภูมิภาค ในโลกเข้าไปอีกซึ่งมีผลกระทบทั้งโลก ไม่ใช่ประเทศไทยไม่เกี่ยว มันไม่ใช่ แต่เป็นตลาดส่งออกของเราทั้งสิ้น 70% ของผลผลิต ไทยส่งออกนอกประเทศ ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำเขาไม่ซื้อ 70%นั้นจะมาได้อย่างไร เพราะเราใช้ในประเทศแค่ 30% ดังนั้น เราต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา โดยดูปลายทางให้ดีด้วย
 
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องน้ำท่วมฝนแล้ง ความขัดแย้ง ซึ่งความขัดแย้งอยู่ที่เราทั้งหมด ถ้าเราไม่ฟังเขามากก็ไม่ขัดแย้งกับใคร   “วันนี้ผมสบายใจมาหลายวัน เพราะผมไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ลองไม่อ่านแล้วรู้สึกดีมีความสุข มันไม่ไหว แต่ก่อนผมอ่านมากเพราะอยากรู้ แต่พออ่านไปอ่านมา แทนที่ผมจะได้อะไร แต่กลับไม่ได้อะไรเลย เพราะได้แต่ความโมโห สิ่งที่ผมทำมันไม่ใช่อย่างนี้ ไปคิดกันแบบนี้มันไม่ถูก แต่สื่อดีๆ ก็มีอยู่นะ นั่งอยู่ข้างหลังเยอะ เดี๋ยวมาเล่นงานผมอีก ขอโทษด้วย ต่างคนต่างต้องรักษาน้ำใจกันไว้บ้างก็แล้ว”
 
พอ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลใช้งบประมาณเยียวยาน้ำท่วมหลายหมื่นล้าน ทั้งนี้ รัฐบาลนี้บริหารจัดการน้ำมากว่า 4 เท่าของรัฐบาลที่ผ่านมา จากเท่าที่มีข้อมูลมา ที่ทำมาเมื่อก่อนต้องซ่อมทั้งหมด เพราะมันนานแล้ว วันนี้เราไม่สามารถสร้างเขื่อนใหม่ได้ต้องสร้างอ่างเก็บน้ำ ทำแก้มลิง เช่าที่ประชาชน กำลังให้เขาดูอยู่ วันนี้ขอฝากด้วยไม่ใช่เฉพาะการปลูกพืช ต้องดูเรื่องการระบายน้ำ
 
“การแก้ไขปัญหาต่างๆทุกอย่างจะโทษผมหมดมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ทำตรงนี้แต่ตรงโน้นไม่รู้ก็กลายเป็นว่าไม่มีอะไรเลย เขาพยายามสร้างภาพตรงนี้อยู่ อย่าลืมว่าตรงนั้นเขาได้ แต่เราไม่ได้ แต่เดี๋ยวก็ได้เหมือนกัน เพราะถ้าทำทีเดียวก็ไม่มีเงิน ดังนั้นต้องทยอยดำเนินการ อะไรที่เป็นโครงสร้างดำเนินการไปก่อน”นายกฯกล่าว
 
นายกฯ ยังกล่าวว่า เกษตรกรสามารถช่วยรัฐบาลลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ด้วยการลดการเผ่าในที่โล่งแจ้ง ทุกประเทศเขาก็ทำแบบนี้ ส่วนเรื่องการจราจร ควันดำ ตนสั่งการให้ดักจับหมดแล้ว ถ้าไม่จับก็มีปัญหา ตนก็โดนอีกหาว่าไม่าเอาใจใส่ เรื่องควันดำผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบด้วย รถทุกชนิด แค่ไปเปลี่ยนไส้กรอง เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ดี เครื่องที่หมดสภาพก็ซ่อมแซม จะใช้ถูลู่ถูกังกันไปถึงไหน มันมีผลกระทบกับคนอื่น พอจัะตั้งด่านตรวจก็มีเรื่องอีก หาว่าเก็บเงินเรียกเงิน ถ้าทุกคนไม่ทำผิดเรื่องพวกนี้เลย ก็ไม่ต้องไปดักจับกัน ตำรวจก็ไม่ถูกกล่าวหาว่าเรียกเงิน มันก็จบแล้ว ไม่อย่างนั้นก็ขัดแย้งกันเรื่องกฎหมายตลอด ถ้าประเทศไหนไม่มีกฎหมายก็อยู๋ไม่ได้ บางทีรถที่ควันไม่ดำ ต้องถูกตรวจด้วย ก็ด่ารัฐบาล ด่านายกฯ ขอให้ช่วยตนหน่อย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ชี้ไปยังนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่เคยเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และได้รับฉายว่าไอ้ก้านยาว ที่นั่งร่วมรับฟังอยู่ พร้อมระบุว่า
 
“พี่ประพัฒน์ ทำให้ผมออกนอกโรงเรียนไม่ได้ เพราะเขาประท้วงกันอยู่บนถนน จำได้ว่าถือไม้ก้านยาวอยู่ แล้วมาเจอกันวันนี้ ก็แหย่กันมาตั้งนาน ตั้งแต่ผมเป็นหัวหน้าคสช.ท่านก็คงไม่โกรธผมหรอก เพราะชื่อเดียวกับพ่อผม วันนั้นมาแหย่ว่าท่านชื่อเดียวกับพ่อผม ท่านก็บอกว่าพ่อของเขาไม่เจตนาจะตั้งชื่อเขา ให้เหมือนชื่อพ่อผม ก็ทำให้ผมเลิกแหย่ท่าน และโมโหไม่ได้ ตอนนั้นท่านถือไม้ก้านยาว ผมก็เรียนนายร้อยปีสาม จะได้กลับกลับบ้านก็ไม่ได้กลับ เพราะอีตาคนนี้แหละ ผมลืมหมดแล้ว แต่อย่าให้เกิดขึนอีกเลย ทุกอย่างไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราผ่านวันเวลากันมาเยอะพอสมควร 60-70 ปี เราเห็นประเทศไทยเป็นอย่างนี้มานานแล้ว เราต้องช่วยกันเปลี่ยนประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุข มั่นคง สันติ และต้องช่วยกันพัฒนา อย่าไปเสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง กับสิ่งที่มีคนพยายามทำให้ไม่เกิดประโยชน์กับเรา ต้องแก้ปัญหาที่ใกล้ตัว ปัญหาที่ไกลตัวก็เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ปัดไปปัดมา แล้วก็โกรธ ทำให้ไม่ได้แก้ปัญหาตัวเอง นี่คือสิ่งที่เป็นอันตราย”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ต่างประเทศก็ต้อนรับตนหมด ตนก็อธิบายไปหลายครั้ง ตั้งแต่เป็นหัวหน้าคสช. วันนี้ก็ยินดีกว่าเดิม เพราะเราเป็นประชาธิปไตย เลือกตั้งแล้ว เขาก็แถลงการณ์ยอมรับเราแล้ว จะเอาอะไรกันอีก ฉะนั้นเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป
 
“ผมก็หวังที่ประชาชน ถ้ารักกันแบบนี้ ประเทศก็เดินหน้าไปได้ สิ่งที่รัก ไม่ใช่ให้มารักผม แต่ผมขอให้ประชาชนรักตัวเอง รักครอบครัว รักสังคม รักประเทศชาติ นี่คือสิ่งที่ผมหวัง ก่อนผมตายขอทำหน้าที่นี้เท่านั้นเอง นั่นคือหัวใจของผม หัวใจของอดีตชายชาติทหาร สี่สิบปีในชีวิตข้าราชการทหารของผมไม่เคยลืมความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์ และวันนี้ผมก็มาเป็นนายกฯ ก็มีคำว่าประชาชนเพิ่มเข้ามาด้วย เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายกฯกล่าว
 
https://www.naewna.com/politic/444932
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่