[ขอคำแนะนำ]แต่งงานมีลุกแล้ว ลูกอยู่กับเราจะจัดการค่าเลี้ยงดูจากสามีอย่างไรถึงจะเหมาะสม

(ขอบ่นหน่อยนะคะ)
ตอนนี้ จขกท. มีปัญหาเรื่องการจัดการค่าเลี้ยงดูลูกค่ะ เนื่องจากสามีให้ค่าเลี้ยงดูแบบตามใจ
คือแล้วแต่เขาจะให้บางเดือนให้มาก บางเดือนให้น้อย บางเดือนก็ไม่ให้ แต่เราก็ไม่ได้ขอเป็นทางการ
ต้องบอกก่อนว่าเราสองคนอยู่คนละจังหวัดเพราะเรื่องงาน สามีเงินเดือนเยอะกว่าเรา 2 เท่า 
ส่วนใหญ่ตอนตั้งครรถ์เขารับผิดชอบค่าฝากครรถ์แต่ไม่ทุกครั้ง เราก็ไม่ขอถ้าเขาไม่ได้ให้
เรื่องตอนตั้งครรถ์ไม่มีค่าเลี้ยงดูอะไรทั้งสิ้น เรารับผิดชอบตัวเองหมด แต่เขาจะซื้อของบ้างเวลามาหา
เช่นซือข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน เราก็เห้นใจเขาค่ะว่าเขาเสียเงินกับเราเยอะ ก็เกรงใจเขาพอสมควร
เราเลยไม่ขอถ้าเขาไม่ให้ แต่อะไรที่เกี่ยวกับลูกเราจะบอกเขา เพราะถือว่านั่นคือลูกเขา 

พอตอนคลอดสามีรับผิดชอบค่าคลอดคนเดียวทั้งหมด เพราะเขาบอกว่าอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เราก็คิดว่าเขายินดีที่จะทำนะคะ
แต่มีวันหนึ่งเรามาคุยกันเรื่องจะว่าจ้างค่าพี่เลี้ยง สามีบอกว่าจะช่วยเขาเท่าไหร่ แม่เราจะช่วยเขาเท่าไหร่แล้วค่าคลอดละจะช่วยเท่าไหร่
เราก็แอบอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะถามเราขึ้นมา เราก็เลยถามเขาว่าจะให้เราช่วยเท่าไหร่ เพราะเขารู้ว่าเราได้เงินจากประกันสังคม
แต่เราก็หยุดงาน 3 เดือนนะคะ ซึ่งมันก็คือเงินสมทบเงินเดือนเรา เมื่อเขาขอเราก็จะให้เขาบอกว่าเขาไม่เอาของเราหรอกเพราะเงินเราไม่มี
ตอนนั้นเลยทำให้เราเข้าใจว่าสามีน่าจะไม่พอใจที่เขาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยส่วนใหญ่คนเดียว
เขาคิดว่าเขาเสียเปรียบที่ต้องจ่ายเงินมากขนาดนี้ เราผิดหวังที่เขามาคิดเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบกับเรา
เพราะเราไม่เคยมาคิดเรื่องพวกนี้เลย เราไม่เคยเรียกร้องให้เขามาดูแลเรา พาเราไปหาหมอ มาทำนุ่นนี่นั่นให้เราตอนเราท้อง
เราถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ที่ดีสุด ช่วยแบ่งเบาซึ่งกันและกันเท่าที่เราจะสามารถทำได้ 
ถ้ามาวัดการได้เปรียบเสียเปรียบ เราต่างหากที่เสียเปรียบ เพราะทั้งตั้งครรถ์ ดูแลตัวเอง แถมยังต้องมาจ่ายทุกอย่างเอง
เราว่านั่นเท่ากับว่าเราไม่มีสามีเลยด้วยซ้ำ ถ้ามามองอย่างครอบคลุม เขาต่างหากที่ควรจะสงสารเราซะมากกว่า

พอช่วงลาคลอดเราก็ใช้เงินก้อนที่ไ้ดจากประกันสังคมจ่ายค่าพี่เลี้ยงที่มาช่วยอยู่กับเรา เพราะเราอยู่คนเดียวค่ะ แม่ก็ต้องทำงาน
ตรงนี้เราไม่ได้ขอเขาและไม่อยากขอด้วย ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในบ้านทุกอย่างจ่ายเองหมด ส่วนเขาจะให้เท่าไหร่ก็แล้วแต่เขา
เขาก็โอนให้บ้าง 2-3 พัน แต่เงินเท่านี้บอกตรง ๆ ว่ามันไม่พอค่ะ เราไม่ขอเพราะรู้สึกว่าเขาไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบ
สดท้ายแม่เราต้องเข้ามาช่วยเรา ตอนนี้เราสองคนแม่ลูกใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน แม่เขาสงสารเราที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียวทั้งหมด
คือถ้าคนเคยเลี้ยงลุกเขาจะเข้าใจว่ามันไม่ง่ายเลย มันเหนื่อยและยากมาก สามีก็มาอิดออดเรื่องนี้ 
เราก็พูดกับแม่ตรง ๆ เรื่องสามีเราก็เห็นใจเขาว่าเขาจ่ายเยอะแต่เราเองก็ลำบากที่ต้องรับผิดชอบสิ่งเหล่านี้
แม่เราก็ตอบคำหนึ่งทำให้เราคิดได้ว่า ต่อให้มันมากหรือน้อยแต่นั่นคือหน้าที่เขา เขาคือหัวหน้าครอบครัว เขาต้องดูแลเรา 
เขาไม่คิดที่จะทำอะไรเลยเหรอ มาดุแลก็ไม่ได้มาดู ช่วยเลี้ยงลูกก้ไม่ได้ช่วย เราเหนื่อยคนเดียว เขาต่างหากที่ควรจะสงสารลูก
ตอนนั้นเราน้ำตาแตกเลย เพระาเราเแบกทุกอย่างจริง ๆ 3 เดือนแรกที่เราต้องปรับตัว
ชีวิตเราเปลี่ยนหน้ามือหลังมือ สามีเขาไม่เข้าใจเราเรื่องนี้เลย
เพราะเขามาแป๊บ ๆ เขาก็กลับ มา1-2 วันก็กลับ คือแทบไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราเลย แต่เขาเลือกที่จะมองในมุมตัวเองคนเดียว
ขนาดเราเหนื่อยขนาดนี้ สูญเสียไปตั้งเท่าไหร่ เรายังเห็นใจเขา คือถ้าเรามีเงินเยอะเราก็ไม่เอาของเขาก็ได้
แต่เราไม่ได้มีเงินเท่าเขาไง กำลังเรามีแค่เล็กน้อย แต่เขามีกำลังเยอะกลับรู้สึกไม่เต็มใจ บอกตรงๆว่าผิดหวังมาก

ตอนนี้ 4 เดือนแล้ว ที่เรารับผิดชอบตัวเอง ส่วนสามีจ่ายค่าวัคซีนลุกบางครั้ง เราบางครั้ง 
เดือนนี้เราเริ่มจ้างพี่เลี้ยงเต็มเวลามาดูลุกเพราะเราต้องกลับมาทำงาน คนนี้เราต้องจ่ายค่าพี่เลี้ยงเดือนละ  6 พัน 
ไม่รวมค่าอาหารเพราะเขาอยู่กินกับเรา เราเลยต้องจ่ายค่าอาหารให้ด้วย แต่เขาก็ช่วยเราทำงานบ้านทุกอย่าง
เราถือว่า 6 พันนี่คือคุ่มมาก แต่สามีบอกว่าแพงไปที่ทำงาเขาฝากเด็กคิดแค่ 4-5 พัน แต่เขาลืมคิดว่าฝากแค่บางเวลา
แถมไม่ได้ดุแลแบบเต็ม ๆ ด้วย ไม่ได้ทำงานบ้านให้ ไม่ได้ทำกับเข้าให้ เขามองแค่มุมเรื่องสูบเสียเรื่องเงินอย่างเดียว
อย่างอื่นเขาไม่ได้คิด เหมือนเขาไม่ได้มองในภาพรวมว่าสิ่งไหนคือดีที่สุด เราเลยคิดว่าเดี่ยวชีวิตลูกเรา เราต้องจัดการเองทั้งหมด
จัดการเองจะดีกว่า แต่ยังไงก็แล้วแต่เขาเองก็ต้องรับผิดชอบลูก ในส่วนของลูก ก็จ่ายคนละครึ่ง ๆ ไปเลย 

เราเลยว่าจะขอเขาอย่างเป็นทางการคือต้องให้เดือนเท่านี้นะ ไม่ใช่อยากให้เท่าไหร่ก็ให้ 
ซึ่งเราคำนวณเฉพาะส่วนของลูกต่อเดือนก็ตกหมื่นกว่าบาท 
ค่าพี่เลี้ยง 6,000 
ค่ากินอยู่ต่อเดือนตีไปอาทิตย์ละ 1,000 บาท ก็ตกเดือนละประมาณ 4-5 พันบาท
ค่าวัคซีน ค่าพบหมอ(ฉีดเอกชน) ตกเดือนละ 2 พัน 
ค่าข้าวของของลูกเช่นพวกสำลี แพมเพิรท ค่านมผง ถุงสต็อคนม ค่าอุปกรณ์จิปาถะ เราตีเดือนละ 2,000 บาท แบบถูก ๆเลย 
นี่ไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวอย่างอื่นเลยค่าน้ำไฟ ค่าน้ำมันรถ ค่ารถ ค่าเข้าของสิ่นเปลืองในบ้าน เรารับผิดชอบเองเพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 
เราเลยเอาค่าใช้จ่ายตรงนี้หารสองเลย ก็ตกเดือนละประมาณ 15,000 บาท หารสองตกคนละ 7,500 บาท 
ถ้าเราจะขอเขาเดือนละเท่านี้ ถือว่าน่าเกลียดมั้ยคะ? หรือใครมีไอเดียหรือคำแนะนำที่ดีกว่านี้สามารถชี้แนะได้นะคะ
อยากได้ความคิดเห็นหลายๆมุมมอง เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ดีที่สุด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่